บรรยากาศทางสังคมและวัฒนธรรมของนิสิต นักศึกษา หรือแม้กระทั่งนักเรียนในประเทศไทย ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2500 จนถึงปี พ.ศ. 2511 อยู่ในช่วงเวลาที่เรียกว่า ยุคสายลม แสงแดด (The Age of Wind and Sunshine)
ยุคสายลม แสงแดด เป็นยุคภายใต้การปกครองของรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ต่อเนื่องมาถึงจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นช่วงที่เสรีภาพทางการเมืองถูกจำกัดอย่างเข้มงวด รัฐบาลใช้อำนาจเบ็ดเสร็จและมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางของสหรัฐอเมริกา ทำให้กิจกรรมทางการเมืองของนิสิตนักศึกษากลายเป็นเรื่องต้องห้าม เมื่อการเมืองถูกปิดกั้น พลังของคนหนุ่มสาวจึงถูกถ่ายเทไปยังเรื่องอื่น เช่น ความรื่นเริง ที่มุ่งเน้นกิจกรรมนันทนาการ อย่างงานลีลาศ การประกวดสาวงาม และการแข่งขันกีฬาประเพณี
ในส่วนของวิถีชีวิต และแฟชั่นของวัยรุ่น ก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอเมริกันอย่างมาก นักศึกษามักถูกมองว่าเป็นอภิสิทธิ์ชน ที่มีหน้าที่เรียนให้จบเพื่อไปเป็นเจ้าคนนายคน โดยไม่ได้สนใจปัญหาความเหลื่อมล้ำหรือความทุกข์ยากของสังคมภายนอก บรรยากาศเหล่านี้ทำให้วิถีชีวิตของนิสิตนักศึกษาสมัยนั้นเหมือนลูกโป่งสีชมพู สวยงาม ล่องลอย และไม่ติดดิน เมื่องานลีลาศ และการชมการแสดงดนตรีเป็นวัฒนธรรมประการหนึ่ง ดังนั้น แต่ละสถาบันการศึกษา จึงปรารถนาที่จะมีเพลงประจำสถาบันของตน เพื่อเป็นสัญลักษณ์สำหรับการจัดงานลีลาศบอลรูม ซึ่งมักจะจัดกันในงานชุมนุมศิษย์เก่า และงานฉลองสำเร็จการศึกษา
วิทยาลัยครูสวนสุนันทาในสมัยนั้น ได้กำหนดให้มี “วันแก้วเจ้าจอม” เป็นวันสำคัญของวิทยาลัยสำหรับจัดงานรื่นเริงฉลองวันรับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) และประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ.สูง) สมัยนั้นวงดนตรีสำหรับงานลีลาศที่มีชื่อเสียงที่สุดเห็นจะไม่พ้นวงดนตรีสุนทราภรณ์ อันมีครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นหัวหน้าวง ซึ่งในยุคนั้น ครูเอื้อ และนักประพันธ์เพลงในวงของท่านมักจะได้รับการร้องขอจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ให้ประพันธ์เพลงสำหรับสถาบันนั้นๆ ไว้มากมายที่สุด
คราวหนึ่ง ในการจัดงานวันแก้วเจ้าจอมของวิทยาลัยครูสวนสุนันทา ในช่วงสิ้นปีการศึกษา 2511 คณะกรรมการสภานักศึกษา ซึ่งเป็นแม่งานในครั้งนั้นเห็นว่า วิทยาลัยครูสวนสุนันทายังไม่มีเพลงประจำสถาบันของตนเองเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ สภานักศึกษาจึงมอบหมายให้นายเสรี ทองรื่น ประธานสภานักศึกษาในขณะนั้น เป็นผู้ประสานงานกับวงดนตรีสุนทราภรณ์ ในการจัดวงดนตรีขับร้องและบรรเลงเพลงในงานวันฉลองประกาศนียบัตร (วันสุนันทา) และได้ขอความกรุณาจากครูเอื้อ สุนทรสนาน ได้ประพันธ์เพลงประจำสถาบันไว้เพื่อเป็นเกียรติ และสภานักศึกษาจะได้จัดทำแผ่นเสียงเพลงสถาบันออกจำหน่ายในงานดังกล่าวด้วย เพื่อหารายได้เป็นทุนสำหรับการจัดกิจกรรมของนักศึกษา
แผ่นเสียงที่จะจัดทำในครั้งนั้น เป็นแผ่นเสียงขนาด 7 นิ้ว ความเร็วรอบ 45 รอบต่อ 1 นาที จำนวน 2 แผ่น รวม 4 เพลง ราคาค่าบันทึกเสียงและจัดทำแผ่นเสียงตกอยู่ราวๆ 8,000 บาท (สมัยนั้นทองคำน้ำหนัก 1 บาท มีราคา 451 บาทเท่านั้น)
ครูเอื้อ สุนทรสนาน จึงประพันธ์ทำนองเพลงให้ทั้ง 4 เพลง ส่วนคำร้องนั้น มอบให้ วิชัย โกกิละกนิษฐ์ เจ้าของนามปากกา “ธาตรี” เป็นผู้แต่งจำนวน 3 เพลง ส่วนเพลงสุดท้ายเพลงที่ 4 ที่เป็นเพลงรำวงนั้น มอบให้ ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ รับไปดำเนินการ
เวลาที่ไปติดต่อเพื่อจัดทำเพลงสถาบันนั้น คุณเสรี ทองรื่น ประธานสภานักศึกษากับเพื่อนอีกสองสามคนได้ไปพบครูเอื้อ สุนทรสนาน ปรึกษาท่านเรื่องการทำเพลงและบันทึกแผ่นเสียง เมื่อตกลงกันได้แล้ว คุณเสรี กับเพื่อนๆ ต้องเล่าเรื่อง และบรรยายภาพของวิทยาลัยครูสวนสุนันทา ให้ครูเอื้อรับฟัง ท่านฟังแล้วก็จดรายละเอียดไว้ เช่น ดอกไม้ประจำวิทยาลัย สถานที่และสิ่งสำคัญในวิทยาลัย สีประจำวิทยาลัย เป็นต้น เพื่อเตรียมเป็นข้อมูลไว้เหมือนเป็นพล็อตเรื่องให้ผู้แต่งเนื้อเพลงนำไปเป็นข้อมูลประกอบ จึงได้เป็นเพลงประจำสถาบันอย่างเป็นทางการชุดแรก 4 เพลง ซึ่งขับร้องและบรรเลงโดยวงดนตรีสุนทราภรณ์
โปรดติดตามต่อไปในตอนหน้า...

