logo
ผศ. กัญภัส อู่ตะเภา
1 มิถุนายน 2569

จากช่องแคบฮอร์มุซ สู่ "แลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง" ทำความเข้าใจเรื่องช่องแคบเพื่อการขนส่งของโลก

703 อ่าน
43 แชร์

ผู้เขียนทำงานด้านการสื่อสาร ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ บทความนี้จะเป็นข้อมูลความรู้ด้านแผนงาน ข้อมูลด้านการเดินเรือ และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางและการกำเนิดของโครงการโดยไม่ได้วิเคราะห์เรื่องความคุ้มค่าใด และเขียนขึ้นเพื่อความเข้าใจเหตุการณ์สำคัญในช่วงเวลานี้

ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ตรงไหน ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นจุดแคบๆ ที่เชื่อมต่ออ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมานและทะเลอาหรับ ขนาบข้างด้วยอิหร่านทางทิศเหนือและคาบสมุทรมูซานดัมของโอมานทางทิศใต้ มีจุดที่แคบที่สุดกว้างประมาณ 33-39 กม. แต่เส้นทางเดินเรือที่กําหนดมีความกว้างเพียงประมาณ 3 กม. จัดเป็นช่องทางออกทางทะเลเพียงจุดเดียวจากอ่าวเปอร์เซีย โดยประมาณหนึ่งในห้าของน้ำมันของโลก (ประมาณ 17-18 ล้านบาร์เรลต่อวันของน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมัน)

ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้เขียนไว้ในเพจ “Praipol Koomsup” ในหัวข้อ

“ช่องแคบฮอร์มุซกับพลังงานไทยภูมิศาสตร์และความสําคัญเชิงกลยุทธ์ของช่องแคบฮอร์มุซ”

การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้ไทยขาดพลังงานไปเป็นจำนวนหนึ่งในสามของพลังงานทั้งหมด ที่จะขาดแคลนมากที่สุดคือน้ำมันเพราะมีสัดส่วนที่ลดลงมากที่สุด แต่ปัญหาคงไม่ใช่เฉพาะไม่มีน้ำมันและก๊าซให้ใช้ได้อย่างเพียงพอเท่านั้น เชื่อกันว่าการปิดช่องแคบนี้จะก่อให้เกิดราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเป็นอย่างมากเพราะจะเกิดการขาดแคลนน้ำมันทั่วโลก (Supply ลดลงไป 20%) วงการน้ำมันคาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะพุ่งขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างแน่นอน และอาจขึ้นไปสูงถึง 200 ดอลลาร์ก็เป็นได้

— ที่มา : เพจ “Praipol Koomsup” เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.68

EIA ระบุว่าการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดบางแห่ง เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งในปี 2024 น้ำมันและก๊าซที่นำเข้าส่วนใหญ่ต้องผ่านช่องแคบนี้ การปิดเส้นทางเดินเรือที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเปิดหรือปิดเมื่อใด อาจจะเป็นสาเหตุทำให้รัฐบาลชุดปี 2569 กระตุ้นโครงการจัดทำเส้นทางการขนส่งทางใต้ของไทยขึ้นใหม่ ชื่อโครงการว่า แลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ใช้งบมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท ยังคงเป็นโครงการยักษ์ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้เป็นจุดยุทธศาสตร์การขนส่งใหม่ของภูมิภาค ต้องการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกฝั่งอ่าวไทย (แหลมริ่ว จ.ชุมพร) และอันดามัน (แหลมอ่าวอ่าง จ.ระนอง) ระยะทางประมาณ 89.4 กิโลเมตร

แนวโน้มของการทำโครงการ "แลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง"

เป็นการวางแผนพัฒนาท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่งทะเล และมีโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างกันด้วยระบบราง (รถไฟทางคู่) และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ภายใต้แนวคิด "One Port Two Sides" และการพัฒนาพื้นที่หลังท่าด้วยอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องและกิจกรรมเชิงพาณิชย์และตามมาด้วยเสียงค้าน ผู้บริหารสายการเดินเรือยังกังวลว่า หากเรือสินค้ามาจอดที่ท่าเรือชุมพร ต้องยกตู้คอนเทนเนอร์ลงจากเรือที่ชุมพร แล้วยกขึ้นรถไฟไประนอง แล้วยกลงจากรถไฟเพื่อยกไปขึ้นเรือที่ระนอง ภาระค่าท่าเรือ 2 แห่ง รวมค่าขนส่งทางรถไฟอาจจะสร้างค่าใช้จ่ายเยอะมากและอาจจะทำให้ไม่มีผู้มาใช้บริการ อีกทั้งฝั่งสิ่งแวดล้อมยังกังวลเรื่องการสร้างและภาวะด้านคาร์บอนที่จะตามมาตลอดจนการเรียกร้องให้ยุติโครงการจากชาวบ้านตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ชี้ชัดว่าแลนด์บริดจ์มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทำกินและวิถีชุมชนทั้งทางตรงและทางอ้อมหลายแห่ง เช่น การก่อสร้างมอเตอร์เวย์ที่อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร อาจทำให้สูญเสียแหล่งปลูกทุเรียนและพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกอ่าวอ่างจะทำลายระบบนิเวศและภูมิทัศน์ทางทะเล ซึ่งเป็นแหล่งประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยวของจังหวัดระนอง แล้วยังกระทบต่อพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ พื้นที่สงวนชีวมณฑล พื้นที่ชุ่มน้ำที่ได้รับการรับรองระดับโลก และพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันที่อยู่ระหว่างเสนอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก 

โดยโครงการสะพานเศรษฐกิจหรือแลนด์บริดจ์ ถือเป็นเมกะโปรเจกต์ ภายใต้กรอบแนวคิดการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) ซึ่งมีมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2561 และมีความพยายามผลักดันโครงการจากรัฐบาลแต่ละชุด

กล่าวโดยสรุปโครงการแลนด์บริดจ์ คือ โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์

เป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกระหว่างจังหวัดระนองและชุมพร ด้วยทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) และรถไฟทางคู่ ระยะทาง 89.35 กิโลเมตร รวมถึงท่อขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน วงเงินประมาณ 1 ล้านล้านบาท มีเป้าหมายเปิดให้บริการในปี 2573 และพัฒนาเต็มรูปแบบภายในปี 2582 ความมุ่งหวังเมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค ลดระยะเวลาการขนส่งทางทะเลได้ (กล่าวว่าลดจากการวิ่งทางช่องแคบมะละกาได้ถึง 4 วัน)

ซึ่ง “ช่องแคบมะละกา” ตั้งอยู่ระหว่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก โดยมีความกว้างเพียง 2.7 กิโลเมตรในจุดที่แคบที่สุด ซึ่งแคบกว่าฮอร์มุซมากกว่า 10 เท่า เส้นทางนี้รองรับการค้าราว 40% ของโลก รวมถึงการขนส่งน้ำมันส่วนใหญ่จากตะวันออกกลางไปยังมหาอำนาจเศรษฐกิจของเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ (Strait of Malacca) เชื่อมต่อระหว่าง ทะเลอันดามัน (มหาสมุทรอินเดีย) ทางทิศตะวันตก กับ ทะเลจีนใต้ (มหาสมุทรแปซิฟิก) ทางทิศตะวันออก โดยทอดยาวระหว่างเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียและคาบสมุทรมาเลเซีย เป็นช่องทางหลักในการขนส่งพลังงานและสินค้าหลักของโลก มีเรือผ่านกว่า 100,000 ลำต่อปี ช่องแคบมะละกาเป็นช่องแคบทางธรรมชาติที่ไม่ได้มีใครสร้างขึ้น แต่เมืองท่ามะละกาที่รุ่งเรืองในบริเวณนี้สถาปนาโดย เจ้าชายปรเมศวร (Parameswara) แห่งปาเล็มบัง ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 (ประมาณ พ.ศ. 1939-1943) ซึ่งต่อมากลายเป็นศูนย์กลางการค้า

ภาพจาก : https://themomentum.co/environment-chumphon-ranong-landbridge/
ภาพจาก : https://themomentum.co/environment-chumphon-ranong-landbridge/

ช่องแคบสำคัญของโลก

โดยช่องทางเดินเรือที่มีลักษณะเป็นช่องแคบ มีทั้งที่เป็นแบบธรรมชาติและแบบที่ขุดสร้างขึ้นเพื่อการเดินเรือ (มักเรียกว่าคลองเดินเรือ) ที่สำคัญที่สุดในโลก ได้แก่

  • คลองสุเอซ (Suez Canal) ตั้งอยู่ในประเทศอียิปต์ เชื่อมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับทะเลแดง เป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดระหว่างเอเชียและยุโรป ช่วยลดระยะเวลาการเดินทางได้มหาศาล
  • คลองปานามา (Panama Canal) ตั้งอยู่ในประเทศปานามา เชื่อมมหาสมุทรแอตแลนติกกับมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งสินค้าทางเรือในซีกโลกตะวันตก

ส่วนช่องแคบธรรมชาติที่มีความสำคัญระดับโลกซึ่งทำหน้าที่เป็นเส้นทางเดินเรือหลัก ได้แก่

  • ช่องแคบมะละกา (Strait of Malacca) เส้นทางเดินเรือที่คับคั่งที่สุดในโลก เชื่อมมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก
  • ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ตั้งอยู่ระหว่างอิหร่าน โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นช่องแคบทางยุทธศาสตร์หลักในการขนส่งน้ำมัน
  • ช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab-el-Mandeb) เชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดนและมีช่องทางเดินเรืออีกมากมายซึ่งสามารถอ่านข้อมูลได้จากบทความ

ทั้งนี้ ระยะทางยาวกว่า 90 กิโลเมตร ที่จะเชื่อมต่อระหว่างทะเลอันดามันและอ่าวไทยให้ถึงกันแบบไร้รอยต่อ โดยสะพานเศรษฐกิจที่ว่านี้จะประกอบด้วย ทางหลวงพิเศษ (Motorway) 6 ช่องจราจร รถไฟรางคู่ และท่อขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ที่จะใช้อำนวยความสะดวกและเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือน้ำลึกใน 2 จังหวัด คือ ท่าเรือระนองแห่งใหม่ในฝั่งอันดามัน และท่าเรือชุมพรในฝั่งอ่าวไทย โดยโครงการจะแบ่งเป็น 4 ระยะ จะเกิดขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าจะมีคำตอบในเร็ววันนี้

     

อ้างอิงแหล่งที่มา

●  ข้อมูลเพิ่มเติม เรื่อง ช่องแคบสำคัญของโลก
    -  https://lotusarise.com/major-straits-of-the-world-upsc/
    -  https://www.chinarubberfender.com/exploring-top-10-famous-straits-worldwide/

●  นักวิชาการชี้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ไทยขาดพลังงาน 1 ใน 3 กระทบค่าไฟ-ดันเงินเฟ้อ...
https://www.matichon.co.th/local/news_5615956https://www.matichon.co.th/local/news_5615956

●  ‘ช่องแคบมะละกา’ เสี่ยง! หลังสหรัฐขออินโดฯใช้น่านฟ้า
https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1230073

● “แลนด์บริดจ์” เมกะโปรเจกต์ล้านล้านบาท ความหวังไทยแบ่งเค้กก้อนใหญ่จากเส้นทางการขนส่งทางเรือ
https://www.tiscowealth.com/trust-magazine/smart-investing-68/

●  https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1230073

●  https://today.line.me/th/v3/article/60QqPyB

●  https://www.the101.world/political-economy-landbridge-ranong/

ผศ. กัญภัส อู่ตะเภา

ผู้เขียนบทความ

ผศ. กัญภัส อู่ตะเภา

คณบดีวิทยาลัยนิเทศศาสตร์

คำค้นหา:โลจิสติกส์, ขนส่ง, คมนาคม, เดินเรือ, เศรษฐกิจ, เส้นทาง, แลนด์บริดจ์
แชร์เรื่องนี้: