หลายคนถามว่าถ้าเราจะทำอะไรให้สำเร็จเราต้องทำอย่างไร?
บางครั้งผู้คนมักเห็นเพียง “ความสำเร็จในวันนี้”
แต่ไม่เคยเห็น “ระยะทางที่ต้องเดินมา” ก่อนจะมาถึงจุดนั้น
คำถามเหล่านี้อาจให้คำตอบที่ไม่ยาวมากนัก เพราะหลายครั้งความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เกิดจากการเดินทางที่ยาวนาน เต็มไปด้วยการเรียนรู้ ความผิดพลาด และความพยายามที่สั่งสมอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธนิต พฤกธรา การพัฒนาพื้นที่ ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา คือคำตอบของคำถามนี้ได้อย่างชัดเจน
การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นจาก โครงการเศรษฐกิจฐานรากของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และค่อย ๆ เติบโตจนกลายเป็นแนวทางการพัฒนาพื้นที่ผ่าน การท่องเที่ยวและการวิจัย แต่กว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
การเดินทางที่เริ่มจากความไม่พร้อม
เมื่อย้อนกลับไปเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเพิ่งก่อตั้งขึ้นได้ไม่นาน “การเป็นวิทยาลัยใหม่หมายความว่าเรายังต้องเรียนรู้อีกมาก เรายังขาดทั้งประสบการณ์ ความเข้าใจ และทรัพยากรในหลายด้าน และความท้าทายที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ การนำนักนิเทศศาสตร์ไปทำงานในพื้นที่ชุมชน สำหรับคนที่ทำงานด้านการสื่อสาร การตลาด และสื่อสร้างสรรค์ การเข้าไปทำงานในพื้นที่ชุมชนเกษตรกรรมอาจดูเป็นเรื่องที่แตกต่างจากสิ่งที่เคยทำมาอย่างมาก นี่จึงเป็นความท้าทายที่ทำให้อาจารย์และผู้บริหารของวิทยาลัยต้องปรับตัวอย่างมาก แต่เมื่อมองย้อนกลับไป วันนี้เรากลับพบว่า ความไม่พร้อมในวันนั้น คือบทเรียนที่สำคัญที่สุดของเรา”
เพราะมันทำให้เกิดการเรียนรู้ จาก ความอดทน การตั้งเป้าหมาย การทำงานด้วยความตั้งใจ
บางครั้งผมก็คิดว่า นี่อาจเป็นบทเรียนที่ผู้บริหารอยากให้พวกเราได้เรียนรู้ หรืออาจเป็นสิ่งที่พระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องการให้เราได้ฝึกฝนตัวเองผ่านการทำงานจริง
สิ่งที่ได้จากความไม่พร้อม
เมื่อเวลาผ่านไป ทีมวิจัยเริ่มค้นพบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจากความไม่พร้อมในวันนั้น กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เรายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้ สิ่งเหล่านั้นคือ ความอดทน ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ และความเชื่อ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่ค่อย ๆ สั่งสมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการทำงานวิจัย การพัฒนาพื้นที่ชุมชน และการทำงานร่วมกับผู้คนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 4 ปี
จุดเริ่มต้นของการพัฒนาพื้นที่
โครงการเศรษฐกิจฐานรากคือจุดเริ่มต้นของการทำงานในหลายมิติ ไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับ อาจารย์ นักศึกษา และคนในชุมชน
เราพยายามฝึกให้นักศึกษาเรียนรู้การทำงานจริง และเรียนรู้การเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่ ขณะเดียวกัน เราก็ได้เรียนรู้ที่จะสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจกับชุมชน ผ่านการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤต โควิด-19 หลายครอบครัวในพื้นที่มีรายได้ลดลง และต้องเผชิญกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจ ทีมงานของเราจึงพยายามทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพของคนในพื้นที่
ในช่วง สามปีแรก เริ่มต้นจากการ
พัฒนาผลิตภัณฑ์รายบุคคลขยายไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในระดับกลุ่มและต่อยอดสู่กระบวนการสื่อสารการตลาดจนถึงการสร้างความร่วมมือเชิงเครือข่าย
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่อาจารย์และนักศึกษา สิ่งที่เราได้รับจากสามปีนั้น ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ของโครงการแต่คือ บทเรียนเรื่องความเข้าใจผู้คน
เมื่อการพัฒนาสินค้าไม่เพียงพอ
หลังจากทำงานต่อเนื่องหลายปี เริ่มค้นพบความจริงข้อหนึ่ง แม้ว่าชุมชนจะสามารถพัฒนาสินค้าและบริการได้ แต่หากไม่มีตลาดหรือช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภค การพัฒนาก็อาจหยุดอยู่เพียงเท่านั้น การนำสินค้าออกไปจำหน่ายนอกพื้นที่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับคนในชุมชน จากมุมมองนี้ ทีมวิจัยจึงเริ่มคิดถึงแนวทางใหม่ในการพัฒนาพื้นที่
และคำตอบที่พบคือ “การท่องเที่ยว” เพราะการท่องเที่ยวสามารถทำหน้าที่เป็น สะพานเชื่อมผู้คนเข้าสู่พื้นที่
เมื่อผู้คนเดินทางเข้ามาในชุมชน สินค้าจะมีผู้ซื้อ ร้านอาหารจะมีลูกค้า ชุมชนจะมีรายได้เพิ่มขึ้น
การท่องเที่ยวจึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมพักผ่อน แต่สามารถเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อใช้ทุนของพื้นที่มาพัฒนาในรูปแบบ Soft Power และ Creative Economy
จากโครงการชุมชนสู่การวิจัย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนิต พฤกธรา เล่าว่าจากแนวคิดดังกล่าว จึงเริ่มพัฒนาโครงการวิจัยด้านการท่องเที่ยว โดยได้รับความร่วมมือจากหลายคณะในมหาวิทยาลัย ได้แก่ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ
การทำงานร่วมกันของหลากหลายสาขาทำให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ จนในที่สุดโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ทุน Fundamental Fund ปี 2569 สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ต้องอาศัย หลาย ๆ ปัจจัย และการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
จุดที่เรายืนอยู่วันนี้
การมายืนอยู่ตรงจุดนี้ ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ หรือความโชคดีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำงานอย่างต่อเนื่อง และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในพื้นที่ วันนี้ จุดที่เรายืนอยู่ดูเหมือนจะไกลจากจุดเริ่มต้นมาก
แต่เรายังคงเดินต่อไป เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เรากำลังทำจะสามารถสร้างคุณค่าให้กับ ผู้คนในชุมชน นักศึกษา และมหาวิทยาลัย
การเดินทางที่ยังไม่สิ้นสุด
การพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่คลองโยง อาจเป็นเพียง จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ หลังจากนี้ เรายังคงต้องพัฒนาพื้นที่ต่อไป ผ่านการท่องเที่ยว ผ่านการเรียนรู้และผ่านการพัฒนาศักยภาพของผู้คนเพราะในวันแรกที่เราเริ่มต้นนั้น เราเริ่มต้นจากศูนย์ เราไม่มีทรัพยากร เราไม่มีประสบการณ์ เราอาจไม่ได้เก่งที่สุด
ในมุมมองของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธนิต พฤกธรานั้น สิ่งหนึ่งที่มีคือ ความเชื่อว่า หากเรามุ่งมั่นและตั้งใจทำสิ่งต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เราจะสามารถสร้างสิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นได้
และเมื่อมองย้อนกลับไปวันนี้ เราจึงพบว่า...
เราเดินทางมาไกลกว่าที่เคยคิดไว้มาก จากจุดเริ่มต้นจากคำว่าไม่มีอะไรเลย

