logo
ผศ.ธนิต พฤกธรา
23 มีนาคม 2569

ทำไมเราจึงต้องเดินนานกว่าคนอื่น…แล้วจึงจะสำเร็จ บทเรียนการพัฒนาชุมชนคลองโยงจากศูนย์สู่การเติบโต

1590 อ่าน
20 แชร์

หลายคนถามว่าถ้าเราจะทำอะไรให้สำเร็จเราต้องทำอย่างไร?

 บางครั้งผู้คนมักเห็นเพียง “ความสำเร็จในวันนี้”

แต่ไม่เคยเห็น “ระยะทางที่ต้องเดินมา” ก่อนจะมาถึงจุดนั้น

        คำถามเหล่านี้อาจให้คำตอบที่ไม่ยาวมากนัก  เพราะหลายครั้งความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เกิดจากการเดินทางที่ยาวนาน เต็มไปด้วยการเรียนรู้ ความผิดพลาด และความพยายามที่สั่งสมอย่างต่อเนื่อง

        สำหรับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธนิต  พฤกธรา การพัฒนาพื้นที่ ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา คือคำตอบของคำถามนี้ได้อย่างชัดเจน

        การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นจาก โครงการเศรษฐกิจฐานรากของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และค่อย ๆ เติบโตจนกลายเป็นแนวทางการพัฒนาพื้นที่ผ่าน การท่องเที่ยวและการวิจัย  แต่กว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

การเดินทางที่เริ่มจากความไม่พร้อม

         เมื่อย้อนกลับไปเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเพิ่งก่อตั้งขึ้นได้ไม่นาน “การเป็นวิทยาลัยใหม่หมายความว่าเรายังต้องเรียนรู้อีกมาก เรายังขาดทั้งประสบการณ์ ความเข้าใจ และทรัพยากรในหลายด้าน และความท้าทายที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ  การนำนักนิเทศศาสตร์ไปทำงานในพื้นที่ชุมชน  สำหรับคนที่ทำงานด้านการสื่อสาร การตลาด และสื่อสร้างสรรค์ การเข้าไปทำงานในพื้นที่ชุมชนเกษตรกรรมอาจดูเป็นเรื่องที่แตกต่างจากสิ่งที่เคยทำมาอย่างมาก  นี่จึงเป็นความท้าทายที่ทำให้อาจารย์และผู้บริหารของวิทยาลัยต้องปรับตัวอย่างมาก  แต่เมื่อมองย้อนกลับไป วันนี้เรากลับพบว่า  ความไม่พร้อมในวันนั้น คือบทเรียนที่สำคัญที่สุดของเรา”

       เพราะมันทำให้เกิดการเรียนรู้ จาก ความอดทน  การตั้งเป้าหมาย  การทำงานด้วยความตั้งใจ 

บางครั้งผมก็คิดว่า นี่อาจเป็นบทเรียนที่ผู้บริหารอยากให้พวกเราได้เรียนรู้ หรืออาจเป็นสิ่งที่พระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องการให้เราได้ฝึกฝนตัวเองผ่านการทำงานจริง

สิ่งที่ได้จากความไม่พร้อม

        เมื่อเวลาผ่านไป ทีมวิจัยเริ่มค้นพบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจากความไม่พร้อมในวันนั้น กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เรายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้ สิ่งเหล่านั้นคือ  ความอดทน   ความมุ่งมั่น   ความตั้งใจ  และความเชื่อ  สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่ค่อย ๆ สั่งสมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการทำงานวิจัย การพัฒนาพื้นที่ชุมชน และการทำงานร่วมกับผู้คนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 4 ปี

จุดเริ่มต้นของการพัฒนาพื้นที่

         โครงการเศรษฐกิจฐานรากคือจุดเริ่มต้นของการทำงานในหลายมิติ  ไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับ อาจารย์  นักศึกษา  และคนในชุมชน

เราพยายามฝึกให้นักศึกษาเรียนรู้การทำงานจริง และเรียนรู้การเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้คนในพื้นที่ ขณะเดียวกัน เราก็ได้เรียนรู้ที่จะสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจกับชุมชน ผ่านการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤต โควิด-19 หลายครอบครัวในพื้นที่มีรายได้ลดลง และต้องเผชิญกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจ ทีมงานของเราจึงพยายามทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพของคนในพื้นที่

ในช่วง สามปีแรก  เริ่มต้นจากการ

พัฒนาผลิตภัณฑ์รายบุคคลขยายไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในระดับกลุ่มและต่อยอดสู่กระบวนการสื่อสารการตลาดจนถึงการสร้างความร่วมมือเชิงเครือข่าย

          ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่อาจารย์และนักศึกษา สิ่งที่เราได้รับจากสามปีนั้น ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ของโครงการแต่คือ บทเรียนเรื่องความเข้าใจผู้คน

 

เมื่อการพัฒนาสินค้าไม่เพียงพอ

        หลังจากทำงานต่อเนื่องหลายปี เริ่มค้นพบความจริงข้อหนึ่ง แม้ว่าชุมชนจะสามารถพัฒนาสินค้าและบริการได้ แต่หากไม่มีตลาดหรือช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภค การพัฒนาก็อาจหยุดอยู่เพียงเท่านั้น  การนำสินค้าออกไปจำหน่ายนอกพื้นที่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับคนในชุมชน  จากมุมมองนี้ ทีมวิจัยจึงเริ่มคิดถึงแนวทางใหม่ในการพัฒนาพื้นที่

        และคำตอบที่พบคือ  “การท่องเที่ยว”  เพราะการท่องเที่ยวสามารถทำหน้าที่เป็น สะพานเชื่อมผู้คนเข้าสู่พื้นที่

        เมื่อผู้คนเดินทางเข้ามาในชุมชน  สินค้าจะมีผู้ซื้อ  ร้านอาหารจะมีลูกค้า  ชุมชนจะมีรายได้เพิ่มขึ้น

         การท่องเที่ยวจึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมพักผ่อน แต่สามารถเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อใช้ทุนของพื้นที่มาพัฒนาในรูปแบบ  Soft Power และ Creative Economy

จากโครงการชุมชนสู่การวิจัย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนิต พฤกธรา เล่าว่าจากแนวคิดดังกล่าว จึงเริ่มพัฒนาโครงการวิจัยด้านการท่องเที่ยว  โดยได้รับความร่วมมือจากหลายคณะในมหาวิทยาลัย ได้แก่  วิทยาลัยนิเทศศาสตร์  คณะวิทยาศาสตร์  คณะวิทยาการจัดการ

การทำงานร่วมกันของหลากหลายสาขาทำให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ จนในที่สุดโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ทุน Fundamental Fund ปี 2569  สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ต้องอาศัย  หลาย ๆ ปัจจัย และการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

จุดที่เรายืนอยู่วันนี้

         การมายืนอยู่ตรงจุดนี้ ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ หรือความโชคดีเพียงอย่างเดียว  แต่เกิดจากการทำงานอย่างต่อเนื่อง และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในพื้นที่ วันนี้ จุดที่เรายืนอยู่ดูเหมือนจะไกลจากจุดเริ่มต้นมาก

        แต่เรายังคงเดินต่อไป เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เรากำลังทำจะสามารถสร้างคุณค่าให้กับ  ผู้คนในชุมชน นักศึกษา  และมหาวิทยาลัย

การเดินทางที่ยังไม่สิ้นสุด

การพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่คลองโยง อาจเป็นเพียง จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ หลังจากนี้ เรายังคงต้องพัฒนาพื้นที่ต่อไป ผ่านการท่องเที่ยว  ผ่านการเรียนรู้และผ่านการพัฒนาศักยภาพของผู้คนเพราะในวันแรกที่เราเริ่มต้นนั้น  เราเริ่มต้นจากศูนย์  เราไม่มีทรัพยากร  เราไม่มีประสบการณ์ เราอาจไม่ได้เก่งที่สุด

         ในมุมมองของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธนิต พฤกธรานั้น สิ่งหนึ่งที่มีคือ ความเชื่อว่า หากเรามุ่งมั่นและตั้งใจทำสิ่งต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เราจะสามารถสร้างสิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นได้

         และเมื่อมองย้อนกลับไปวันนี้ เราจึงพบว่า...

เราเดินทางมาไกลกว่าที่เคยคิดไว้มาก จากจุดเริ่มต้นจากคำว่าไม่มีอะไรเลย

 

ผศ.ธนิต  พฤกธรา

เรียบเรียงโดย

ผศ.ธนิต พฤกธรา

คำค้นหา:วิจัย, นิเทศน์, การท่องเที่ยว, ชุมชน, คลองโยง
แชร์เรื่องนี้: