logo
รศ.ดร. ธนวัฒน์ ชัยพงศ์พัชรา
4 พฤษภาคม 2569

รหัสลับในพันธุกรรม: ดีเอ็นเอบาร์โค้ดกับการจำแนกชนิดยุงพาหะนำโรคในประเทศไทย

5010 อ่าน
305 แชร์

ยุงเป็นแมลงขนาดเล็กที่มีความสำคัญทางการแพทย์และสาธารณสุขระดับโลก เป็นพาหะนำโรคทั้งไข้เลือดออก มาลาเรีย ชิคุนกุนยา ไข้สมองอักเสบเจอี ไข้ซิก้า และอีกหลายโรคที่ทำให้เกิดการสูญเสียจำนวนมากทุกปี

มีคำถามหนึ่งที่ดูเหมือนง่าย “ยุงตัวนี้… ชื่ออะไร?” หลายคนอาจตอบว่า “ก็ยุงไง” แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ คำถามนี้ไม่ง่ายเลย เพราะในโลกนี้มียุงมากกว่า 3,600 ชนิด แค่ในประเทศไทยเพียงประเทศเดียว ก็มีรายงานมากกว่า 400 ชนิด

การควบคุมโรคที่มียุงเป็นพาหะจะประสบความสำเร็จได้ ต้องเริ่มจากคำถามพื้นฐานที่สุดว่า “ยุงชนิดใดเป็นพาหะ” ยุงแต่ละชนิดมีพฤติกรรมต่างกัน บางชนิดกัดกลางวัน บางชนิดกัดกลางคืน บางชนิดอาศัยในป่า หรืออยู่ใกล้บ้านคน หากระบุชนิดผิด มาตรการควบคุมทางสาธารณสุขก็อาจผิดทิศทาง และโรคก็ยังคงระบาดต่อไป

ทำไมต้องระบุชนิดให้แม่นยำ?

เราไม่สามารถกำจัดยุงทั้งหมดให้หายไปจากโลกได้ เพราะยุงเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ แต่เราสามารถมุ่งเน้นไปที่ “ยุงพาหะ” การจำแนกชนิดด้วยแนวทางมาตรฐานมักใช้การตรวจสอบลักษณะทางสัณฐานวิทยา (Morphology) เช่น ลายบนปีก เกล็ด หรือขน แต่ปัญหาก็คือต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีจำนวนจำกัด และยุงจากภาคสนามบ่อยครั้งมักไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ เช่น ปีกขาด หรือเกล็ดหลุด

คำตอบอยู่ใน “ดีเอ็นเอ” สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีดีเอ็นเอเป็นรหัสพันธุกรรม ในไมโทคอนเดรียของสัตว์ มียีนตำแหน่งหนึ่งชื่อว่า cytochrome c oxidase subunit I หรือเรียกสั้น ๆ ว่า COI ซึ่งเปรียบเสมือน “บาร์โค้ดประจำตัว” ยุงแต่ละชนิดมีรหัสพันธุกรรมเฉพาะ แม้ภายนอกจะดูเหมือนกัน นี่คือหลักการของ “ดีเอ็นเอ บาร์โค้ด” (DNA Barcoding)

รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวัฒน์ ชัยพงศ์พัชรา อาจารย์ประจำสาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์และการส่งเสริมสุขภาพ วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ได้นำแนวคิดนี้มาศึกษาผ่านงานวิจัยเรื่อง “Mitochondrial DNA barcoding of mosquito species (Diptera: Culicidae) in Thailand” ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับสากล PLOS ONE (Scopus Q1) โดยเก็บรวบรวมยุง 73 ชนิด ครอบคลุม 14 สกุลทั่วประเทศไทยมาวิเคราะห์

สิ่งที่รหัสดีเอ็นเอบอกเรา ผลการศึกษาพบว่า ความแตกต่างภายในชนิดเดียวกันมีค่าเฉลี่ยเพียง 0.6% แต่ความแตกต่างระหว่างชนิดมีค่าเฉลี่ยสูงถึง 7% ระยะห่างนี้เรียกว่า “ช่องว่างบาร์โค้ด” (Barcode Gap) ซึ่งทำให้สามารถแยกชนิดยุงได้อย่างมั่นใจและแม่นยำ

ลำดับดีเอ็นเอมากกว่า 100 ชุดข้อมูลจากการศึกษานี้ ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลสากลทั้ง GenBank และ BOLD เพื่อให้นักวิจัยทั่วโลกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง ช่วยสนับสนุนงานเฝ้าระวังการแพร่กระจายของยุงพาหะในพื้นที่ใหม่ และการตรวจสอบการระบาดข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติยังมีความซับซ้อน การวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่ายุงบางชนิดอาจเป็น “กลุ่มชนิดซ่อนเร้น” (Cryptic species complex) คือภายนอกเหมือนกันทุกประการ แต่ระดับพันธุกรรมกลับแตกต่างกัน ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการแพร่กระจายโรคที่ต่างกัน ประเด็นนี้คือความท้าทายสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ต้องหาคำตอบบนสายดีเอ็นเอต่อไป

รศ.ดร. ธนวัฒน์ ชัยพงศ์พัชรา

ผู้เขียนบทความ

รศ.ดร. ธนวัฒน์ ชัยพงศ์พัชรา

คำค้นหา:ยุง, พาหะนำโรค, สาธารณสุข, การแพทย์, DNA
แชร์เรื่องนี้: