หากย้อนกลับไปเมื่อ 20-30 ปีก่อน คำตอบของคำถามนี้คงเป็นเรื่องง่าย เพราะในยุคนั้น “ปริญญา” เปรียบเสมือนกุญแจดอกสำคัญที่ไขประตูสู่โอกาสทางอาชีพ ผู้ที่มีวุฒิการศึกษาระดับอุดมศึกษามักได้รับการยอมรับจากสังคม มีโอกาสเข้าทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ และมีรายได้ที่มั่นคงกว่าผู้ที่ไม่มีวุฒิการศึกษาระดับอุดมศึกษา
แต่ในปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จนทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า ใบปริญญาที่มีอยู่นั้นยังคงมีคุณค่าเช่นเดิมหรือไม่
หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ปริญญาในอดีตอาจเปรียบได้กับ “แผนที่” ที่นำทางคนรุ่นหนึ่งไปสู่ความสำเร็จ ส่วน AI ในปัจจุบันเปรียบเสมือน “ระบบนำทางอัจฉริยะ” ที่สามารถบอกเส้นทาง คำนวณทางเลือก และแนะนำวิธีการเดินทางได้แบบเรียลไทม์ เมื่อเทคโนโลยีสามารถเข้าถึงความรู้ได้อย่างรวดเร็ว ผู้คนจึงเริ่มสงสัยว่าจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องใช้เวลาหลายปีในมหาวิทยาลัยเพื่อเรียนรู้สิ่งที่สามารถค้นหาได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ในอดีตห้องสมุดมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ที่สำคัญ ผู้เขียนก็เป็นหนึ่งคนที่ตลอดระยะเวลาการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องสมุดเพื่อค้นคว้าหนังสือ เอกสารวิชาการ และงานวิจัยต่าง ๆ แต่ในยุค AI ความรู้จำนวนมหาศาลสามารถถูกสรุป วิเคราะห์ และนำเสนอได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที AI สามารถตอบคำถาม เขียนบทความ สรุปรายงาน วิเคราะห์ข้อมูล และช่วยเขียนโปรแกรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในช่วงแรกผู้เขียนเองจะปฏิเสธการใช้ AI ในงานวิชาการของตัวเอง แต่ต่อมาก็ต้องยอมรับว่า AI ช่วยอำนวยความสะดวกในงานวิชาการได้มากจริง ๆ
และที่สำคัญการนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในวงวิชาการและการศึกษากลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างก้าวกระโดด
ผู้เขียนจึงเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า AI กำลังเข้ามาแทนที่บทบาทบางส่วนของมหาวิทยาลัยหรือไม่
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาให้ลึกลงไป จะพบว่าการเปรียบเทียบระหว่าง “ปริญญา” กับ “AI” อาจไม่ใช่การแข่งขันระหว่าง “ผู้ชนะ” กับ “ผู้แพ้” แต่เป็นการเปรียบเทียบระหว่าง “กระบวนการพัฒนาคน” กับ “เครื่องมือ”
AI สามารถคำนวณคำตอบได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของคำตอบนั้นได้ ขณะที่มหาวิทยาลัยไม่ได้มีหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้ หากแต่เป็นพื้นที่ในการหล่อหลอมวิธีคิด จริยธรรม ความรับผิดชอบ และการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น
- หากเปรียบเทียบอีกมุมหนึ่ง AI สามารถตอบคำถามได้แทบทุกเรื่อง แต่ไม่สามารถสร้างคุณค่าทางศีลธรรมให้กับมนุษย์ได้
- AI อาจอธิบายหลักการบริหารองค์กรได้อย่างละเอียด แต่ไม่สามารถสอนภาวะผู้นำจากประสบการณ์จริงได้
- AI อาจวิเคราะห์ปัญหาสังคมได้อย่างเป็นระบบ แต่ไม่สามารถรับรู้ความทุกข์ ความหวัง หรือความซับซ้อนของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง
ปัญหาที่แท้จริงจึงอาจไม่ใช่การที่ AI จะเข้ามาแทนที่ปริญญา แต่เป็นการที่มหาวิทยาลัยบางแห่งยังคงทำหน้าที่เหมือนในอดีต ทั้งที่โลกเปลี่ยนไปแล้ว หากมหาวิทยาลัยยังเน้นการท่องจำ การสอบ และการถ่ายทอดความรู้แบบทางเดียว คุณค่าของปริญญาก็อาจลดลงเรื่อย ๆ เพราะ AI สามารถทำหน้าที่ได้รวดเร็วกว่าและมีต้นทุนที่ต่ำกว่า
ในทางกลับกัน หากมหาวิทยาลัยสามารถปรับบทบาทจาก “ผู้ถ่ายทอดความรู้” ไปสู่ “ผู้สร้างประสบการณ์การเรียนรู้” ปริญญาจะยังคงมีความหมายอย่างมากในอนาคต
แม้ AI จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน แต่การศึกษาในระดับอุดมศึกษายังคงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ เพราะสิ่งที่ตลาดแรงงานต้องการ คือ ทักษะในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นทักษะที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด การศึกษาจึงเป็นการลงทุนที่ช่วยสะสมทุนมนุษย์ผ่านการเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของบุคคล ที่ส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นำไปสู่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น (Becker, 1964) แม้จะอยู่ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในตลาดแรงงานก็ตาม
ขณะเดียวกัน The Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum ระบุว่าทักษะที่มีความสำคัญในอนาคต ได้แก่ การคิดเชิงวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ ความยืดหยุ่นในการปรับตัว และการเรียนรู้ตลอดชีวิต สะท้อนให้เห็นว่าคุณค่าของปริญญาในอนาคตอาจไม่ได้อยู่ที่การรับรองการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ให้สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันนายจ้างจำนวนไม่น้อยเริ่มให้ความสำคัญกับทักษะมากกว่าวุฒิการศึกษา ทำให้เกิดการเปรียบเทียบว่า “ใบปริญญา” อาจเป็นเพียงใบเบิกทางเข้าสู่การสัมภาษณ์งาน และเป็นสิ่งที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้สำเร็จการศึกษา ขณะที่ “ทักษะ” เป็นตัวกำหนดว่าบุคคลนั้นจะสามารถเติบโตในองค์กรได้หรือไม่ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ปริญญาอาจเป็นเพียงประตู แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของความสำเร็จ
ในหลายวิชาชีพ ปริญญายังคงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล วิศวกร นักกฎหมาย หรือวิชาชีพเฉพาะทางอื่น ๆ เพราะสังคมยังต้องการมาตรฐานในการรับรองความรู้และความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพ การปล่อยให้ AI หรือการเรียนรู้ด้วยตนเองเข้ามาแทนที่ระบบการศึกษาทั้งหมดอาจสร้างความเสี่ยงต่อคุณภาพการศึกษาและความปลอดภัยของสังคมในระยะยาว
เมื่อมองภาพรวมแล้ว คำถามที่ว่า “ปริญญายังจำเป็นอยู่หรือไม่ในยุค AI” อาจไม่ใช่คำถามที่ถูกต้องทั้งหมด เพราะหากปริญญาหมายถึงเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งที่รับรองการสำเร็จการศึกษา คุณค่าของมันอาจลดลงตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี แต่หากปริญญาเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาความคิด ความสามารถในการเรียนรู้ การมีจริยธรรม และการพร้อมเผชิญความเปลี่ยนแปลงของโลก คุณค่าของมันจะยังคงอยู่ต่อไป
ดังนั้น ในยุค AI ปริญญาอาจไม่ใช่ทุกสิ่งเหมือนในอดีต แต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่หมดความหมาย หากแต่เป็นปริญญาที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ และมหาวิทยาลัยต้องพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่า สิ่งที่สร้างขึ้นนั้นไม่ใช่เพียงบัณฑิตที่มีความรู้ แต่เป็นมนุษย์ที่มีปัญญา มีวิจารณญาณ และสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง
สุดท้ายนี้ คงจะจริงดังคำกล่าวของ Mollick ที่ว่า
An AI future requires that we lean into building our own expertise as human experts.

