มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิทยาเขตสมุทรสงคราม มีความเป็นมาจากการที่ได้รับการบริจาคที่ดินจำนวน 83 ไร่ จากปณิธานของคุณชาติชาย สุจินตะบัณฑิต ในนาม บริษัทอุดมลาภรุ่งเรือง ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2551
จากนั้นมีการวางแผนการจัดตั้งศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม ทำการวางเสาเอกต้นแรกในวันที่ 10 มิถุนายน 2553 ถัดมาในปี 2558 วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ย้ายจากส่วนกลาง เริ่มดำเนินการจัดการเรียนการสอนในศาสตร์ของวิทยาศาสตร์สุขภาพ และตั้งสำนักงานศูนย์การศึกษาสมุทรสงครามเพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ จากนั้นในปี 2563 วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพได้ย้ายมาจากส่วนกลางเพื่อความกว้างขวางสะดวกสบายเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งมีความพร้อมที่จะยกฐานะขึ้นเป็นวิทยาเขตในปี 2565
การบริหารจัดการพื้นที่ของวิทยาเขตสมุทรสงคราม มีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง เพราะบริเวณพื้นที่และรายรอบ จัดว่าเป็นพื้นที่แรมซาร์ (Ramsar Sites) คือ พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Convention) เพื่ออนุรักษ์และจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน
ส่วนใหญ่ของพื้นที่เป็นดินเค็ม รายรอบมหาวิทยาลัยมากมายไปด้วยนาเกลือ การที่จะสร้างภูมิทัศน์ให้ภายในวิทยาเขตมีความร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เภสัชกรหญิง พิมพร ทองเมือง จะมาเล่าถึงความละเอียดอ่อนในการบริหารจัดการในเรื่องนี้มาให้ฟัง
พื้นที่ของวิทยาเขตมีระบบบริหารจัดการน้ำ แบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนน้ำจืด และโซนน้ำเค็ม น้ำสำหรับพื้นที่สีเขียวจึงต้องแบ่งออกเป็นเพื่อพันธุ์พืช/สัตว์น้ำเค็ม และน้ำสำหรับพันธุ์พืชน้ำจืด
ก่อนอื่นจะกล่าวถึงระบบน้ำเค็ม เพราะส่วนใหญ่ที่ล้อมรอบวิทยาเขต และแทรกอยู่ในพื้นที่ของวิทยาเขตกว่า 90% คือน้ำเค็ม มีสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ปลากะพง ปลานวลจันทร์ ปลาตีน ปูก้ามดาบ ปูแสม ปูเนื้อ หอยนางรม หอยกะพง เป็นต้น และพืชชายเลน เช่น แสม โกงกาง และจิกทะเล เป็นต้น ทำการอนุรักษ์เพาะพันธุ์และปล่อยลงสู่แหล่งธรรมชาติเพื่อให้เพิ่มจำนวน เติบโตจากแหล่งอาหารธรรมชาติ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์แก่ชาวบ้านใกล้เคียง หรือบุคลากรได้จับเป็นแหล่งอาหาร แหล่งรายได้ ในภาวะเศรษฐกิจขัดสนยุคปัจจุบันนี้ อีกทั้งยังปลูกป่าชายเลน ขยายพันธุ์พืชปลูกเพิ่มเติมทั่วบริเวณ ระบบน้ำเค็มเหล่านี้ คือผลลัพธ์จากศูนย์การเรียนรู้อนุรักษ์เพาะพันธุ์สัตว์และพืชป่าชายเลน (การวิจัยอนุรักษ์พันธุ์ปูแสมในพื้นที่ป่าชายเลน) ที่จัดตั้งในปี 2567 ระบบไหลเวียนน้ำเค็ม มีประตูระบายน้ำที่สามารถเปิด-ปิดได้อยู่ 2 บาน ในด้านหน้า และตรงกลางของวิทยาเขต เมื่อน้ำทะเลหนุน น้ำจะขึ้นเต็มตลิ่ง เราจะเปิดประตูน้ำเพื่อให้มีการถ่ายเทน้ำ หมุนเวียนน้ำเค็มจึงไม่มีการเน่าเสียของน้ำในพื้นที่ และจะปิดประตูเมื่อน้ำทะเลลดระดับ เพื่อให้สัตว์ต่างๆ ได้มีเวลาพัก หลบภัย อยู่ในพื้นที่วิทยาเขต เปิด-ปิด หมุนเวียนเช่นนี้ตลอดเวลา แต่น้ำเค็มนี้มีความเค็มสูงจึงไม่สามารถใช้รดน้ำในส่วนของพืชน้ำจืดได้ จึงมีการบริหารจัดการน้ำเพื่อใช้รดต้นไม้ด้วยการดึงน้ำบาดาลขึ้นมาบริหารจัดการอย่างเหมาะสมและคุ้มค่า
ส่วนการบริหารจัดการน้ำจืด หากวิทยาเขตพึ่งพาแหล่งน้ำจากการประปาส่วนภูมิภาค ค่าใช้จ่ายน่าจะมากมายมหาศาลเป็นอย่างยิ่ง แหล่งน้ำจืดได้มาด้วยการขุดบ่อบาดาลความลึกถึง 124 เมตร ใช้เครื่องปั๊มแรงดัน 1.5 HP สูบขึ้นมาพักไว้ที่ถังแชมเปญซึ่งเป็นถังเหล็กความจุ 20 ลูกบาศก์เมตร แล้วไหลสู่ถังปูนเก็บน้ำความจุ 40 ลูกบาศก์เมตร ข้างๆ กัน เก็บสำรองอีกถังหนึ่ง แล้วไหลจากท่อลงสู่บ่อพักน้ำ 2 บ่อ ที่ปูผ้ายางชนิด polyethylene ที่มีความทนทาน บ่อแรกบริเวณหลังโรงผลิตยา มีพื้นที่ 22x50x2 เมตร ความจุ 2,200 ลูกบาศก์เมตร ปริมาตรจริง 1,650 ลูกบาศก์เมตร และบ่อที่สองหลังอาคารวิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ มีพื้นที่ 10x50x2 เมตร ความจุ 1,000 ลูกบาศก์เมตร ปริมาตรจริง *[รบกวนตรวจสอบตัวเลข]* ลูกบาศก์เมตร รวมมีน้ำจืดสำรองประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตร และใช้ปั๊มขนาด 10 HP ปั๊มสู่ระบบสปริงเกอร์หลังอาคารต่างๆ เพื่อใช้รดน้ำต้นไม้พื้นที่สีเขียวรอบอาคาร ส่วนการรดน้ำรอบพื้นที่ของวิทยาเขต เราทำด้วยการใส่ถัง 1,000 ลิตร 2 ถัง บนรถบรรทุกเล็ก ต่อการรดน้ำต่อวัน รดน้ำในพื้นที่เกาะกลางที่เดินท่อรดน้ำไม่ถึง ที่มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน 1.5 ลิตรต่อวัน ชำระค่าน้ำบาดาลเดือนละ 5,000 บาท รวมค่าใช้สอยในการรดน้ำต้นไม้ 6,500 บาทต่อเดือน ในช่วงหน้าร้อน ใช้หล่อเลี้ยงสวนหย่อม และต้นไม้ ในศูนย์อนุรักษ์พันธุ์พืชสมุนไพรไทยสวนสุนันทา ที่จัดตั้งในปี 2565 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพฤกษศาสตร์ให้แก่นักศึกษาและนักเรียนในจังหวัดได้ เป็นการบริหารจัดการที่เบ็ดเสร็จครบวงจรและประหยัดงบประมาณให้กับมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การตรวจวัดคุณภาพน้ำเค็ม/น้ำจืด ดำเนินการโดยใช้เครื่องวัดคุณภาพน้ำแบบหลายพารามิเตอร์ EXO2 multiparameter water quality sonde รายงานค่าเป็นค่าเฉลี่ยจากการวัดซ้ำจำนวน 10 ครั้ง ตามเกณฑ์ของมาตรฐานคุณภาพน้ำประปา การประปาส่วนภูมิภาค ประกอบไปด้วย คลอโรฟิลล์ ค่าการนำไฟฟ้า ของแข็งละลายน้ำทั้งหมด ความเค็ม แอมโมเนีย ไนเตรต-ไนโทเจน คลอไรด์ ความเป็นกรด-ด่าง ความขุ่น ของแข็งแขวนลอยทั้งหมด และค่าออกซิเจนละลายน้ำ ผลปรากฏว่า คุณภาพน้ำทุกบ่อมีค่ามาตรฐานบางค่าเกินกว่าที่เกณฑ์มาตรฐานกำหนดไม่สามารถใช้ในการอุปโภค-บริโภคได้อย่างปลอดภัย ควรมีการบำบัดก่อนนำไปใช้ จึงสามารถใช้น้ำบาดาลเพื่อรดน้ำต้นไม้เท่านั้น และค่าความเค็มของน้ำเค็มที่อยู่รอบวิทยาเขตก็ไม่สามารถใช้รดน้ำต้นไม้ที่เป็นพืชน้ำจืดได้ ดังนั้นวิทยาเขตจึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำบาดาลเพื่อทำให้พื้นที่ของวิทยาเขตมีความเขียวขจีอุดมสมบูรณ์และสวยงาม เป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการศึกษาได้อย่างดี
การจัดการน้ำเสียในพื้นที่วิทยาเขต น้ำจากการใช้สอยผ่านท่อน้ำทิ้งทุกตึกจะไหลลงบ่อบำบัดพักไว้เพื่อเติมอากาศและรอให้ตกตะกอน จากนั้นไหลลงบ่อพักน้ำด้านหน้าวิทยาเขตและทำการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำจนมั่นใจว่ามีความปลอดภัยจึงปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป โดยที่ผ่านมา 11 ปี ไม่มีการเน่าเสียและกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็น พืช สัตว์ ดิน น้ำ และอากาศ ทั้งภายในและโดยรอบวิทยาเขต
เราอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนโดยไม่รบกวนธรรมชาติ มีสิ่งแวดล้อมดี เพื่อสุขภาพที่ดีของชาวสวนสุนันทา

