ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ อาจมีคำถามเกิดขึ้นมาว่า “ศาสตร์แห่งภาษาและการประพันธ์” ยังคงจำเป็นอยู่ไหม?
ความสำเร็จและภาพความสง่างามของนักศึกษาครูภาษาไทยบนเวทีประกวดระดับประเทศมากมาย เบื้องหลังสำคัญของความสวยงามเหล่านี้ต้องส่องสปอร์ตไลท์ไปยัง “อาจารย์เบญจพร ไพรศร” อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ ผู้เป็นทั้งครูผู้ประสาทวิชา และเป็น “โค้ช” คนสำคัญที่คอยเจียระไนเพชรเม็ดงามให้ออกไปเปล่งประกาย ทรงคุณค่า และเปี่ยมไปด้วยพลังสร้างสรรค์ที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่นอย่างน่าอัศจรรย์
เมื่อพูดถึงรายวิชาทางวรรณคดี ใครหลายคนอาจนึกถึงเพียงการท่องจำฉันทลักษณ์ที่ดูเข้าใจยาก แต่สำหรับอาจารย์เบญจพร ในรายวิชา “การแต่งคำประพันธ์” คือทักษะชีวิตและอาวุธสำคัญของนักศึกษาครูภาษาไทย ไม่ว่าจะเป็นกลอนสุภาพ กาพย์ยานี 11 โคลงสี่สุภาพ หรือรูปแบบการประพันธ์อื่น ๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรียนเพื่อสอบ แต่คือองค์ความรู้ที่นักศึกษาต้องแตกฉาน เพื่อนำไปจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนจริงตามตัวชี้วัดของแต่ละระดับชั้นได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ
ยิ่งไปกว่านั้น ในบริบทของโรงเรียนทั่วประเทศ กิจกรรมวันสำคัญทางภาษาและการแข่งขันประพันธ์ถือเป็นเวทีใหญ่ที่ทุกสถาบันให้ความสำคัญ หากบัณฑิตครูจากรั้วสวนสุนันทามีความพร้อมและเชี่ยวชาญในศาสตร์นี้อย่างสมบูรณ์ ย่อมเป็นเครื่องสะท้อนถึงคุณภาพการจัดการเรียนการสอน และเป็นหลักประกันว่าคณะครุศาสตร์แห่งนี้ พร้อมแล้วที่จะส่งมอบ “บัณฑิตครูมืออาชีพ” สู่สังคมอย่างแท้จริง
ความทุ่มเทของอาจารย์เบญจพรไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ในห้องเรียนสี่เหลี่ยม การส่งเสริมให้นักศึกษาลงสนามแข่งขันตั้งแต่ระดับจังหวัด ภูมิภาค ไปจนถึงระดับประเทศ คือบทพิสูจน์ความสามารถอันเลิศล้ำ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ แต่นักศึกษาของอาจารย์เบญจพร กลับสามารถยืนหยัดบนเวทีวรรณศิลป์ได้อย่างสง่างาม คว้าความสำเร็จและรางวัลการันตีมามากกว่า 10 รางวัล ตัวอย่างเช่น
- แชมป์กลอนสดระดับประเทศ 2 สมัยซ้อน : รางวัลชนะเลิศ การแข่งขันประชันกลอนสด ระดับประเทศ “ทายาทสุนทรภู่” ประเภททีมอุดมศึกษา ประจำปี 2565 – 2566 จัดโดยสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย
- เวทีศึก-ศาสตร์-ศิลป์ MULA & SDGs โดยมหาวิทยาลัยมหิดล : คว้าทั้งรางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ (ปี 2568) และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (ปี 2567) ในการประกวดประพันธ์และประชันอ่านเพื่อความเท่าเทียมทางสังคม
- 1 ใน 2 คนของประเทศ จากมูลนิธิศิลปินแห่งชาติ : นักศึกษาได้รับรางวัลด้านการศึกษาสาขาวรรณศิลป์ ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม ถึง 2 สมัยติดต่อกัน คือ แขนงการเขียนร้อยกรอง (ปีการศึกษา 2567) และแขนงการเขียนร้อยแก้ว (ปีการศึกษา 2568)
- สุดยอดกวีศรีเวทีต่าง ๆ : ไม่ว่าจะเป็นรางวัลชนะเลิศ “วรรณกวีศรีละโว้” (ปี 2567), รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ งานวันภาษาไทยแห่งชาติและวันอาเซียน ณ จังหวัดขอนแก่น (ปี 2568) รวมถึงรางวัลชนะเลิศประชันกลอนสดภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (ปี 2568)
- ผลงานสร้างสรรค์สู่นิตยสารวรรณกรรม : รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ (ประเภทเดี่ยว) จากบทประพันธ์ “ภาพแห่งปิยมิตร ผู้อุทิศแห่งวงวรรณ” ตามปณิธานของพลตรีหญิงอุษณีย์ เกษมสันต์ ณ อยุธยา ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ลงในหนังสือรวมบทร้อยกรอง “คือผู้หญิงคนนี้” (ปี 2569)
- เชิดชูเกียรติด้านศิลปวัฒนธรรม : รางวัล “ธนบุรีศรีนพมาศ” ประจำปี 2568 และรางวัล “เยาวชนประกายเพชร” สาขาศิลปวัฒนธรรม 2 สมัยซ้อน (ปี 2568 – 2569) จัดโดยสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว
และยังมีรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายที่เป็นเครื่องยืนยันว่า นักศึกษาที่นี่ไม่ได้เรียนแค่ภาคทฤษฎี แต่พวกเขามี “ศักยภาพจริง” ที่พร้อมจะเติบโตในสายงาน
หากมองเพียงแค่ถ้วยรางวัล เราอาจเห็นแค่ปลายทางของความสำเร็จ แต่เบื้องหลังความงดงามเหล่านั้น อาจารย์เบญจพรเปิดเผยว่า งานวรรณศิลป์ไม่มีทางสำเร็จได้ในวันเดียวหรือสัปดาห์เดียว หากแต่เกิดจากกระบวนการทำงานร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ หัวใจสำคัญของการเป็นโค้ชที่ดีคือต้องเข้าใจธรรมชาติและพื้นฐานของนักศึกษาแต่ละคน เพื่อใส่เทคนิคและขัดเกลาบทประพันธ์ให้สะท้อนตัวตนของพวกเขาออกมาได้ดีที่สุด
ทว่าในสนามแข่งขันย่อมมีทั้งวันที่สมหวังและผิดหวัง สิ่งที่อาจารย์เบญจพรมักจะพร่ำสอนลูกศิษย์อยู่เสมอไม่ใช่การมุ่งหวังแต่ชัยชนะ แต่คือการดูแลสภาพจิตใจและมุมมองต่อชีวิต โดยมีประโยคเตือนใจสำหรับนักศึกษาเสมอ
ชัยชนะที่แท้คือแพ้เป็น” วันที่เราชนะ เรามีความสุข เราดีใจในความสำเร็จ แต่ในวันที่เราไม่สมหวัง เราแพ้ในการแข่งขัน เราต้องยอมรับผล แพ้ให้เป็นและกลับมาพัฒนาจุดที่ต้องแก้ไขในผลงานสนามต่อไป จึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นนักศึกษาครูที่มีคุณภาพ “การลงสนามแข่งขันเรามีต้นทุนของประสบการณ์แล้ว ส่วนรางวัลที่ได้รับคือกำไรในชีวิต
ไม่เพียงแต่สร้างนักศึกษาให้เป็น “นักกลอน” ที่เก่งกาจ แต่กำลังหล่อหลอมให้พวกเขากลายเป็น “ครูภาษาไทย” ที่มีจิตวิญญาณ มีความเข้มแข็ง พร้อมที่จะออกไปสร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อความสำเร็จนี้ให้แก่ศิษย์ในอนาคตรุ่นแล้วรุ่นเล่าอย่างไม่รู้จบ
เกียรติภูมิผู้เป็นโค้ช จากผู้อยู่หน้าเวที สู่เบื้องหลังความสำเร็จระดับชาติ
อาจารย์เบญจพร ไพรศร อาจารย์ประจำสาขาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ คือหนึ่งในบุคลากรสายวิชาการผู้เปี่ยมด้วยหัวใจรักในร้อยกรองและวรรณศิลป์ไทยอย่างลึกซึ้ง โดยเบื้องหลังความเชี่ยวชาญนี้หล่อหลอมมาจากคลังความรู้ระดับปริญญาตรีอักษรศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จากฐานรากทางวิชาการ ผสานกับความหลงใหลในอักขระวิธีและท่วงทำนองแห่งกาพย์กลอน ได้ขับเน้นให้เสน่ห์ในงานวิชาการและงานเขียนร้อยกรองของเธอยังการันตีด้วยผลงานตีพิมพ์รวมเล่ม และรางวัลเกียรติยศระดับประเทศ รวมถึงโล่พระราชทานอีกหลายวาระ โดยจะยกตัวอย่างความสำเร็จในเส้นทางการประพันธ์ที่อาจารย์ภาคภูมิใจ อาทิ
- ชนะเลิศรางวัลพระราชทาน จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทั้งร้อยกรอง ปี 2549 และร้อยแก้ว ปี 2553
- ชนะเลิศ ระดับประเทศ บทร้อยกรอง “ปรองดอง สมานฉันท์ สร้างสรรค์ประเทศไทย” ปี 2557 จากผู้ส่งผลงานกว่า 1500 คน
- ชนะเลิศ รางวัลทางด้านวรรณศิลป์ (บทกวี) จาก 3 สถาบัน
↪︎ เกียรตินิยมวรรณศิลป์ จากชมรมวรรณศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2553
↪︎ เพชรวรรณศิลป์ จากชมรมวรรณศิลป์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2 สมัย คือ 2561 และ 2564
↪︎ มงกุฎเนาวรัตน์ จากชมรมวรรณศิลป์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2563
- ชนะเลิศการประชันกลอนสด งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ปี 2567 และรางวัลอื่น ๆ มากกว่า 30 รางวัล จนนำมาสู่การได้รับการประกาศเกียรติคุณ “นักกลอนดีเด่น พุทธศักราช 2566 จากสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย”
- รางวัล “แก้วเขลางค์” สาขาภาษาและวรรณกรรม ประจำปี 2569 จากสำนักศิลปะและวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

