logo
ผศ. กัญภัส อู่ตะเภา
4 พฤษภาคม 2569

ขนมปังซาวโดว์ ขนมปังยอดฮิตที่เรียกว่า "สายสุขภาพ" พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

457 อ่าน
41 แชร์

Sourdough (ซาวโดว์) คือขนมปังก้อนโตที่มีเปลือกสีน้ำตาลกรอบ เวลาทานมักหั่นสไลด์และวางองค์ประกอบ เช่น ชีส แยม เนย ผัก หรือเครื่องเคียงอื่น ๆ ลงไปตามชอบ ทำจากแป้งและยีสต์ธรรมชาติที่เกิดจากการเพาะกล้าเชื้อด้วยแป้ง (แป้งสาลีหรือแป้งข้าว) ผสมกับน้ำ

มีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าขนมปังซาวโดว์มีสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพ เช่น แบคทีเรียบางชนิดในหัวเชื้อสามารถผลิตเปปไทด์ "ลูนาซิน" (Lunasin) ซึ่งมีคุณสมบัติยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ แม้จะยังต้องรอผลยืนยันจากห้องทดลองวิทยาศาสตร์ในระยะยาวต่อไป

ภาพจาก https://blog.hungryhub.com/sourdough/
ภาพจาก https://blog.hungryhub.com/sourdough/

กระบวนการทำซาวโดว์แตกต่างจากขนมปังทั่วไปที่ใช้ยีสต์สำเร็จรูป เพราะต้องใช้เวลาในการหมักนานกว่า บางสูตรอาจใช้เวลานานหลายชั่วโมงไปจนถึงข้ามคืน การหมักที่ยาวนานนี้ช่วยย่อยสลายกลูเตนบางส่วน ทำให้ย่อยง่ายขึ้นสำหรับบางคน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุ เช่น ธาตุเหล็กและแมกนีเซียม เนื่องจากกรดที่เกิดขึ้นช่วยลด "สารไฟเตต" (Phytate) ในแป้ง

ลักษณะเด่นของซาวโดว์คือ เปลือกนอกหนาและกรอบ สีเข้มจากการอบที่อุณหภูมิสูง ส่วนเนื้อในมีโพรงอากาศไม่สม่ำเสมอ มีความเหนียวนุ่มเล็กน้อย และมีรสชาติเปรี้ยวอ่อนถึงเข้มขึ้นอยู่กับสูตร

ในเชิงวิทยาศาสตร์ องค์การวิทยาศาสตร์ให้ข้อมูลว่า เมื่อแป้งสาลีดูดซับน้ำ โปรตีนในแป้งที่ชื่อว่า “กลูเตนิน” (Glutenin) และ “ไกลอะดิน” (Gliadin) จะรวมตัวกันเปลี่ยนเป็น “กลูเตน” (Gluten) ที่มีลักษณะเป็นโครงข่ายทำให้แป้งเหนียวและยืดหยุ่น โดยมีเกลือช่วยเสริมความแข็งแรงของกลูเตน ต่อมาคือกระบวนการหมักแอลกอฮอล์ (Alcoholic Fermentation) โดยเอนไซม์อะไมเลส (Amylase) จะย่อยแป้งซึ่งเป็นโพลีแซคคาไรด์ให้กลายเป็นน้ำตาลกลูโคส เพื่อเป็นอาหารของยีสต์ เมื่อยีสต์กินน้ำตาลจะเกิดกระบวนการหายใจและปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกมาทำให้แป้งโดพองตัว

ภาพจาก https://www.cookingatcasa.com/sourdoughstarter
ภาพจาก https://www.cookingatcasa.com/sourdoughstarter

ความพิเศษที่เป็นกระแสของซาวโดว์มาจากความต่างของยีสต์ โดยทั่วไปยีสต์ขนมปัง (Baker’s Yeast) เช่น Saccharomyces cerevisiae เป็นสายพันธุ์อุตสาหกรรม แต่ซาวโดว์โฮมเมดจะใช้หัวเชื้อยีสต์ธรรมชาติที่เรียกว่า "สตาร์ทเตอร์" (Starter) ซึ่งเกิดจากการเลี้ยงจุลินทรีย์ในอากาศและวัตถุดิบ จุลินทรีย์หลักคือยีสต์ป่าและแบคทีเรียกรดแลกติก (Lactic Acid Bacteria) ที่ทำงานร่วมกัน ยีสต์ช่วยให้ขนมปังฟู ส่วนแบคทีเรียสร้างกรดอินทรีย์ที่ทำให้เกิดรสเปรี้ยวและกลิ่นหอมเฉพาะตัว

นอกจากคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ซาวโดว์ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมและศิลปะการกิน เมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลกคือ ซานฟรานซิสโก (San Francisco) สหรัฐอเมริกา ในช่วงยุคตื่นทอง (Gold Rush) ศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีการก่อตั้งร้านเบเกอรีเก่าแก่ เช่น Boudin Bakery ในปี ค.ศ. 1849

อย่างไรก็ตาม นักโภชนาการให้ความเห็นว่า หากทานมากเกินความต้องการของร่างกายก็อาจเกิดโทษได้ แม้ซาวโดว์จะเป็นหนึ่งในรูปแบบการทำขนมปังที่เก่าแก่ที่สุดในโลกนับพันปีตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ และดีต่อสุขภาพมากกว่าขนมปังทั่วไปในหลายมิติ แต่หัวใจสำคัญคือการทานในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ซาวโดว์เป็นมื้ออร่อยที่ส่งเสริมสุขภาพอย่างแท้จริง

ภาพจาก  https://www.nsm.or.th/nsm/th/node/6384
ภาพจาก https://www.nsm.or.th/nsm/th/node/6384

    

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (ออนไลน์ ) แหล่งที่มา :

Science of Bread making [ออนไลน์] แหล่งที่มา :

ทำความรู้จัก Sourdough ขนมปังรสเปรี้ยว ที่ดีต่อสุขภาพกว่าที่คิด สืบค้นจาก :

  • https://blog.hungryhub.com/sourdough/
ผศ. กัญภัส อู่ตะเภา

ผู้เขียนบทความ

ผศ. กัญภัส อู่ตะเภา

คำค้นหา:ขนมปัง, Sourdough, สุขภาพ
แชร์เรื่องนี้: