บางครั้งการเดินทางที่น่าจดจำที่สุด ไม่ใช่การไปให้ไกลที่สุด แต่เป็นการได้ใช้เวลาอยู่กับสถานที่หนึ่งอย่างช้า ๆ จนเริ่มมองเห็นเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่
“ภูเก็ตก็เป็นแบบนั้น”
ฉันลากกระเป๋าใบเล็กเดินเข้าสู่ท่าอากาศยานดอนเมือง พร้อมตั๋วเครื่องบินปลายทาง "ภูเก็ต" ในมือ แม้จะเคยเห็นภาพทะเลสีครามของเกาะแห่งนี้ผ่านหน้าจออยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะฉันตั้งใจจะออกเดินทางเพื่อทำความรู้จักภูเก็ตให้มากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยวริมทะเล หลังใช้เวลาบินเพียงชั่วโมงกว่า ๆ เครื่องบินก็ค่อย ๆ ลดระดับลงเหนือผืนน้ำสีฟ้าของทะเลอันดามัน เกาะน้อยใหญ่กระจายตัวอยู่เบื้องล่างราวกับภาพวาด เมื่อก้าวออกจากสนามบิน ลมทะเลอุ่น ๆ ก็พัดมาต้อนรับ ราวกับกำลังบอกว่า การเดินทางครั้งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว..
หลายคนอาจเลือกเช็กอินเข้าที่พักเป็นอย่างแรก แต่สำหรับฉันการรู้จักเมืองหนึ่งเริ่มต้นได้จาก “อาหารเช้า
จุดหมายแรกคือ เจี่ยย์ ติ่มซำ - บะกุ๊ดเต๋ ร้านอาหารเช้าชื่อดังที่อยู่คู่ชาวภูเก็ตมานาน ภายในร้านเต็มไปด้วยผู้คนทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เข่งติ่มซำหลากหลายชนิดวางเรียงรายให้เลือกด้วยตัวเอง ก่อนนำไปนึ่งร้อน ๆ เสิร์ฟถึงโต๊ะ ส่วนบะกุ๊ดเต๋ที่เคี่ยวด้วยเครื่องเทศจีนจนหอมกรุ่นนั้น ยิ่งรับประทานคู่กับปาท่องโก๋และชาร้อน ก็ยิ่งทำให้มื้อแรกของการเดินทางเต็มไปด้วยความสุข อาหารมื้อนี้ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังสะท้อนรากเหง้าของชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในภูเก็ตตั้งแต่ยุคเหมืองแร่ดีบุกรุ่งเรือง และได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมการกินให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของผู้คนบนเกาะแห่งนี้
อิ่มท้องแล้ว ฉันมุ่งหน้าเข้าสู่ ย่านเมืองเก่าภูเก็ต (Phuket Old Town) หัวใจของเมืองที่ยังคงเก็บรักษาเรื่องราวในอดีตไว้อย่างงดงาม อาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกีสสีสันสดใสเรียงรายตลอดถนนถลาง ถนนดีบุก และซอยรมณีย์ ทุกก้าวที่เดินผ่านทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเปิดหน้าหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนึ่ง
ครั้งหนึ่งภูเก็ตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าแร่ดีบุกที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความมั่งคั่งในยุคนั้นดึงดูดผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งชาวจีน ชาวมลายู และชาวยุโรป เข้ามาตั้งรกราก เกิดเป็นวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองที่ยังคงมองเห็นได้ในปัจจุบัน
ฉันตั้งใจกลับมาย่านเมืองเก่าอีกครั้งในช่วงค่ำ เพราะหลายคนบอกว่า "กลางคืนสวยกว่า" และก็จริงอย่างที่เขาว่า!
เมื่อแสงแดดลับขอบฟ้า เมืองทั้งเมืองค่อย ๆ เปลี่ยนบรรยากาศ โคมไฟสีส้มส่องแสงไปตามอาคารเก่า เสียงดนตรีจากร้านเล็ก ๆ ดังคลอเบา ๆ ผู้คนเดินเล่น ถ่ายรูป นั่งพูดคุยกันอย่างสบาย ๆ ไม่มีใครเร่งรีบ บรรยากาศยามค่ำคืนของ Phuket Old Town ทำให้เมืองเก่าแห่งนี้มีเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง ทั้งอบอุ่น มีชีวิตชีวา และชวนให้เดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกเหนื่อย
เช้าวันถัดมา ฉันแวะร้าน สุชาติไอติม Since 1987 ร้านไอศกรีมเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองภูเก็ตมานานกว่า 30 ปี และเป็นผู้คิดค้นไอศกรีมทอดเจ้าแรกของจังหวัด เมนูที่สั่งคือ “ไอศกรีมทรงเครื่อง” เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียว ลูกชิด ถั่วแดง วุ้น และเครื่องต่าง ๆ ที่จัดเต็มจนแทบมองไม่เห็นเนื้อไอศกรีม ความหวานเย็นพอดี ๆ ทำให้หายเหนื่อยจากการเดินเล่นทันที อีกหนึ่งเมนูที่ทำให้ร้านแห่งนี้เป็นที่รู้จักคือ “ไอศกรีมทอด” ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเจ้าแรกของภูเก็ต ความเย็นของไอศกรีมตัดกับแป้งทอดร้อน ๆ กลายเป็นรสสัมผัสที่แปลกใหม่และน่าประทับใจ
หลายคนบอกว่า หากมาถึงภูเก็ตแล้วไม่ได้ชิม โอ้เอ๋ว ก็เหมือนยังมาไม่ถึง!
ฉันจึงตั้งใจตามหาร้านโอ้เอ๋วเจ้าดั้งเดิม ของหวานพื้นเมืองที่อยู่คู่ชาวภูเก็ตมานาน ตัววุ้นทำจากเมล็ดของต้นโอ้เอ๋ว เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งไส น้ำเชื่อม และถั่วแดง รสชาติหวานอ่อน ๆ เย็นชื่นใจ เหมาะกับอากาศร้อนของเมืองชายทะเล
โอ้เอ๋วอาจเป็นเพียงของหวานหนึ่งถ้วยสำหรับนักท่องเที่ยว แต่สำหรับคนภูเก็ต มันคือร่องรอยของวัฒนธรรมจีนฮกเกี้ยนที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในวิถีประจำวัน บางครั้ง เรื่องราวของเมืองก็ไม่ได้อยู่ในพิพิธภัณฑ์หรือหนังสือประวัติศาสตร์ แต่อยู่ในอาหารที่ผู้คนยังคงกินกันทุกวัน
ช่วงเย็น ฉันมุ่งหน้าไปยัง แหลมพรหมเทพ แม้จะเคยเห็นภาพพระอาทิตย์ตกจากที่นี่มานับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อได้มายืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ก็เข้าใจทันทีว่าทำไมผู้คนถึงยอมเดินทางมาเพื่อรอเพียงไม่กี่นาที
ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ลอยต่ำลงเหนือทะเลอันดามัน แสงสีทองเปลี่ยนเป็นสีส้ม ก่อนจะค่อย ๆ แต้มท้องฟ้าด้วยสีชมพูและสีม่วง ทุกคนรอบตัวเงียบลงโดยไม่ได้นัดหมาย ราวกับกำลังชมการแสดงที่ธรรมชาติเตรียมไว้เพียงวันละหนึ่งรอบ” เป็นความสวยงามที่กล้องถ่ายรูปเก็บไว้ได้ไม่หมดจริง ๆ
ค่ำวันนั้น ฉันปิดท้ายด้วยร้านที่ตั้งใจมามากที่สุด นั่นคือ โกเบ๊นซ์ ข้าวต้มแห้งภูเก็ต ร้านระดับตำนานที่มีลูกค้าแน่นทุกคืน แม้จะต้องต่อคิวอยู่พักใหญ่ แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเมื่อจานข้าวต้มแห้งถูกยกมาเสิร์ฟ ข้าวหอม ๆ ราดน้ำซอสสูตรเฉพาะ โรยกระเทียมเจียวจนหอมฟุ้ง เสิร์ฟพร้อมหมูกรอบ หมูสับ เครื่องใน และไข่ออนเซ็น ทุกอย่างเข้ากันอย่างลงตัว เป็นเมนูที่ดูเรียบง่าย แต่ทำให้อยากตักคำต่อไปเรื่อย ๆ
เมื่อกลับถึงที่พัก ฉันนั่งทบทวนเรื่องราวของทั้งวัน แล้วก็พบว่า สิ่งที่ทำให้ภูเก็ตน่าหลงใหล ไม่ใช่แค่ทะเลสวยหรือสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง แต่คือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ระหว่างทาง รอยยิ้มของคนในร้านอาหาร อาคารเก่าที่เล่าเรื่องในอดีต ของหวานที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน หรือแม้แต่ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า
ทั้งหมดนี้ทำให้ภูเก็ตไม่ใช่แค่ "เมืองที่มาเที่ยว"
แต่เป็นเมืองที่ทำให้เราอยากกลับมาอีกครั้ง...เพื่อใช้เวลาอยู่กับมันให้นานกว่าเดิม

