วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ถือได้ว่าเป็นวิทยาลัยน้องใหม่แห่งหนึ่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ก่อตั้งขึ้นมาได้ 10 ปีเศษ แต่ทว่า ในแง่ของกระแสความนิยม ศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ ถือได้ว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของมหาวิทยาลัย เพราะมีจำนวนนักศึกษาที่ให้ความสนใจศึกษาศาสตร์ด้านนี้เป็นจำนวนมาก โดยที่ในช่วงเวลาหนึ่ง เคยเป็นวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุดในสวนสุนันทา แม้ว่าสถานที่จัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยจะอยู่ที่วิทยาเขตนครปฐมก็ตาม
ทำไมนักเรียนนักศึกษาจึงให้ความสนใจกับศาสตร์ด้านนี้ และศาสตร์ด้านโลจิสติกส์คืออะไร
“ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลำไผ่ ตระกูลสันติ” รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ได้สะท้อนมุมมองสำคัญเกี่ยวกับการออกแบบหลักสูตรมาให้รับทราบ แนวคิดพื้นฐานของการจัดการเรียนการสอนด้านโลจิสติกส์นั้น รองคณบดีฝ่ายวิชาการกล่าวว่า
ในโลกที่การแข่งขันทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “โลจิสติกส์และซัพพลายเชน” ไม่ได้เป็นเพียงระบบสนับสนุนธุรกิจอีกต่อไป แต่กลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความได้เปรียบของประเทศและองค์กร ดังนั้นการพัฒนาหลักสูตรจึงไม่ใช่แค่การถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องสามารถ “สร้างคนทำงานจริง” ที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้
แนวคิดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการออกแบบ โครงสร้างหลักสูตรแบบบูรณาการ ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทั้งความรู้ ทักษะ และมุมมองที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
หัวใจสำคัญของโครงสร้างนี้ คือการออกแบบ เส้นทางการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในแต่ละระดับการศึกษา พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เลือกพัฒนาความเชี่ยวชาญตามความสนใจของตนเอง โดยใช้แนวคิด Outcome-Based Education (OBE) เป็นกรอบในการพัฒนา เพื่อให้ผลลัพธ์ของการเรียนรู้สามารถนำไปใช้ได้จริงในโลกการทำงาน
เรียนรู้ให้ “ลึก” ผ่านการพัฒนาในแต่ละระดับ
การออกแบบในแนวดิ่งเป็นการวางรากฐานและต่อยอดศักยภาพของผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากพื้นฐานสู่ระดับขั้นสูง
ในระดับปริญญาตรี ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริง ผ่านการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและเครือข่ายความร่วมมือด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนของวิทยาลัย โดยเฉพาะรูปแบบการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (CWIE) ที่ช่วยให้เข้าใจโลกการทำงานจริงตั้งแต่ยังอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย”
เมื่อก้าวสู่ระดับปริญญาโท การเรียนรู้จะต่อยอดจาก “การลงมือทำ” ไปสู่ “การคิดเชิงระบบและการบริหารจัดการ” ผู้เรียนจะได้พัฒนาทักษะด้านการวิเคราะห์ การวางแผน และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ พร้อมทั้งเรียนรู้การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารองค์กร
สำหรับระดับปริญญาเอก เป็นการพัฒนาสู่บทบาทของ “ผู้สร้างองค์ความรู้” ผ่านการวิจัย การวิเคราะห์เชิงนโยบาย และการสร้างนวัตกรรม โดยให้ความสำคัญกับประเด็นระดับโลก เช่น ความยั่งยืน โลจิสติกส์สีเขียว และ ESG ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในอนาคต
เรียนรู้ให้ “กว้าง” ผ่านการเลือกความเชี่ยวชาญ
ในขณะเดียวกัน การออกแบบในแนวราบ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกเส้นทางที่ตรงกับความสนใจและอาชีพในอนาคต โดยแต่ละสาขาไม่ได้เน้นเพียงเนื้อหาในห้องเรียน แต่เชื่อมโยงกับการฝึกประสบการณ์จริงและโอกาสในการทำงานอย่างชัดเจน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลำไผ่ ตระกูลสันติ จะอธิบายรายละเอียดพอสังเขปของสาขาแต่ละสาขาที่เปิดการเรียนการสอนอยู่ในขณะนี้
การขนส่งสินค้าทางอากาศ
มุ่งเน้นการเรียนรู้ด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับสนามบินและสายการบิน ซึ่งเป็นระบบที่ต้องอาศัยความรวดเร็ว ความแม่นยำ และมาตรฐานสากล ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ตั้งแต่รูปแบบของอากาศยาน กระบวนการรับสินค้า การจัดการคลังสินค้าทางอากาศ ไปจนถึงกฎระเบียบด้านการบินและพิธีการศุลกากร
นอกจากนี้ ผู้เรียนยังได้ศึกษาและทำความเข้าใจข้อกำหนดและมาตรฐานสากลด้านการขนส่งทางอากาศของ International Air Transport Association (IATA) เช่น แนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย การจัดการสินค้าอันตราย (Dangerous Goods Regulations: DGR) และขั้นตอนการดำเนินงานด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
การเรียนการสอนเน้นการฝึกปฏิบัติจริง ผ่านห้องปฏิบัติการการขนส่งสินค้าทางอากาศ และการเรียนร่วมกับสถานประกอบการในอุตสาหกรรม เช่น Thai Cargo เพื่อให้เข้าใจการทำงานจริงตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
เมื่อสำเร็จการศึกษา สามารถก้าวเข้าสู่สายอาชีพได้อย่างหลากหลาย เช่น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการภาคพื้นและผู้ประสานงานฝ่ายปฏิบัติการ รวมถึงสายงานเฉพาะทาง เช่น เจ้าหน้าที่ควบคุมการโหลดสินค้า เจ้าหน้าที่ควบคุมการบรรทุก และผู้ปฏิบัติงานด้านสินค้าอันตราย
ธุรกิจพาณิชยนาวี
ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ด้านการขนส่งสินค้าทางทะเล ครอบคลุมตั้งแต่ระบบศุลกากร การจัดการเอกสารนำเข้า–ส่งออก ไปจนถึงการดำเนินงานของท่าเรือและสายเรือ พร้อมทั้งฝึกการใช้งานระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ และการจัดทำเอกสารสำคัญในธุรกิจพาณิชยนาวี
การเรียนรู้เชื่อมโยงกับการปฏิบัติจริงผ่านห้องปฏิบัติการธุรกิจพาณิชยนาวี และการฝึกปฏิบัติจริงภายหลังสำเร็จการเรียนทฤษฎีในสถานประกอบการ เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) และท่าเรือเอกชนอย่างนามยง เทอร์มินอล
เมื่อสำเร็จการศึกษา สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ เช่น เจ้าหน้าที่เอกสารนำเข้า–ส่งออก และชิปปิ้ง ไปจนถึงสายงานวิเคราะห์และบริหาร เช่น เจ้าหน้าที่จัดซื้อ/จัดหา เจ้าหน้าที่สนับสนุนระบบ ERP รวมถึงสายงานเชิงกลยุทธ์ เช่น เจ้าหน้าที่บริหารโซ่อุปทาน เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ ผู้ให้บริการ Freight Forwarder และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการท่าเรือ
การจัดการการขนส่ง
มุ่งเน้นการบริหารจัดการระบบขนส่งสินค้าอย่างครบวงจร ครอบคลุมการขนส่งสินค้าทางถนน การวางแผนเส้นทาง การบริหารจัดการยานพาหนะ ตลอดจนการควบคุมต้นทุนและความปลอดภัย
ผู้เรียนจะได้พัฒนาทักษะสำคัญทั้งด้านการวิเคราะห์และการปฏิบัติ เช่น การวางแผนเส้นทางการขนส่ง การใช้เทคโนโลยีที่ใช้จริงในอุตสาหกรรม เช่น โปรแกรมวางแผนการขนส่ง และ ระบบ GPS ผ่านห้องปฏิบัติการของวิทยาลัย
รูปแบบการเรียนเน้นการลงมือปฏิบัติจริง ควบคู่กับการทำโครงการร่วมกับสถานประกอบการและการฝึกประสบการณ์ในองค์กรด้านขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีเมื่อเข้าสู่การทำงาน อีกทั้งยังเสริมทักษะด้านการบริหารความปลอดภัย การจัดการสินค้าอันตราย
เมื่อสำเร็จการศึกษาสามารถสู่สายอาชีพได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ เช่น เจ้าหน้าที่ประสานงานการขนส่ง เจ้าหน้าที่ควบคุมยานพาหนะ และเจ้าหน้าที่เอกสารนำเข้า–ส่งออก ไปจนถึงสายงานวิเคราะห์และบริหาร เช่น เจ้าหน้าที่วางแผนโลจิสติกส์ นักวิเคราะห์โลจิสติกส์ และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย รวมถึงสายงานระดับพัฒนาและเชิงกลยุทธ์ เช่น เจ้าหน้าที่บริหารโซ่อุปทาน นักวิเคราะห์โซ่อุปทาน ผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศ และผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ข้ามแดน
การเลือกเส้นทางความเชี่ยวชาญเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียน “เห็นภาพอนาคตของตนเอง” ได้ชัดเจนมากขึ้น และสามารถพัฒนาทักษะได้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ในยุคปัจจุบัน
หลักสูตรที่ออกแบบเพื่อ “อนาคต”
โครงสร้างหลักสูตรแบบบูรณาการ จึงไม่ใช่เพียงการจัดรายวิชา แต่เป็นการออกแบบ “ระบบการเรียนรู้” ที่เชื่อมโยงทั้งความลึกของการพัฒนาในแต่ละระดับการศึกษา และความกว้างของการเลือกความเชี่ยวชาญเข้าด้วยกันอย่างสมดุล
ผู้เรียนสามารถเติบโตตามเส้นทางของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การลงมือปฏิบัติ ไปสู่การคิดเชิงระบบ และการสร้างองค์ความรู้ใหม่ พร้อมทั้งมีอิสระในการเลือกเส้นทางที่สอดคล้องกับความสนใจและเป้าหมายในอาชีพ ซึ่งทำให้การเรียนรู้มีความหมายและสามารถนำไปใช้ได้จริง
ท้ายที่สุด เป้าหมายของวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชนไม่ได้หยุดอยู่ที่การผลิตบัณฑิต แต่คือการสร้าง “นักปฏิบัติมืออาชีพด้านโลจิสติกส์” ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนองค์กร อุตสาหกรรม และประเทศไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน
การศึกษาในวันนี้ ไม่ใช่การเตรียมคนสำหรับงานในอดีต แต่คือการสร้างคนสำหรับโลกที่ยังมาไม่ถึง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลำไผ่ ตระกูลสันติ จากบัณฑิตวิศวะ “โยธา” กลายมาเป็นรองคณบดีฝ่ายวิชาการโลจิสติกส์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลำไผ่ ตระกูลสันติ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คนปัจจุบัน จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา จากมหาวิทยาลัยรังสิต ปริญญาโท ด้านวิศวกรรมโลจิสติกส์ : MengPrac, Engineering Logistics, University of Wollongong, Australia หลังจากนั้น จึงมาเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในยุคก่อตั้งวิทยาลัยขึ้นใหม่ๆ บุกเบิกงานและสร้างความแปลกใหม่ให้กับการจัดการเรียนการสอนที่วิทยาลัยในหลายๆ เรื่อง เป็นอาจารย์คนแรกที่ตอบสนองแนวคิดของมหาวิทยาลัย ด้วยการไปฝังตัวทำงานอยู่ในสถานประกอบการเพื่อเรียนรู้การทำงานในสถานการณ์จริงมากกว่าสอนหนังสือจากตำรา
สอนนักศึกษาได้ไม่นานก็ได้รับทุนรัฐบาลจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอก : PhD (Supply Chain & Logistics), RMIT University, Australia
จบกลับมาทำงานได้ปีเศษ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านคณะผู้บริหารที่วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองคณบดีฝ่ายวิชาการ
เป็นตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการผลักดันให้วิทยาลัยโลจิสติกส์ฯ เป็นหน่วยงานระดับคณะชั้นแนวหน้าของสวนสุนันทา ณ เวลานี้

