logo
นายเธียรศิลป์ โคษา และ นายภูวิสิษฏ์ โคมา
13 กรกฎาคม 2569

"กร - โอม" จากห้องซ้อมสู่ “เหรียญทอง RSL” เมื่อโอกาสเปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นความสำเร็จ

440 อ่าน
0 แชร์

เสียงกลองที่ดังขึ้นบนเวทีการแข่งขัน ไม่ได้สะท้อนเพียงจังหวะของบทเพลง แต่ยังสะท้อนเรื่องราวของการฝึกฝน ความพยายาม และโอกาสที่ค่อย ๆ หล่อหลอมให้คนธรรมดาเติบโตขึ้นในเส้นทางดนตรี

นายเธียรศิลป์ โคษา (กร) และ นายภูวิสิษฏ์ โคมา (โอม) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาดนตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา บุคคลสองคนที่มีจุดเริ่มต้นแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการพัฒนาตัวเองในฐานะนักดนตรี จนสามารถคว้าเหรียญทองจากการแข่งขัน Rockschool (RSL) Drum Competition ได้สำเร็จ

สำหรับ "กร" ความรักในเสียงกลองเริ่มต้นตั้งแต่สมัยมัธยมศึกษา เขาเป็นสมาชิกวงโยธวาทิต เล่นเครื่องเพอร์คัชชัน ทั้งกลองสแนร์ เบสดรัม และฉาบ ก่อนจะเริ่มฝึกกลองชุดด้วยตัวเองจากการดูคลิปผ่าน YouTube ยิ่งฝึกก็ยิ่งค้นพบว่ากลองชุดคือสิ่งที่ชอบมากที่สุด เมื่อถึงเวลาต้องเลือกเส้นทางเรียนต่อ โอมตั้งใจตั้งแต่แรกว่าอยากเรียนด้านการแสดงดนตรี (Performance) มากกว่าสายครู เพราะต้องการพัฒนาทักษะกลองชุดอย่างจริงจัง หลังจากศึกษาข้อมูลก็ทราบว่าที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทามีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกลองชุด จึงตัดสินใจเลือกที่นี่เป็นสถานที่สานต่อความฝัน

ขณะที่ "โอม" มีเส้นทางที่แตกต่างออกไป เขาเริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น แต่ต้องหยุดเล่นไปช่วงหนึ่งจากอุบัติเหตุที่แขน ทำให้เส้นทางดนตรีสะดุดลง กระทั่งช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 5 เขากลับมาจับไม้กลองอีกครั้ง ได้ร่วมแข่งขันกับวงลูกทุ่งของโรงเรียน และเริ่มมองเห็นว่าดนตรีอาจกลายเป็นเส้นทางในอนาคต ในช่วงที่ยังไม่รู้ว่าจะเรียนต่อที่ไหน ครูได้แนะนำให้รู้จักอาจารย์ผู้สอนกลองของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ด้วยชื่อเสียงด้านการสอนที่ได้รับการยอมรับ ทำให้กรตัดสินใจสมัครเข้าศึกษา และเริ่มต้นเส้นทางนักดนตรีอย่างจริงจัง

แม้ทั้งสองคนจะมีพื้นฐานด้านกลองมาก่อน แต่ต่างยอมรับว่า การเรียนในมหาวิทยาลัยทำให้ได้เรียนรู้สิ่งที่ลึกกว่าการเล่นเพลง ไม่ว่าจะเป็นเทคนิค การวางแผนการฝึกซ้อม การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการมองดนตรีในมิติที่กว้างขึ้น

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่ออาจารย์ประจำสาขาแนะนำให้ทั้งสองคนสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน Rockschool (RSL) Drum Competition เวทีประกวดกลองชุดระดับนานาชาติ

ในตอนแรก ทั้งคู่แทบไม่คิดจะลงแข่งขัน เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ และกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการสมัคร แต่เมื่ออาจารย์ช่วยสนับสนุน พร้อมย้ำว่า "ไปเพื่อหาประสบการณ์" มากกว่าจะไปเพื่อเอาชนะ ทำให้ทั้งสองคนตัดสินใจตอบรับโอกาสครั้งนั้น จากเดิมที่คิดว่าจะซ้อมเพียงเล็กน้อย กลับกลายเป็นการฝึกซ้อมอย่างจริงจังในช่วงเดือนสุดท้ายก่อนการแข่งขัน ทั้งสองต้องวางแผนการซ้อมด้วยตัวเอง แบ่งเวลาเรียน เวลาสอนดนตรี และเวลาซ้อมอย่างมีวินัย ช่วงปิดภาคเรียนที่หลายคนได้กลับบ้านพักผ่อน ทั้งสองกลับใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องซ้อมของมหาวิทยาลัย บางวันต้องตื่นแต่เช้าเพื่อฝึกกลอง ก่อนออกไปสอนดนตรีในช่วงเย็น และกลับมาซ้อมต่ออีกครั้ง วนเช่นนี้แทบทุกวัน

ยิ่งวันแข่งขันใกล้เข้ามา ความกดดันก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อได้เห็นรายชื่อผู้เข้าแข่งขันที่หลายคนฝึกการตีกลองมาตั้งแต่เด็ก บางคนเริ่มเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ทำให้ทั้งคู่รู้ว่าตัวเองกำลังลงแข่งกับนักดนตรีที่มีประสบการณ์สูง แต่สุดท้าย ทั้งสองเลือกเปลี่ยนความกดดันให้กลายเป็นแรงผลักดัน

ประสบการณ์จากการแข่งขันในครั้งนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้กรเรียนรู้ที่จะตั้งสติ มีความนิ่ง และพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายใหม่ ๆ

แต่ยังจุดประกายให้โอมเกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิด พร้อมทั้งมีมุมมองและทัศนคติที่เติบโตยิ่งขึ้น

สิ่งที่ได้เรียนรู้มากที่สุดไม่ใช่เรื่องการตีให้เก่งขึ้น แต่เป็นการรับมือกับสถานการณ์จริงบนเวทีแข่งขัน เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
มีเวลาเตรียมตัวเพียงไม่กี่นาที เครื่องดนตรีก็ไม่ใช่อุปกรณ์ที่คุ้นเคย แตกต่างจากการสอบในมหาวิทยาลัยที่มีเวลาปรับตัวมากกว่า

— โอม - ภูวิสิษฏ์ โคมา
กร เธียรศิลป์ โคษา
กร เธียรศิลป์ โคษา

รางวัลไม่ใช่สิ่งที่มีค่าที่สุด สิ่งสำคัญคือการได้เห็นนักดนตรีรุ่นใหม่ ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และค้นพบว่าทุกคนมีจุดเริ่มต้นไม่เหมือนกัน
บางคนเริ่มเรียนกลองตั้งแต่ ป.1 ขณะที่เขาเริ่มจริงจังในช่วงมัธยมต้น ความแตกต่างนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกด้อยกว่า
แต่กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ตั้งใจฝึกซ้อมมากกว่าเดิม "เราไม่ได้มองว่าเขาเป็นคู่แข่ง แต่เป็นแรงบันดาลใจ

— กร - เธียรศิลป์ โคษา
โอม ภูวิสิษฏ์ โคมา
โอม ภูวิสิษฏ์ โคมา

เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากบอกกับตัวเอง ทั้งสองคนต่างไม่ได้นึกถึงเหรียญรางวัลเป็นอันดับแรก แต่เลือกพูดถึง "โอกาส"

กรกล่าวขอบคุณอาจารย์ทุกคนที่คอยผลักดัน เปิดห้องซ้อมในช่วงปิดเทอม ส่งต่อโอกาสให้ไปเล่นดนตรี ทำงานโปรดักชัน เป็นช่างเทคนิค และร่วมงานคอนเสิร์ตหลากหลายรูปแบบ เพราะทุกประสบการณ์ทำให้เขาได้เรียนรู้นอกห้องเรียน เขายังบอกอีกว่า ทุกครั้งที่มีโอกาสเข้ามา เขาจะเลือกคว้าไว้เสมอ เพราะเชื่อว่า "โอกาสไม่ได้เดินมาหาเราเสมอไป บางครั้งเราต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าหาโอกาส"

ส่วนโอมเชื่อว่า การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยให้คุ้มค่าที่สุด คือการไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ใช้เวลาฝึกฝน เรียนรู้ และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนสำคัญเมื่อก้าวออกไปสู่การทำงานจริง

จากนักศึกษาที่เคยลังเล ไม่มั่นใจ และไม่คิดว่าจะลงแข่งขัน วันนี้ทั้งสองคนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว

แต่เกิดจากความตั้งใจ วินัย การฝึกฝน และการมีอาจารย์ที่คอยมองเห็นศักยภาพ พร้อมผลักดันให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

รางวัลเหรียญทองจากการแข่งขัน Rockschool (RSL) Drum Competition จึงไม่ใช่เพียงถ้วยรางวัลที่ยืนยันความสามารถ

หากยังเป็นหลักฐานของการเติบโต จากนักศึกษาสองคนที่กล้าคว้าโอกาส และเปลี่ยนประสบการณ์บนเวทีให้กลายเป็นอีกก้าวสำคัญของชีวิตนักดนตรี

นายเธียรศิลป์ โคษา และ นายภูวิสิษฏ์ โคมา

เรียบเรียงโดย

ณัฐวลัญช์ วังนิล

คำค้นหา:การแข่งขัน, แรงบันดาลใจ, ดนตรี, ศิลปกรรมศาสตร์, ศิลปกรรม, นักดนตรี, กลอง
แชร์เรื่องนี้: