logo
รศ.ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์
6 กรกฎาคม 2569

“เก๋าเกมแต่ก้าวล้ำ” ถอดกรอบแนวคิดนักวิจัยอาวุโส “รศ.ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์” กับศิลปะการบริหารเสน่ห์ในงานวิจัยยุคใหม่

296 อ่าน
10 แชร์

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยี นักวิจัยท่านหนึ่งได้ชี้ให้เห็นว่า "การวิจัย" คือหน้าที่หลักที่แยกขาดไม่ได้จากอาจารย์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่มาให้เท่าทันโลก พร้อมทั้งถอดบทเรียนความสำเร็จ แนะแนวคิดการทำงานวิจัยยุค AI ผ่านประสบการณ์และกรอบมุมมองของ รศ.ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์ ประธานหลักสูตรนิเทศศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

วิจัยไม่ใช่แค่ "ควรทำ" แต่เป็นสิ่งที่ "ต้องทำ"

รศ.ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์ ได้ให้ความเห็นว่า หน้าที่ของอาจารย์มหาวิทยาลัยมีหมุดหมายสำคัญ 2 อย่างที่แยกจากกันไม่ได้ นั่นคือ “การสอน” และ “การทำวิจัย” มหาวิทยาลัยมีหน้าที่สร้างองค์ความรู้ใหม่เพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับสังคม เราไม่สามารถหยิบตำราเก่าโบราณมาสอนลูกศิษย์ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนไวได้ การวิจัยจึงเป็นกระบวนการหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือที่สุดในปัจจุบัน เพื่อนำความรู้ใหม่เหล่านั้นมาถ่ายทอดต่อให้ลูกศิษย์เท่าทันโลก

อาจารย์มหาวิทยาลัยทุกคนต้องทำวิจัย ไม่ใช่แค่ควรทำนะ แต่ต้องทำเลย เพราะนั่นคือหน้าที่ ถ้าไม่ทำวิจัยก็คงต้องไปขายก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวขาหมูแทนแล้ว..

ท่ามกลางความกดดันของอาจารย์รุ่นใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการวิจัยอย่างเคว้งคว้าง และยังจับต้นชนปลายไม่ถูก รศ.ดร.สมเดช ได้ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ตรงเพื่อเป็นเข็มทิศนำทางความสับสนไว้ว่า

งานวิจัยจะเกิดขึ้นลอยๆ ไม่ได้ ต้องเริ่มจากการรักการอ่าน อาจารย์เล่าว่าสมัยเรียนปริญญาเอกที่อังกฤษ ต้องอ่านงานวิจัยกว่า 500 เรื่อง เพื่อให้องค์ความรู้ตกผลึกจนกลายมาเป็นงานของตัวเอง นอกจากนี้ การเรียนรู้ด้วยตัวเองอาจจะช้าเกินไป นักวิจัยหน้าใหม่ควรหา “พี่เลี้ยง” หรือเดินเข้าหานักวิจัยรุ่นพี่ที่เก่งๆ เพื่อขอร่วมทุน ร่วมทำวิจัย ครูพักลักจำ และแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน

การตัดสินใจเลือกหัวข้อวิจัยที่ดีต้องเป็นเรื่องที่เราสนใจ มีความเชี่ยวชาญ และเป็นเรื่องใกล้ตัวที่แก้ปัญหาได้จริง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีประเด็นปัญหาให้หยิบยกมาแก้ไขมากมาย โดยสิ่งเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงไปสู่การขอทุนสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ เช่น วช., สวทช. หรือทุนจากภาคเอกชนที่พร้อมจะสนับสนุนงบประมาณเพื่อนำความรู้ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และสังคม

งานวิจัยโบว์แดง “4 มหัศจรรย์ บางคนที วิถีไทย” จากเป้าหมายหลักสิบล้าน สู่รายได้ชุมชนทะลุร้อยล้าน

ตลอดเส้นทางวิชาการ รศ.ดร.สมเดช ผลิตผลงานวิจัยมาแล้วนับร้อยเรื่อง และได้รับการตีพิมพ์ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติอย่าง Scopus อีกมากมาย ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน ในยุคที่โซเชียลมีเดียยังไม่แพร่หลาย อาจารย์ได้เลือกทำวิจัยในหัวข้อที่ท้าทายและเป็นกระแสสังคมในขณะนั้น อย่างเรื่อง “พฤติกรรมการเปิดรับสื่อที่มีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่กับสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่น” และ “ปัญหาภัยแฝงทางเพศของวัยรุ่นในโลกออนไลน์” โดยเป็นประเด็นฮิตติดท็อปชาร์ตหน้าหนังสือพิมพ์ในเวลานั้น เนื่องจากเป็นเรื่องที่สะท้อนข้อเท็จจริงและตอบคำถามที่สังคมกำลังให้ความสนใจและเป็นกังวล

ส่วนผลงานชิ้นโบว์แดงที่ภาคภูมิใจที่สุดและได้ถูกนำมาใช้ขอตำแหน่งรองศาสตราจารย์ คือ งานวิจัย“4 มหัศจรรย์ บางคนที วิถีไทย” โดยเป็นการวิจัยพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม งานวิจัยชิ้นนี้เริ่มต้นจากความต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการดึงคนไทยให้มาท่องเที่ยวริมแม่น้ำแม่กลอง ผ่านการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม พัฒนาโฮมสเตย์ให้ได้มาตรฐาน และชูจุดเด่นเรื่องวัดวาอารามและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

ความพิเศษของงานวิจัยชิ้นนี้คือ จากเดิมที่ท้องถิ่นมีรายได้ประมาณ 1 ล้านกว่าบาท อาจารย์เคยตั้งเป้าว่าจะทำให้รายได้เพิ่มขึ้น 10 เท่า (หรือเป็น 10 ล้านบาท) แต่ในปัจจุบัน ผลลัพธ์จากโมเดลงานวิจัยชิ้นนี้สามารถขับเคลื่อนรายได้ให้ชุมชนทะยานไปสู่กว่าร้อยล้านบาท!

วิจัยยุค AI ด้วยจิตวิญญาณ "ไม่โกง" ขับเคลื่อนจริยธรรม ผ่านโมเดล "อริยสัจ 4"

ในยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเกี่ยวข้อง รศ.ดร.สมเดช เน้นย้ำว่า คุณสมบัติแรกของนักวิจัยที่ดีคือ “ต้องไม่โกง” เราสามารถเรียนรู้งานของคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ หากนำข้อมูลของใครมาศึกษาเพื่อต่อยอด จะต้องให้เครดิตและอ้างอิงที่มาอย่างถูกต้องเสมอ สำหรับการใช้ AI อาจารย์มองว่าไม่ใช่เรื่องผิดและสามารถนำมาช่วยงานได้ แต่ต้องใช้อย่างรู้เท่าทัน

เราต้องหัดทะเลาะกับ AI เถียงกับมันว่าจริงเหรอ มีเหตุผลอะไรมาอธิบาย เพราะบางที AI ก็โกหก ที่สำคัญคือเวลาเขียนงาน เราต้องเขียนด้วยจิตวิญญาณและสำนวนภาษาของเราเอง มันถึงจะมีรสชาติ อ่านแล้วลื่นไหล ได้อารมณ์ ไม่ตะกุกตะกักเหมือนไปลอกเขามา

สุดท้ายนี้ รศ.ดร.สมเดช ฝากถึงคนรุ่นใหม่ไว้ว่า ทุกเรื่องในชีวิตสามารถนำมาทำวิจัยได้หมด โดยเปรียบเทียบกับหลัก “อริยสัจ 4” ของพระพุทธศาสนา นั่นคือ เมื่อเจอความทุกข์ (ปัญหา) ให้หาสมุทัย (สาเหตุ) เพื่อนำไปสู่นิโรธ (แนวทางแก้ปัญหา) และมรรค (ลงมือปฏิบัติ)

สำหรับอาจารย์สายวิทยาศาสตร์หรือสุขภาพ ก็สามารถเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้และสร้างรายได้ เช่น ครีมชะลอวัย ครีมลดกลิ่นกาย หรือสมุนไพรกันยุง ต่างๆ นอกจากจะสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองและมหาวิทยาลัยแล้ว ยังส่งผลดีไปถึงการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้สนใจเข้ามาเรียนรู้อีกด้วย

การทำวิจัยจึงไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อในห้องสี่เหลี่ยม แต่คือการออกไปสนุกกับการตั้งคำถามและหาทางออกให้กับโลกใบนี้อย่างมีความสุข

รศ.ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์

เรียบเรียงโดย

ปาณิศา ศรีเรืองศักดิ์

คำค้นหา:นักวิจัย, วิจัย, อาจารย์, AI, ยุคใหม่, ผลงาน
แชร์เรื่องนี้: