logo

สวนสุนันทาเมื่อวันวาน

เพลงประจำสถาบัน (2)

รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง|15 มิ.ย. 2569

เพลงประจำสถาบัน (2)

บรรยากาศทางสังคมและวัฒนธรรมของนิสิต นักศึกษา หรือแม้กระทั่งนักเรียนในประเทศไทย ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2500 จนถึงปี พ.ศ. 2511 อยู่ในช่วงเวลาที่เรียกว่า ยุคสายลม แสนแดด (The Age of Wind and Sunshine) ซึ่งเป็นช่วงที่เสรีภาพทางการเมืองถูกจำกัดอย่างเข้มงวด เมื่อการเมืองถูกปิดกั้น พลังของคนหนุ่มสาวจึงถูกถ่ายเทไปยังเรื่องอื่น เช่น ความรื่นเริง ที่มุ่งเน้นกิจกรรมนันทนาการ อย่างงานลีลาศ การประกวดสาวงาม และการแข่งขันกีฬาประเพณี ในส่วนของวิถีชีวิต และแฟชั่นของวัยรุ่น ก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอเมริกันอย่างมาก นักศึกษามักถูกมองว่าเป็นอภิสิทธิ์ชน

8 อ่าน

0 แชร์

เพลงประจำสถาบัน (1)

รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง|8 มิ.ย. 2569

เพลงประจำสถาบัน (1)

เพลงประจำสถาบันการศึกษา อาจถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของการยึดเหนี่ยวจิตใจของนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนครูอาจารย์และบุคลากรในสถาบันนั้น ๆ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีรากฐานดั้งเดิมมาจากการเป็นโรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย ซึ่งก่อร่างสร้างตัวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 แต่ในระยะนั้นไม่ปรากฏว่า มีเพลงประจำโรงเรียนแต่อย่างใด อาจจะเป็นเพราะในระยะนั้นเป็นช่วงเวลาของการวางรากฐาน พอเริ่มจะเข้าที่ก็ประสบภัยจากสงครามมหาเอเชียบูรพา ต้องระหกระเหินย้ายสถานที่ไปเปิดการเรียนการสอนที่โน่นที่นี่อยู่ตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2485 - 2489 และต้องกลับมาบูรณะอาคารสถานที่อยู่อีกเกือบสองปี โรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัยจึงกลับคืนสู่สภาพเดิมในต้นปี พ.ศ. 2491

319 อ่าน

1 แชร์

ตำหนักฝ่ายใน : มรดกสวนสุนันทา สู่รากฐานต้นทุนทางวัฒนธรรม

รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง|1 มิ.ย. 2569

ตำหนักฝ่ายใน : มรดกสวนสุนันทา สู่รากฐานต้นทุนทางวัฒนธรรม

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินกลับจากยุโรปครั้งที่สอง เมื่อปี พ.ศ.2450 ได้มีพระราชดำริให้ขยายเขตพระราชฐานออกไปยัง “ข้างหลัง” ที่ประทับ คือพระที่นั่งอัมพรสถาน โปรดเกล้าฯ ให้ขยายขอบเขตออกไปในที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 122 ไร่เศษ ทิศเหนือจดถนนซังฮี้ (ราชวิถี) ทิศใต้จดถนนใบพร (อู่ทองนอก) ทิศตะวันออกจดถนนดวงดาว (นครราชสีมา) ทิศตะวันตกจดถนนสามเสน เขียนแบบและกำหนดภูมิทัศน์ให้คล้ายกับพระราชวังเบิร์นสตอฟ ของประเทศเดนมาร์ก และมีลักษณะเป็นสวนป่า มีโขดเขาคูคลอง เหมือนที่วิลลาโนเบล เมืองซานเรโม ประเทศอิตาลี ตั้งพระทัยที่จะให้เป็นสถานที่สำหรับเสด็จประพาสส่วนพระองค์เพื่อสำราญพระราชหฤทัย ปรากฏชื่อสถานที่ว่า “สวนสุนันทา”

177 อ่าน

0 แชร์

อุโมงค์โบราณในสวนสุนันทา

รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง|25 พ.ค. 2569

อุโมงค์โบราณในสวนสุนันทา

สวนสุนันทา เป็นเขตพระราชฐานส่วนหนึ่งของพระราชวังดุสิต เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรปครั้งหลังในปีพ.ศ. 2450 ได้ทอดพระเนตรเห็นสวนของพระราชวงศ์ยุโรปหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ วิลลา โนเบล ซันเรโม ประเทศอิตาลี ทรงพอพระราชหฤทัยมาก จึงทรงเกิดความคิดในการสร้างสวนป่าสำหรับประพาสเป็นการส่วนพระองค์เช่นนั้นบ้าง เมื่อเสด็จนิวัติพระนครในปีพ.ศ. 2451 ได้ทรงจัดวางแบบการสร้างสวนสุนันทาให้เป็นสวนป่าทันที ทรงกำหนดให้สร้างประตูจากถนนบ๊วยในพระราชวังดุสิต ไปสู่สวนสุนันทา เรียกว่าประตูสี่แซ่ หรือประตูสุนันทาทวาร ทรงออกแบบ ตกแต่งพื้นที่เป็นโขดเขาคูคลอง มีสวนดอกไม้ และตำหนักเรียงรายอยู่ทั่วไป โปรดให้ขุดคู คลอง และสระน้ำใหญ่ในสวนสุนันทา และขุดคลองในบริเวณพระราชวังดุสิต พระราชทานชื่อว่าคลองเม่งเส็ง ดินที่ได้จากการขุดคูคลองและสระน้ำในครั้งนั้นได้นำมาตกแต่งเป็นเนินเขาใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ ในปัจจุบัน

169 อ่าน

0 แชร์

สวนสุนันทาในพระราชดำริรัชกาลที่ 5

รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง|18 พ.ค. 2569

สวนสุนันทาในพระราชดำริรัชกาลที่ 5

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป.. ครั้งแรกที่เสด็จไปในปี พ.ศ. 2440 นั้น ทรงพระราชปรารภว่า ที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน และพระราชวงศ์ในยุโรปนั้น สวยงามสะดวกสบาย มีความเป็นส่วนตัวและอยู่กับธรรมชาติ มีลักษณะเป็นที่ประทับที่แวดล้อมด้วยสวนอุทยาน เมื่อเสด็จนิวัติพระนครในปีถัดมา ได้ทรงพิจารณาในเรื่องที่ประทับอย่างจริงจัง ทรงพบว่า "พระบรมมหาราชวังไม่เป็นที่ทรงพระสำราญอีกต่อไป" เพราะสร้างต่อเติมกันมาตั้งแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระที่นั่งที่ประทับ และตำหนักเจ้านายฝ่ายใน สร้างบดบังกันไปมา คับแคบและแออัด อากาศผ่านไม่สะดวก เป็นเหตุให้ไม่ทรงพระสำราญ และผู้ที่ประทับหรือพักอาศัยอยู่มักประชวรและเจ็บป่วยอยู่เสมอ ดังนั้น ในปีพ.ศ.2441 จึงทรงพระราชดำริถึงการหาที่ประทับใหม่ มีรับสั่งให้ซื้อที่ดินจากชาวบ้านและข้าราชการ ซึ่งที่ดังกล่าวนี้เป็นเขตสวนและไร่นาช่วงระหว่างคลองผดุงกรุงเกษม ถึงคลองสามเสนทางด้านตะวันออกจนจรดทางรถไฟ ด้วยเงินพระคลังข้างที่ ซึ่งเป็นพระราชทรัพย์ใช้จ่ายส่วนพระองค์ พระราชทานนามสถานที่นี้ว่า "วังสวนดุสิต" และสร้างพระที่นั่งสำหรับเสด็จประทับ ตลอดจนตำหนักของเจ้านายฝ่ายในที่ตามเสด็จออกมาประทับด้วย จนได้สร้างพระที่นั่งวิมานเมฆ และพระที่นั่งอัมพรสถาน ได้ประทับตลอดมาในช่วงปลายรัชกาล

379 อ่าน

0 แชร์

สดับสนธิ์เฉียดเกษม

ผศ. วีระ โชติธรรมาภรณ์|11 พ.ค. 2569

สดับสนธิ์เฉียดเกษม

ตึก 26 ตึกนี้ตั้งตามแนวกำแพงด้านตะวันตก ถัดไปจากตึก 25 (เหมวดีพิทักษ์) ตึกนี้เป็นที่พำนักของเจ้าจอมมารดาสดับ ในรัชกาลที่ 5 (เจ้าจอมคนสุดท้ายแห่งรัชสมัย) และท่านเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์เฉียด ในรัชกาลที่ 5

541 อ่าน

0 แชร์

เหมวดีพิทักษ์

ผศ. วีระ โชติธรรมาภรณ์|4 พ.ค. 2569

เหมวดีพิทักษ์

อาคารเหมวดีพิทักษ์ ตึกนี้ตั้งอยู่ตามแนวกำแพงด้านตะวันตก ถัดมาจากตึก 24 (วรลักษณานงค์) เดิมเป็นตำหนักที่ประทับของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี พระราชธิดาพระองค์ที่ 74 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาเหม

464 อ่าน

0 แชร์

วรลักษณานงค์

ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|27 เม.ย. 2569

วรลักษณานงค์

ตึก 24 ตึกนี้ตั้งตามแนวกำแพงด้านตะวันตก ถัดไปจากตึก 23 (ศศิพงศ์ประไพ) เดิมเป็นตำหนักที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงวรลักษณาวดี พระราชธิดาลำดับที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

757 อ่าน

2 แชร์

ศศิพงศ์ประไพ

ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|20 เม.ย. 2569

ศศิพงศ์ประไพ

ตึก 23 ตึกนี้ตั้งตามแนวกำแพงด้านตะวันตก ถัดไปจากตึก 22 (พิสมัยพิมลสัตย์) เดิมเป็นตำหนักที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศศิพงศ์ประไพ พระราชธิดาองค์ที่ 31 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

829 อ่าน

0 แชร์

‹ ก่อนหน้า123ถัดไป ›