logo
ผศ.ดร.กมลวรรณ อยู่วัฒนะ
27 เมษายน 2569

“กมลวรรณ อยู่วัฒนะ” กับภารกิจสร้างนิติศาสตร์ให้เติบใหญ่ “ข้อดีของความใหม่คือไม่ติดกรอบภาพจำ”

8827 อ่าน
77 แชร์

คณะนิติศาสตร์ สวนสุนันทา ถือเป็นน้องใหม่ในวงการ ทั้งในวงการวิชาชีพและในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เพราะก่อตั้งเป็นคณะขึ้นมาเพียงแค่ 1 ปี 10 เดือน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ จัดการศึกษาอยู่ ณ ศูนย์การศึกษาดรุณพิทยา ก่อนย้ายมาเป็นสาขาวิชานิติศาสตร์ในคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และต่อมาสังกัดวิทยาลัยการเมืองและการปกครอง ตามลำดับ ก่อนที่จะยกฐานะขึ้นมาเป็นคณะ ถือเป็นหน่วยงานในกำกับหน่วยงานหนึ่งที่เป็นหน่วยงานจัดการเรียนการสอน แต่แตกต่างจากหน่วยงานอื่นตรงนี้ใช้ “คณะ” แทนคำว่า “วิทยาลัย”

ณ วันนี้ คณะนิติศาสตร์ อยู่ภายใต้การบริหารงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กมลวรรณ อยู่วัฒนะ ที่บุกเบิกนิติศาสตร์มานับตั้งแต่ก่อตั้งสาขาตราบจนกระทั่งปัจจุบันที่ก้าวขึ้นมาคุมบังเหียนในฐานะผู้บริหารสูงสุด

เป็นน้องใหม่ในวงการมากๆ แล้วจะมีดีอะไรที่จะไปสู้กับสถาบันเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมานานนับร้อยปีได้ ?

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กมลวรรณ อยู่วัฒนะ พลิกปูมหลังว่า จะว่านิติศาสตร์ สวนสุนันทาใหม่หมาดถอดด้ามเสียทีเดียวก็อาจจะไม่ถูกต้องนัก เพราะนิติศาสตร์สวนสุนันทา ผลิตบัณฑิตในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 แต่เพิ่งได้รับการยกฐานะเป็นคณะนิติศาสตร์ ตามมติสภามหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2567 ดังนั้น หากเปรียบกับคนก็กำลังอยู่ในวัยหนุ่มสาวที่พร้อมจะแสวงหาและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  

หนึ่งปีกว่า ๆ ในการจัดตั้งคณะนิติศาสตร์ จึงถือเป็นส่วนงานน้องใหม่ขององค์กร และอาจถูกมองเป็นน้องใหม่ในวงการกฎหมายในแง่ของระยะเวลาการก่อตั้งฯ หากเทียบกับสถาบันการศึกษาเก่าแก่อื่น แต่ ความใหม่ ในมุมมองเหล่านี้ กลับเป็นโอกาสอันดีในแง่ของการพัฒนา เพราะจะไม่มีภาพจำ รวมทั้งกรอบและหลักการเดิมๆ ที่ต้องยึดติดจนมากเกินไป เป็นผลดีที่ทำให้คณะสามารถปรับตัวและพัฒนาระบบต่างๆ ได้ค่อนข้างไว เกิดความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการทำงาน คณะฯ สามารถสร้างพื้นที่การเรียนรู้ใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับผู้เรียน ภายใต้การทำงานของบุคลากรที่มีความเป็น Unity เดียวกัน

"กระบวนการผลิตบัณฑิตด้านกฎหมายก็เช่นเดียวกัน" ความเป็นน้องใหม่กลายเป็นข้อดี ทำให้สามารถออกแบบหลักสูตรและพัฒนาผู้เรียนได้อย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของการคิด วิเคราะห์ และการวิจัยทางกฎหมาย ผ่านรายวิชาต่างๆ เช่น การสัมมนาและวิจัยทางด้านนิติศาสตร์ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการปฏิบัติจริงในหน่วยงานด้านกฎหมาย ในลักษณะ Work-Integrated Learning รวมถึงการใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาสังคมผ่านโครงการบริการวิชาการและกิจกรรมวิศวกรสังคม  ตอบโจทก์ความต้องการนักกฎหมายในยุคปัจจุบัน ที่ต้อง “คิดเป็น ทำได้ เข้าใจสังคม” (think-do-serve) และด้วยการออกแบบให้มี “พื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่หลากหลายและยืดหยุ่น” ทำให้เราสามารถผลิตนักกฎหมายมืออาชีพ ที่มีทั้ง “ความรู้ ทักษะ และความสามารถ” ในการประยุกต์ใช้กฎหมายในสถานการณ์จริง ทำให้เกิดความได้เปรียบมากกว่าการเรียนรู้ในเชิงทฤษฎีเพียงอย่างเดียวซึ่งเป็นข้อดีของการเรียนนิติศาสตร์สวนสุนันทา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กมลวรรณ อยู่วัฒนะ กล่าวว่า อัตลักษณ์ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คือ “นักกฎหมายที่คิดเป็น ทำเป็นอย่างเข้าใจ” ด้วยกระบวนการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ทำให้นักศึกษามีลักษณะของการเป็นนักกฎหมายที่กล้าคิดวิเคราะห์ แยกแยะ และกล้าแสดงความคิดเห็นในที่สิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของความเข้าใจผู้อื่นและสังคมแวดล้อม ทำให้สามารถปรับตัวในการทำงานได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสามารถนำความรู้ด้านกฎหมายไปประยุกต์ใช้และพัฒนาสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

บัณฑิตที่จบจากคณะนิติศาสตร์ สวนสุนันทา ประสบความสำเร็จสูงสุดในวิชาชีพหลายคน ประเมินจากการสอบเนติบัณฑิต สอบผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการฯ มีปัจจัยอะไรอยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ?

ส่วนหนึ่งของบัณฑิตที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพ คือ การออกแบบหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการและเป้าหมายของผู้เรียน การสร้างจุดเน้นสำคัญเพื่อการสอบวัดความรู้ในสนามสอบต่างๆ ทั้งในชั้นเนติบัณฑิตไทย สนามสอบผู้ช่วยพิพากษาและอัยการผู้ช่วย โดยคณะฯ ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการออกแบบรายวิชาในหลักสูตรฯ ที่ต้องมีเนื้อหาสาระครบถ้วนและมีความทันสมัย ซึ่งถือเป็นต้นทางของการจัดการศึกษาที่จะนำพาผู้เรียนไปสู่การพัฒนาทักษะองค์ความรู้อย่างรอบด้าน ภายใต้การจัดการเรียนการสอนของผู้สอนซึ่งเป็นอาจารย์ประจำและผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาทิ ผู้พิพากษา อัยการ ทนายความ และผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานกฎหมาย ซึ่งมีส่วนช่วยให้นักศึกษามีพื้นฐานความรู้ทางกฎหมายที่ตรงกับมาตรฐานวิชาชีพตั้งแต่ระดับปริญญาตรี รวมทั้งมีแนวทางและแรงบันดาลใจในการก้าวสู่เส้นทางวิชาชีพ โดยใช้โมเดลสามส่วนเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน คือ หลักสูตรดี (ยืดหยุ่น ทันสมัย สอดคล้องกับสมรรถนะ) - ผู้สอนเด่น (มีความสามารถและความเชี่ยวชาญในวิชาที่สอน) – ผู้เรียนได้ (พร้อมรับการถ่ายทอด เกิดทักษะการคิด ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ)

อีกปัจจัยสำคัญ คือ การเกิด “แบบอย่างความสำเร็จ” (role model) ภายในคณะ ซึ่งเป็นผลของการได้รับรางวัลจากการแข่งขันในเวทีต่างๆ ของนักศึกษาและความสำเร็จของรุ่นพี่ในการประกอบอาชีพ ทำให้น้องๆ นักศึกษารุ่นถัดไปเกิดแรงจูงใจและความเชื่อมั่นว่า ตนเองสามารถประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กมลวรรณ อยู่วัฒนะ กล่าวว่า จากการที่เป็นผู้บริหารมานานสัมผัสได้ว่า สังคมวิชาชีพภายนอก โดยเฉพาะหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นศาล อัยการ สภาทนายความ ราชทัณฑ์ คุมประพฤติ รวมถึงหน่วยงานด้านกฎหมายอื่นๆ มองคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในฐานะเป็นสถาบันที่กำลังพัฒนาและมีศักยภาพในการผลิตบัณฑิตทางกฎหมายที่มีคุณภาพ แม้คณะฯ จะเป็นสถาบันที่มีอายุไม่ยาวนานเท่าสถาบันเก่าแก่บางแห่ง แต่ก็ได้รับการยอมรับในคุณภาพและความสามารถของบัณฑิตเพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากผลงานอันเป็นรางวัลการแข่งขันตอบปัญหาด้านกฎหมายในระดับประเทศ และผลผลิตของบัณฑิตที่ไปทำงานในหน่วยงานต่างๆ 

แต่หากมองจากแหล่งฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานภาครัฐ พบว่าสังคมวิชาชีพมีมุมมองต่อว่าที่บัณฑิตของคณะนิติศาสตร์ในเชิงบวก ซึ่งนอกจากจะมองว่ามีความรู้ด้านกฎหมายและเทคโนโลยีดีแล้ว สิ่งที่มักจะได้รับคำชื่นชมจากพี่เลี้ยงในหน่วยฝึกฯ คือ น้องๆ นักศึกษานิติศาสตร์สวนสุนันทามีทักษะทางด้านสังคม (soft skills) ดีมาก มีความตั้งใจในการเรียนรู้งานสูง มีความรับผิดชอบ ขยัน และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญในการทำงานในองค์กร นักศึกษาสามารถนำความรู้และทักษะที่มีมาช่วยหนุนเสริมการทำงานในหน่วยงานฝึกประสบการณ์วิชาชีพกฎหมายได้มาก  นักศึกษาสามารถทำงานได้เหมือนพนักงานคนหนึ่งขององค์กร 

หลายครั้งที่น้องนักศึกษาฝึกงานเสร็จแล้ว แต่พี่เลี้ยงอยากให้น้องๆ อยู่ทำงานต่อ และขอให้คณะฯ ส่งนักศึกษารุ่นต่อไปมาฝึกงานอีก นี่คือสิ่งสะท้อนผลผลิตของบัณฑิตของสวนสุนันทาว่า “ทำงานได้ ทำงานเป็น ตั้งแต่เรียน” จึงเชื่อมั่นได้ว่า “บัณฑิตจบไปแล้ว สามารถทำงานได้ อย่างมืออาชีพ”

“เรามาถึงจุดนี้ได้ เพราะบัณฑิตของเรามีพัฒนาการด้านศักยภาพทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถสะท้อนผ่านตัวชี้วัดจากทั้งสภาวิชาชีพและหน่วยงานที่รับเข้าทำงาน โดยเฉพาะในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีบัณฑิตสามารถสอบเข้าสู่ตำแหน่งในวิชาชีพกฎหมายขั้นสูง เช่น ผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการผู้ช่วย รวมถึงนิติกรในหน่วยงานภาครัฐได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งยังสามารถสอบวัดทักษะเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพทนายความได้อีกจำนวนมาก ซึ่งเราเชื่อมั่นว่า บัณฑิตนิติศาสตร์สวนสุนันทา ของเราเก่งและมีทักษะความสามารถที่ดี และมีแนวโน้มที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง”

ในด้านการจัดการเรียนการสอน คณะฯ มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดแนวทางให้ทุกรายวิชาส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อพัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ และการประยุกต์ใช้กฎหมาย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการสอบในวิชาชีพกฎหมาย โดยคณะฯ ได้มีการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) ด้านการเรียนการสอน เพื่อแลกเปลี่ยนและพัฒนาแนวทางในการเสริมสร้างทักษะการทำข้อสอบ (exam skill set) ซึ่งผู้สอนได้ร่วมกันวิเคราะห์ประเด็นที่นักศึกษามักประสบปัญหา และออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และเทคนิคใหม่ที่สอดคล้องกับผู้เรียน ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้อย่างตรงจุดที่สุด พร้อมกับการจัดกิจกรรม เสริมหลักสูตรฯ อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการเขียนตอบอย่างไรให้ได้คะแนน โครงการพัฒนาผลงานทางวิชาการของนักศึกษาและบุคลากร เป็นต้น

แนวทางดังกล่าวส่งผลให้นักศึกษามีการพัฒนาทั้งในด้านความรู้ ความสามารถในการวิเคราะห์ และมีทักษะการเขียนให้ความเห็นทางกฎหมายซึ่งจำเป็นต่อความสำเร็จในวิชาชีพกฎหมาย สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้บัณฑิตของคณะฯ สามารถแข่งขันและก้าวสู่เส้นทางวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง

จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ ...

ปริญญา 5 ใบ จากรั้วรามคำแหง สู่ผู้นำบุกเบิก “นิติฯสวน’นัน”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กมลวรรณ อยู่วัฒนะ เป็น “ลูกพ่อขุน” ขนานแท้ เพราะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง พร้อมๆ กับปริญญารวมทั้งหมด 5 ใบ

  • ระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) และศิลปศาสตรบัณฑิต (ศศ.บ.-รัฐศาสตร์)
  • ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต (น.ม.)และรัฐศาสตรมหาบัณฑิต (ร.ม.-บริหารรัฐกิจและกฎหมาย)
  • ปริญญาเอก นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต (น.ด.)
  • ได้รับประกาศนียบัตรกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประกาศนียบัตรกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ จากสถาบันฝึกอบรมทรัพย์สินทางปัญญานานาชาติ

จบปริญญาตรี นิติศาสตร์ที่รามคำแหง เข้าทำงานตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท ตรีลอว์ คอนซัลแตนท์ จำกัด ก่อนที่จะไปเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น หลังจากนั้นย้ายมาอยู่ที่สวนสุนันทา นับตั้งแต่อาจารย์ประจำ ศูนย์การศึกษาดรุณพิทยา อาจารย์ประจำ สาขาวิชานิติศาสตร์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หัวหน้าสาขาวิชานิติศาสตร์ ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หัวหน้าสาขาวิชานิติศาสตร์ วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง 

ในเดือนมิถุนายน 2567 สภามหาวิทยาลัยมีมติยกฐานะสาขานิติศาสตร์ขึ้นเป็นคณะ ได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาราชการแทนคณบดีคณะนิติศาสตร์ ก่อนที่จะเข้าสู่ตำแหน่งคณบดีอย่างเต็มภาคภูมิในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ/กรรมการวิชาชีพ/กรรมการในหน่วยงานภาครัฐและเอกชนภายนอกหลายตำแหน่ง เช่น คณะอนุกรรมการศึกษาทบทวนและปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 และบรรพ 6 ของกระทรวงยุติธรรม ตามคำสั่งคณะกรรมการศึกษาทบทวนและปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งการบังคับใช้ประมวลกฎหมาย ที่ 5/2567 เรื่อง คณะอนุกรรมการศึกษาทบทวนและปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และบรรพ 6 สั่ง ณ วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2567  คณะกรรมการประเมินผลงานพนักงานเทศบาลสายวิชาการเพื่อเลื่อนระดับให้สูงขึ้น ตำแหน่งนิติกร  ในระดับชำนาญการพิเศษ ตามคำสั่งเทศบาลตำบลภูผาแดง ที่ 9/2568 คณะกรรมการสืบสวนและสอบสวนของสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ตามคำสั่งที่ สวท. 32/2567 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2567 ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาโครงสร้างราคา การตรวจสอบ การลักลอบการนำเข้าน้ำมันปาล์มและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง สภาผู้แทนราษฎร ที่ปรึกษาประจำสมาชิกวุฒิสภา ด้านเครือข่ายท้องถิ่น-ท้องที่วิถีใหม่ภาคกลาง ประจำจังหวัดสมุทรสงคราม (คำสั่งสำนักงานสมาชิกวุฒิสภาที่ 34/2564) เป็นต้น

บริหารงานของคณะนิติศาสตร์ ในฐานะ “คณบดีคนแรก” ต้องทำร่วมกับน้องๆ บุคลากรในคณะฯ ซึ่งถูกโอนย้ายมาจากหน่วยงานอื่นในมหาวิทยาลัย ดังนั้น ในห้วงหนึ่งปีที่ผ่านมา นอกจากต้องเรียนรู้บริบท “การบริหารงานระดับคณะฯ”แล้ว ยังต้องสร้างและพัฒนาคณะฯ ในฐานะส่วนงานน้องใหม่ให้มีความมั่นคงและแข็งแรงตามความคาดหวัง พร้อมที่จะดำเนินกิจกรรมตามภารกิจในฐานะหน่วยงานจัดการศึกษาด้านกฎหมายอย่างครบถ้วน 

ผลงานที่โดดเด่นและภาคภูมิใจในห้วงเวลาที่ผ่านมาก็คือ

การสร้าง Connection ให้กับคณะนิติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการทำความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานภายนอก เช่น กรมราชฑัณฑ์ กองบัญชาการกองทัพไทย และสำนักงานอัยการสูงสุด รวมถึงการสร้างเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านกฎหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นที่รู้จักในแวดวงนักกฎหมายและถูกพูดถึงมากยิ่งขึ้น 

ในเส้นทางข้างหน้า ยังมีภารกิจให้ทำอีกมากมายเพื่อสร้างบัณฑิตให้มีคุณภาพ ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันที่เข้มข้นและจริงจังในปัจจุบันนี้

ผศ.ดร.กมลวรรณ อยู่วัฒนะ

เรียบเรียงโดย

ณัฐวลัญช์ วังนิล

คำค้นหา:คณบดี, นิติศาสตร์, กฎหมาย, คณะนิติศาสตร์, เนติบัณฑิต
แชร์เรื่องนี้: