พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ประดิษฐาน ณ “เนินสมเด็จ” ภายในวิทยาลัยครูสวนสุนันทา (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา)
โดยได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ สวนสุนันทา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2515 การจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์แห่งนี้ มีบันทึกปรากฏอยู่ในหนังสือที่ระลึก เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์ ณ วิทยาลัยครูสวนสุนันทา เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2515 เวลา 16.00 น. โดยคุณหญิงกรองแก้ว ปทุมานนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยครูสวนสุนันทาในขณะนั้น ได้เรียบเรียงประวัติการจัดสร้างไว้โดยสังเขป ดังนี้
แนวคิดในการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ เกิดจากความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของคณาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยครูสวนสุนันทา ที่มีความประสงค์จะเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ ให้ปรากฏสถิตเป็นสิริมงคล และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสวนสุนันทาทุกคน จึงมีมติให้จัดสร้างพระบรมรูปขนาดเท่าพระองค์จริง โดยได้ประสานงานกับกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร เพื่อดำเนินการออกแบบและจัดสร้างพระบรมรูป เมื่อได้รับแบบพระบรมรูปแล้ว วิทยาลัยได้มีหนังสือผ่านสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เพื่อประดิษฐาน ณ เนินเขาภายในบริเวณวิทยาลัยครูสวนสุนันทา และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล 0001/2234 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม พุทธศักราช 2513 ความปลาบปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ ยังความชื่นชมยินดีแก่คณาจารย์และนักศึกษาของวิทยาลัยเป็นอย่างยิ่ง
การจัดสร้างพระบรมรูปซึ่งมีขนาดเท่าพระองค์จริง ต้องอาศัยความประณีตในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การศึกษาข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ โดยใช้ภาพเขียนสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ ซึ่งประดับอยู่ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เป็นต้นแบบ ในภาพดังกล่าว มีความสูงส่วนพระองค์ประมาณ 157 เซนติเมตร ทรงฉลองพระองค์ตามแบบในภาพเขียน ประทับนั่งบนพระแท่นขนาดย่อม ห้อยพระบาท พระชงฆ์ทั้งสองชิดกัน พระบาทเอียงเข้าด้านในเล็กน้อย พระวรกายเอียงไปทางขวาอย่างสง่างาม แต่ทรงหันพระพักตร์ตรง พระกรซ้ายวางบนพระเขนยอิงรูปขวาน พระกรขวาวางบนพระเพลา และทรงถือพัดในพระหัตถ์ ด้านข้างพระแท่นมีโต๊ะเล็กตั้งเครื่องพระราชอิสริยยศตามแบบในภาพเขียน
ผู้ออกแบบพระบรมรูป คือ นายสนั่น ศิลากรณ์ ช่างศิลปเอก แผนกช่างปั้น กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร
ส่วนผู้ปั้นพระบรมรูป คือ นายสาโรช จารักษ์ ช่างศิลปโท ในหน่วยงานเดียวกัน
ทั้งนี้ เครื่องฉลองพระองค์และเครื่องพระราชอิสริยยศทุกชิ้นต้องมีความถูกต้องสมพระเกียรติ วิทยาลัยจึงได้รับความกรุณาจากสำนักพระราชวัง เปิดโอกาสให้เข้าศึกษาและบันทึกรายละเอียดเครื่องพระราชอิสริยยศ โดยได้มอบหมายให้นายพิมล สายจันทร์ดี ครูผู้สอนวิชาศิลปะ เข้าไปถ่ายภาพและวัดขนาดภาชนะต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลส่งต่อให้กองหัตถศิลป์ใช้ประกอบการจัดสร้าง
เมื่อการปั้นพระบรมรูปใกล้แล้วเสร็จ กองหัตถศิลป์ได้ขอให้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิเข้าตรวจพิจารณาความงดงามและความถูกต้องของพระบรมรูป วิทยาลัยจึงกราบทูลเชิญ หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล องค์ประธานพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างกว้างขวาง เสด็จไปทอดพระเนตรพระบรมรูป ณ กองหัตถศิลป์ เมื่อทอดพระเนตรแล้ว ทรงมีรับสั่งว่า “งามดี” และมิได้ทรงมีพระดำริให้แก้ไขประการใด ต่อจากนั้น ยังได้เสด็จมายังวิทยาลัยครูสวนสุนันทา เพื่อทอดพระเนตรสถานที่ประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์ และทรงเห็นพ้องว่า “เนินสมเด็จ” บริเวณหน้าอาคาร 1 เป็นสถานที่อันร่มรื่นและเหมาะสม สมกับพระราชอัธยาศัยของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ ดังที่ปรากฏในพระราชนิพนธ์และข้อความจารึกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ภายหลังงานปั้นแล้วเสร็จ จึงได้กำหนดพิธีเททองหล่อพระบรมรูป โดยสมาคมศิษย์เก่าสวนสุนันทา (ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รับไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์แล้ว ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2515) ได้กราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเททองหล่อพระบรมรูป ณ กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2514 อันเป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ ครบ 111 ปี
หลังการเททองแล้ว ยังต้องใช้เวลาในการตกแต่งพระบรมรูปและการหล่อเครื่องพระราชอิสริยยศยังไม่แล้วเสร็จ รวมทั้งการจัดสร้างพระแท่นหินอ่อนรองรับพระบรมรูป โดยวิทยาลัยได้มอบหมายให้กรมศิลปากรดำเนินการ เพื่อให้สมพระเกียรติและมีความงดงามสมบูรณ์ที่สุด เมื่อพระบรมรูปและพระแท่นแล้วเสร็จเรียบร้อย วิทยาลัยจึงกำหนดพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์ ในวันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2515 พร้อมจัดงานฉลองระหว่างวันที่ 10–14 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2515 โดยได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์ ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินตามคำกราบบังคมทูลเชิญ
วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2515 พระบรมรูปได้อัญเชิญจากกองหัตถศิลป์มาประดิษฐานบนพระแท่น บริเวณเนินสมเด็จ วิทยาลัยครูสวนสุนันทา
และมีพิธีอัญเชิญพระวิญญาณเข้าสู่พระราชานุสาวรีย์ โดย ศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี และคุณหญิงกรองแก้ว ปทุมานนท์ เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยครูสวนสุนันทา

