จากเด็กนักเรียนประจำผู้คว้าทุนบินลัดฟ้าสู่ประเทศจีน สู่บทบาทผู้นำสูงสุดของสโมสรนักศึกษา “ลูกปัด-นางสาววลัยพร บุญจงค์”
นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชารัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา นายกสโมสรนักศึกษาคนล่าสุด ผู้พกพาต้นทุนชีวิตสุดแกร่งและวิสัยทัศน์ระดับสากลที่น่าจับตามอง กับบทพิสูจน์ว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากโชคช่วย
ก้าวสำคัญสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของสโมสรนักศึกษาไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่เป็นผลมาจากการลงมือทำงานจริงเพื่อสะสมประสบการณ์อย่างลึกซึ้ง
ในปีการศึกษา 2568 ลูกปัดได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ในตำแหน่ง “อนุกรรมการ” ของวิทยาลัยการเมืองและการปกครอง การได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงทำให้เธอเข้าใจระบบการทำงาน และมองเห็นภาพรวมของปัญหา อุปสรรค ตลอดจนข้อจำกัดต่าง ๆ ขององค์กรและตัวนักศึกษาได้อย่างถ่องแท้ บ่มเพาะกลายมาเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เธอตัดสินใจก้าวขึ้นมารับบทบาทผู้นำ เพื่อบริหารจัดการและดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้เป็นรูปธรรม เธอยอมรับว่ามีความดีใจควบคู่ไปกับความกังวลใจว่าผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีความจำกัดบางอย่างเกินที่นักศึกษาจะแก้ไขได้ แต่เธอก็พร้อมจะทุ่มเททำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ
ในด้านภูมิหลังของ “ลูกปัด” เธอเริ่มต้นเส้นทางชีวิตที่โรงเรียนประจำมาตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ ด้วยพื้นฐานที่คลุกคลีอยู่กับภาษาและวัฒนธรรมจีนกว่า 9 ปี ณ โรงเรียนราษฎร์วิทยา (กวงตง) จังหวัดเพชรบุรี ส่งผลให้เธอสามารถสอบชิงทุนการศึกษาเต็มจำนวนเพื่อไปเรียนต่อระดับมัธยมปลาย ณ เมืองเซียะเหมิน ประเทศจีน ประสบการณ์ระดับนานาชาติและทักษะภาษาที่โดดเด่นนี้ ไม่เพียงเป็นต้นทุนชีวิตชั้นดี แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งเสริมการศึกษามิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเธอในปัจจุบันได้อย่างยอดเยี่ยม
ในมุมมองของลูกปัด สโมสรนักศึกษาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็น “กระบอกเสียง” เหมือนทั่วไป แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “ตัวเชื่อม” ที่ช่วยผสานปฏิสัมพันธ์และความเข้าใจอันดี ระหว่างกลุ่มนักศึกษากับคณะผู้บริหารและคณาจารย์ผู้สอน นั่นคือสิ่งที่ทำให้สโมสรนักศึกษามีความละเอียดอ่อน สามารถเข้าถึงความต้องการ และรับฟังเสียงสะท้อนของนักศึกษาในพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด และชัดเจนกว่าหน่วยงานในภาพรวม
“มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพนักศึกษา แก้ไขปัญหาด้วยความเข้าใจ และสร้างพื้นที่แห่งโอกาสเพื่อขับเคลื่อนวิทยาลัยฯ อย่างยั่งยืน” พร้อมแนวทางการขับเคลื่อนผ่านการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบผ่านหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน 3 เสาหลัก เริ่มต้นจากการสร้างสรรค์โอกาสและวางรากฐานระยะยาวเพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้กล้าคิดกล้าแสดงออกตามความถนัด เช่น การเปิดเวทีบทบาทดรัมเมเยอร์และเตรียมขยายผลสู่กิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ควบคู่ไปกับการยกระดับและประชาสัมพันธ์สวัสดิการการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อขจัดอุปสรรคด้านข้อมูลและช่วยให้นักศึกษาเข้าถึงอุปกรณ์รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยของมหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มศักยภาพ ที่สำคัญที่สุดคือการโอบรับความหลากหลาย ความแตกต่างทางภูมิหลัง วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ ให้กลายเป็นพลังบวกในการทลายอคติทางความคิด
ท้ายที่สุดนโยบายที่เธออยากผลักดันคือ การขับเคลื่อนพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ให้เกิดขึ้นจริงในรั้วมหาวิทยาลัย ถูกถ่ายทอดผ่าน 3 มิติสำคัญ
- การสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางความคิดและการแสดงออกที่เปิดกว้างรับฟังทุกไอเดียอย่างเท่าเทียมและโปร่งใส
- พื้นที่ปลอดภัยทางกายภาพและจิตใจ โดยใช้ระบบ "เพื่อนช่วยเพื่อน" และกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์เพื่อลดช่องว่างและช่วยเหลือนักศึกษาในการปรับตัว
- พื้นที่ปลอดภัยจากระบบและอคติ ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างกิจกรรมให้ปราศจากการเลือกปฏิบัติในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศสภาพ ศาสนา หรือฐานะทางเศรษฐกิจ เพื่อหลอมรวมให้วิทยาลัยฯ เป็นพื้นที่แห่งการเติบโตที่อบอุ่นและเท่าเทียมสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
เธออยากเชิญชวนให้นักศึกษาทุกคนสร้างสมดุลในชีวิต ด้วยการจัดเวลาเรียนควบคู่ไปกับการทำกิจกรรม โดยไม่ทิ้งด้านใดด้านหนึ่งไป เพราะเมื่อก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย ประสบการณ์และผลงานทุกอย่างที่เคยลงมือปฏิบัติจริง จะเป็นสิ่งสำคัญที่สะท้อนถึงศักยภาพและความสามารถที่แท้จริงในตัวเราเอง
การเรียนทำเพื่ออนาคตของเรา แต่การทำกิจกรรมทำให้เรามีความสุข สนุกสนาน และได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างคุ้มค่า

