วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ ถือเป็นหน่วยงานแรกที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นำร่องจัดตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานแม่แบบให้หลาย ๆ หน่วยงานนำเป็นแนวปฏิบัติในการบริหารจัดการ
วิทยาลัยแห่งนี้เคยเป็นหน่วยงานจัดการเรียนการสอนที่ใหญ่ที่สุดหน่วยงานหนึ่ง ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลง จากการแตกตัวไปเติบโตของ 2 หน่วยงาน คือ วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน และวิทยาลัยการเมืองและการปกครอง ตามลำดับแต่การแตกตัวออกไปของสองวิทยาลัย ไม่ได้ทำให้วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการอ่อนแอลงแต่อย่างใด แต่กลับทำให้ภาพของคำว่า “นวัตกรรมและการจัดการ” มีความเด่นชัดและมีเป้าหมายในการสร้างบัณฑิตที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ ภายใต้การบริหารงานของ “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชลภัสสรณ์ สิทธิวรงค์ชัย” จึงมีเรื่องราวมากมายที่อยากจะบอกกล่าว
"นวัตกรรม" หมายถึง สิ่งใหม่ที่มีคุณประโยชน์ มีคุณค่า และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มหรือสร้างรายได้เชิงพาณิชย์หรือขายได้ สร้างเม็ดเงินได้ หากถามว่าคนที่มาเรียนที่นี่ จะพบกับการจัดการเรียนการสอนอย่างไร พูดภาษากึ่งวิชาการก็คือ น้องๆ ที่มาเรียนที่วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ เราจะปั้นให้น้องๆ เป็นนักนวัตกรรม หรือ นักนวัตกร ซึ่งจะเป็นคนที่ช่างคิด ช่างสงสัย ช่างทำ เป็นคนที่มองเห็นปัญหาและเปลี่ยนให้เป็นโอกาส สามารถสร้างสิ่งใหม่ ๆ พูดได้ว่า สามารถเป็นคนที่สร้างอาวุธ วิธีการ หรือกลยุทธ์ใหม่ ๆ ที่ไม่มีใครเคยคิดมาก่อน และทำให้เกิดมูลค่าได้
คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมฯ อธิบายถึงอีกคำที่ควบคู่กันคือ "นักบริหารจัดการ" ว่าหมายถึง ผู้ที่ควบคุม ดูแล และใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัด มาใช้ตอบสนองความต้องการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด หรือพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ "นักบริหารจัดการ" ที่วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ จะเป็นคนที่สามารถวางแผน ควบคุมเกม บริหารจัดการภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิผลที่สุด
เราจะเปลี่ยนน้อง ๆ จากคนช่างฝัน ให้เป็นคนที่มองเห็นปัญหา แล้วเปลี่ยนให้เป็นโอกาส ด้วยการสร้างสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือทำให้สิ่งเดิมดียิ่งกว่าเดิม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน นั่นคือการนำ ไอเดีย มาสร้างให้เป็นความจริง โดยการรู้จักใช้คน งบประมาณ และเวลาที่มีจำกัด มาบริหารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อนำพาองค์กรหรือโครงการไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้นั่นเอง
หากจะบอกว่า วิทยาลัยนวัตกรรมฯ มีอะไรที่น่าสนใจให้มาเรียน คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรม ฉายภาพให้เห็นว่า ที่นี่เป็นพื้นที่เล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยโอกาส และเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จของผู้คนจำนวนมาก จากหลักแนวทางในการจัดการเรียนการสอนไม่ใช่ให้ “เดินตามโลก” แต่เราสร้างผู้เรียน “พร้อมสร้างโลกใบใหม่” ด้วยจุดเด่นสำคัญที่สำคัญ
- ประการแรก: หลักสูตรการสอนแบบ Agile ที่เนื้อหาทันกับโลกธุรกิจและเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น Digital Transformation, AI หรือเทรนด์ใหม่ ๆ นักศึกษาของเราจึงไม่ได้เรียนจากตำราเก่า แต่เรียนในสิ่งที่ “โลกกำลังใช้จริง” รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการโอกาสทางการศึกษาอย่างแท้จริง สำหรับคนทำงาน หรือผู้ที่ไม่มีเวลาในการเข้าเรียน สามารถเรียนผ่านแอปพลิเคชั่นได้ทุกที่ ทุกเวลา เข้าเรียนเมื่อใดก็ได้ ด้วยหลักสูตรการศึกษาทางไกลที่มีถึง 3 หลักสูตรตามความสนใจของผู้เรียน
- ประการที่สอง: การเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง เรามีเครือข่ายองค์กรพันธมิตรจำนวนมาก และอาจารย์ของเราไม่ได้มีแค่นักวิชาการแต่มี “มืออาชีพตัวจริง” จากภาคธุรกิจ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ทำให้นักศึกษาของเราไม่ได้แค่เรียน.. แต่ได้ “เห็นของจริง และลงมือทำจริง” ตั้งแต่เริ่มเรียนปี 1
- ประการที่สาม: Fast-Track to Your Future นักศึกษาสามารถเรียนจบได้ภายใน 3 ปี สำหรับนักศึกษาภาคปกติทำงานตั้งแต่ยังเรียนอยู่ปี 3 มีรายได้ มีประสบการณ์ มีเครือข่าย การันตีด้วยใบรับรองทางวิชาชีพ มีงานทำเมื่อจบการศึกษา
อีกสิ่งหนึ่งที่ เป็นจุดขายสำคัญคือ วิทยาลัยฯ เป็น “พื้นที่บ่มเพาะผู้นำ” เห็นได้จากผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ท่านอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี รวมถึงผู้บริหารหน่วยงานระดับผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ มากกว่า 10 ท่าน ในปัจจุบันผ่านการบ่มเพาะจากการทำงานในวิทยาลัยฯ และเติบโตไปเป็นผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัย สะท้อนให้เห็นว่า บุคลากรที่ผ่านการบ่มเพาะของวิทยาลัย จะเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นผู้นำที่สามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนาองค์กร และนำประสบการณ์กลับมาถ่ายทอดให้กับนักศึกษาได้จริง รวมถึงศิษย์เก่าทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ต่างก็ผ่านการบ่มเพาะจากวิทยาลัยแห่งนี้ ให้ไปเติบโตเป็นผู้บริหาร และประสบความสำเร็จในแวดวงต่าง ๆ มากมาย
สาขาวิชาที่วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการเปิดการเรียนการสอน?
อาจจะมีหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า มีความแตกต่างกับคณะวิทยาการจัดการอย่างไร เพราะใกล้เคียงกับสาขาที่เปิดสอนที่คณะวิทยาการจัดการ แต่ในข้อเท็จจริง แตกต่างกันมาก คณะวิทยาการจัดการ เป็นคณะตามโครงสร้างของมหาวิทยาลัยราชภัฏ เน้นความเชี่ยวชาญตาม ฟังก์ชั่นทางธุรกิจหลัก เช่น บัญชี การเงิน การตลาด และการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ปั้นนักศึกษา "มืออาชีพ" เข้าสู่ระบบการทำงานในองค์กรเพื่อเติมเต็มโครงสร้างองค์กรมาตรฐาน เน้นการสร้างฐานรากทางวิชาการที่แข็งแกร่งตามมาตรฐานวิชาชีพ (Functional Excellence) ส่วนวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการเป็นวิทยาลัยในกำกับฯ ของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ และเปิดหลักสูตรที่เน้น "การบริหารจัดการในอุตสาหกรรมเฉพาะด้าน" (Specialized Management) และเน้น "Interdisciplinary" หรือการผสมผสานศาสตร์ที่หลากหลาย เราไม่ได้สอนแค่บริหาร แต่เราเอาศาสตร์การบริหารไปบูรณาการกับ เทคโนโลยี + ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อปั้นให้บัณฑิตเป็น "นวัตกรทางการบริหาร (Administrative Innovator)” มี "Multi-Skilled" ที่สามารถทำงานข้ามสายงานได้ สามารถสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ (Business Model Innovation) หรือเข้าไป Re-design กระบวนการทำงานเดิมในองค์กรให้ทันสมัย โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าไปช่วย
วิทยาลัยนวัตกรรมฯ ของเรามีจุดยืนที่ชัดเจน คือการ transform หรือ พลิกโฉม เราจะเน้นหลักสูตรที่แปลกใหม่ ทันสมัย และตอบโจทย์อนาคต ในการเปิดสาขาที่เป็น Niche Market และเป็นเทรนด์ใหม่ ตัวอย่างหลักสูตรที่เป็นหลักสูตรบริหารธุรกิจเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างและโดดเด่นของวิทยาลัย เช่น สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการอีสปอร์ต สาขาวิชานวัตกรรมการจัดการคุณภาพ สาขาวิชานวัตกรรมการพัฒนาผู้นำองค์กร สาขาวิชาการจัดการฟุตบอลอาชีพ สาขาวิชาการตลาดดิจิทัล เป็นต้น ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความแตกต่าง ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง เน้นการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาตัดขวาง (Cross-disciplinary) กับการจัดการแบบดั้งเดิม เพื่อสร้างทางลัดสู่ความสำเร็จในอาชีพใหม่ ๆ
วิทยาลัยนวัตกรรมฯ ยังมีแนวคิดใหม่ ๆ ในการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่กำลังดำเนินการในขณะนี้คือ การต่อยอดหลักสูตรสาขาเดียวกันในระดับปริญญาตรี โท และเอก ในลักษณะแบบดิ่งเดียว เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางวิชาการ และความลุ่มลึกในศาสตร์
ซึ่งปัจจุบัน วิทยาลัยมีอยู่ 2 หลักสูตร คือ การจัดการการกีฬา และนวัตกรรมการจัดการ และกำลังปรับปรุงหลักสูตรอย่างต่อเนื่องคือ สาขานวัตกรรมการพัฒนาผู้นำองค์กร ซึ่งหลักสูตรนี้ ในระดับปริญญาเอก จะเป็นหลักสูตรแรกที่เมื่อจบคอร์สเวิร์คแล้ว จะได้รับใบรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพบริหารงานบุคคล สาขาอาชีพบริหารงานบุคคลเชิงกลยุทธ์ อาชีพบริหารงานทรัพยากรบุคคลและองค์การ ระดับ 7 จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ หรือ TPQI ซึ่งถือว่าเป็นหลักสูตรระดับปริญญาเอก หลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาหลักสูตรใหม่ในอนาคตที่น่าสนใจ นอกจากหลักสูตรดิ่งเดี่ยวแล้ว การพัฒนาหลักสูตรหรือสาขาวิชาจะต้องมีลักษณะ "Multidisciplinary" คือ การบูรณาการศาสตร์ทางด้านการบริหารไปร่วมกับศาสตร์อื่น เช่น Data Science, Ecology หรือ Psychology เพื่อสร้าง "นักบริหารพันธุ์ใหม่" ที่ต้องสามารถรับมือและปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม ภาวะเศรษฐกิจ ความซับซ้อนทางสังคม การก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งอาจจะมีทั้งหลักสูตรระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ตัวอย่าง เช่น
สาขาการจัดการระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem Management)
เป็นสาขาที่เรียนรู้เกี่ยวกับเครือข่ายความร่วมมือขององค์กร ซัพพลายเออร์ ผู้จัดจำหน่าย คู่แข่ง และลูกค้า ที่พึ่งพาอาศัยกันเพื่อสร้างและแบ่งปันคุณค่าใหม่ ๆ โดยเปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อส่งมอบคุณค่าสูงสุดให้ลูกค้าผ่านระบบดิจิทัลและความร่วมมือที่ยั่งยืน เพราะปัจจุบันธุรกิจต่างต้องการเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน และไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีเครือข่าย ซึ่งวิทยาลัยฯ เองมีเครือข่ายศิษย์เก่าจำนวนมากที่สามารถเชิญมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สาขาผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสุขภาพ (Health Business Entrepreneurship)
ตอบโจทย์สังคมสูงวัย ที่จะกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลักในอีกไม่กี่ปี ธุรกิจสุขภาพจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงพยาบาล การสอนจะมุ่งเน้นไปในเรื่องของนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ จิตวิทยาผู้สูงวัย การออกแบบสินค้าและบริการสำหรับสังคมสูงวัย และการบริหารการเงินส่วนบุคคลระยะยาว ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลกที่คนมีอายุยืนยาวขึ้นและยินดีจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
สำหรับสาขาที่เป็นจุดเด่นที่น้อง ๆ สนใจในปัจจุบัน คือ การจัดการอีสปอร์ต
ซึ่งมี 2 แขนงคือ แขนงวิชาการออกแบบสื่อสร้างสรรค์และเกม และ แขนงวิชาธุรกิจเกมและการจัดการแข่งขันอีสปอร์ต รวมถึงสาขาวิชาการตลาดดิจิทัล ซึ่งเป็นสาขาที่อยู่ในกระแสความสนใจของเด็ก ๆ วัยรุ่นในปัจจุบันที่เราสามารถเชื่อมโยงความเป็นวิชาการให้สามารถเดินคู่ขนานไปกับเกมอีสปอร์ต ซึ่งมองว่าไม่ได้เป็นเพียงการเล่นเกมที่ผู้ปกครองมองว่าไร้สาระ
จัดการเรียนการสอนอย่างไรที่โดดเด่นจนกล้าพูดได้ว่า เด็กจบออกมาแล้วเป็นมืออาชีพดั่งกับที่มหาวิทยาลัยมีวิสัยทัศน์ไว้?
คำถามนี้ เป็นคำถามที่คณบดีทุกคนในสวนสุนันทาต้องตอบให้ได้ รวมทั้งต้องขยายความให้เห็นภาพ
"ถ้าคิดว่าตัวเองจะเริ่มต้นกับอะไรสักอย่าง และยังคิดว่าตัวเอง ยังไม่มีความรู้ ขาดประสบการณ์ และเป็นแค่มือสมัครเล่น แต่เมื่อมาเรียนที่วิทยาลัยนี้ คุณจะกลายเป็นมืออาชีพในสิ่งที่คุณอยากรู้” เป็นประโยคสั้น ๆ ที่คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมฯ เกริ่นนำถึงคำจำกัดความของวิทยาลัยแห่งนี้ เราบูรณาการการเรียนการสอนที่หลากหลาย
การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Work-Integrated Learning: WIL) ที่ไม่ได้เรียนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม และนักศึกษาจะต้องออกไปเผชิญหน้ากับโลกการทำงานจริง กับสถานประกอบการและผู้ประกอบการที่เป็น Professional Internship ซึ่งวิทยาลัยฯ มีเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำ ที่ให้นักศึกษาไปฝึกงานในลักษณะ "Pre-Employment" คือ ฝึกงานเสมือนเป็นพนักงานจริง มีการประเมินผลตามตัวชี้วัดของบริษัทนั้น ๆ รวมถึง ใช้ Project-Based Learning ในแต่ละรายวิชา นักศึกษาต้องทำโครงงานที่แก้ปัญหา ไม่ใช่แค่ส่งรายงานแล้วจบ
การดึง "ตัวจริง" มาเป็นผู้สอน (Professional Co-Lecturers) เพื่อให้เด็กมีความเป็นมืออาชีพ ดังนั้นเด็กต้องได้เรียนกับมืออาชีพ ทุก ๆ หลักสูตร จะมี "อาจารย์พิเศษที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ" มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง มีระบบ Mentoring ที่อาจารย์ที่ปรึกษาจะทำหน้าที่เป็น "โค้ช" มากกว่าแค่คนสอนหนังสือ คอยให้คำแนะนำ การวางตัว การสื่อสาร และมารยาททางธุรกิจ
การันตีด้วย "ใบเซอร์" (Global Certification) ซึ่งในความเป็นมืออาชีพที่น่าเชื่อถือ ต้องมีมาตรฐานรับรอง เราส่งเสริมและผลักดันให้นักศึกษาสอบเพื่อให้ได้ Professional Certificate ให้ตรงกับสาขาที่ตัวเองเรียน เช่น ด้านดิจิทัล (Google Analytics, Microsoft, Adobe) หรือด้านการจัดการ (Project Management, Six Sigma) ดังนั้น บัณฑิตของเราจึงไม่ได้จบ "ใบปริญญา" เพียงใบเดียว แต่จะมี "พอร์ตโฟลิโอ ที่มีใบเซอร์ฯ" การันตีความสามารถในระดับสากลด้วย
การจำลองสถานการณ์และห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย (Simulation & Smart Labs) เราให้ความสำคัญกับพื้นที่การเรียนรู้ที่เอื้อต่อการฝึกทักษะ เช่น ห้องปฏิบัติการอีสปอร์ต ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
สำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา
เรามุ่งเน้นเรื่อง Research & Commercialization คือ งานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ที่ไม่ใช่แค่ งานขึ้นหิ้ง ทำเพื่อจบ แต่ต้อง “ขายได้จริง” ดังจะเห็นได้จากทรัพย์สินทางปัญญาของวิทยาลัยฯ กว่า 20 ผลงาน ที่เกิดจากนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เช่น นวัตกรรมเตาขนมปลาปุงปัง ที่เป็นผลงานนักศึกษาและสามารถขายได้สู่เชิงพาณิชย์ รวมถึง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร SOMSIAM หรือ AKARA ยาดมสมุนไพรไทย ผลงานนักศึกษาและอาจารย์ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ
“การเรียนการสอนของเรา ไม่ให้เน้นให้นักศึกษา “จำ” สิ่งที่มีอยู่ในตำราเพียงอย่างเดียว หากเราสอนให้เขาเรียนรู้สิ่งเหล่านั้นผ่านการทำงานจริง ซึ่งจะทำให้เขามีประสบการณ์อย่างเต็มเปี่ยม ผ่านการลงมือทำโปรเจกต์ โดยเราเปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นห้องปฏิบัติการทางธุรกิจ ที่นักศึกษาจะได้โจทย์จริงจากภาคธุรกิจมาตีโจทย์ แข่งขันแผนธุรกิจ หรือสร้างนวัตกรรมต้นแบบ เพื่อให้เขาเกิดทักษะการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นหัวใจของคำว่า การสร้างมืออาชีพ”
ชลภัสสรณ์ สิทธิวรงค์ชัย
"ผลการเรียนภาคทฤษฎีดีเยี่ยม"
"ภาคปฏิบัติต้องลงมือทำให้มาก"
"ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชลภัสสรณ์ สิทธิวรงค์ชัย ผลการเรียนดีเยี่ยมมาตลอดชีวิตการศึกษา" ...
สำเร็จการศึกษาระดับมัธยม ที่เรียนสตรีนนทบุรี ได้รับการยกย่องให้เป็นศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567 ประเภทประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จัดโดย สมาคมศิษย์เก่าสตรีนนท์-พลับพลา โรงเรียนสตรีนนทบุรี
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง) สาขาการตลาด จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร เกรดเฉลี่ย 3.89
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการตลาด จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เกรดเฉลี่ย 3.43
และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการตลาดจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยเกรดเฉลี่ย 4.00
จบการศึกษาปริญญาตรีแล้ว ทำงานภาคเอกชนตำแหน่ง Corporate consulting ที่บริษัท จินตนาอินเตอร์เทรด จำกัด ระหว่าง มี.ค.-พ.ค. 2552 Corporate consulting บริษัท สถาพร มาเกตติ้ง จำกัด ระหว่าง มิ.ย.-ต.ค. 2549 หลังจากนั้นไปเป็นผู้ประสานงานโครงการพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต พ.ศ.2549-2551
- เส้นทางการทำงานที่สวนสุนันทาเริ่มเมื่อปี 2551 เป็นอาจารย์ประจำวิทยาลัยการจัดการ ซึ่งต่อมายกฐานะเป็นวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ
- ปี 2558-2561 เป็นรองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ
- ปี 2561-2562 เป็นรองคณบดีฝ่ายวิชาการ
- ปี 2562-2565 เป็นรองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการอีกครั้งหนึ่ง
- ก่อนที่จะก้าวขึ้นตำแหน่งคณบดีในปี 2565 จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ...
เป็นอาจารย์มา 15 ปี มีผลงานวิจัย 26 เรื่อง มีบทความตีพิมพ์ในวารสารภาษาไทย 4 เรื่อง ภาษาอังกฤษ 16 เรื่อง และมีการเผยแพร่ในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ 12 เรื่อง มุ่งมั่นทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถมาโดยตลอด จนได้รับรางวัลจิตอาสาเพื่อสังคมไทย ประจำปี 2566 ด้านผู้นำองค์กรดีเด่น จัดโดยโครงการหนึ่งล้านกล้าความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน มูลนิธิเพื่อสังคมไทย
ตอนเป็นอาจารย์ที่ไม่ได้มีตำแหน่งบริหาร ก็พยายามทำงานในทุก ๆ บทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ และทำให้ดีที่สุด เมื่อมีตำแหน่งบริหาร ก็ยังคงทำทุก ๆ บทบาทเหมือนเดิม แต่ต้องลงมือทำให้มากขึ้น

