logo
รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง
20 กรกฎาคม 2569

เพลงประจำสถาบัน (3)

82 อ่าน
0 แชร์

เพลง "วันสุนันทา": ปฏิทินเสียงแห่งการเฉลิมฉลองและการสถาปนาพื้นที่แห่งความผูกพัน

เพลงวันสุนันทา ผลงานทำนองเพลงของคุณครูเอื้อ สุนทรสนาน ผลงานคำร้องของ วิชัย โกกิละกนิษฐ์ ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ ผู้ใช้นามปากกาว่า “ธาตรี” ขับร้องโดย สุนทราภรณ์ บันทึกเสียงเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๑๒ ที่ห้องบันทึกเสียงกมลสุโกศล ซอยอรรถการประสิทธิ์ สาทรใต้ วงดนตรีสุนทราภรณ์บรรเลง มีเนื้อร้องดังนี้

เพลงวันสุนันทา (จังหวะบีกิน)

     ถึงคืนถึงวันสุนันทาเริงร่าสดใส          ถึงวันคืนอิ่มใจ ปองใฝ่สราญ
ด้วยชีวิตมีค่าถึงคราชื่นบาน                    สำราญพร้อมกัน
     ฟ้างามน้ำเงินและชมพูดูช่างสดสี       สมคืนวันที่มี วันที่ผ่องพรรณ
อยู่ในสวนมีค่านี้มากี่วัน                          พร้อมกันสมใจ
     เคยดำเนินชมสวน                            ทุกทางงามล้วนชวนใฝ่
     มีมาลีที่ไหน                                      หมายใจปองคว้ามาชม
     ถึงคืนถึงวันสุนันทาเริงร่าสุขสันต์     หัวใจเราผูกพันกันร่วมรื่นรมย์
     เก็บดอกไม้มาสิ้น                             สินใจอุดมภิรมย์สมจินต์     

จากเนื้อร้องที่ประพันธ์โดย "ธาตรี" ท่านผู้อ่านจะพบว่าเพลง วันสุนันทา ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพลงพิธีการที่เคร่งขรึมในลักษณะเพลงมาร์ชแบบเพลงหน่วยราชการทั่วไป ทว่าสุนทราภรณ์เลือกใช้วิธีสร้าง "จินตภาพเชิงบวก" (Positive Imagery) และการจัดระเบียบเวลาทางวัฒนธรรม เพื่อหลอมรวมนักศึกษาเข้าด้วยกัน โดยมีประเด็นที่สำคัญดังนี้

1. การใช้ "ปฏิทินเสียง" (Sonic Calendar) เพื่อประกาศวาระแห่งความสุขร่วมกัน

ถึงคืนถึงวันสุนันทาเริงร่าสดใส ถึงวันคืนอิ่มใจ ปองใฝ่สราญ...

คำว่า "ถึงคืนถึงวัน" ที่ปรากฏขึ้นในวรรคแรกของเพลง ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายบอกเวลาทางวัฒนธรรม (Cultural Time-marker) ดนตรีและคำร้องส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นกลไกกระตุ้นจิตสำนึกร่วมของผู้ฟังให้รับรู้โดยอัตโนมัติว่า ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง วันสถาปนา หรือวันสังสรรค์ร่วมกันของชาวสถาบันได้เวียนมาถึงแล้ว ท่วงทำนองที่ผ่อนคลายทำหน้าที่เปลี่ยนบรรยากาศในมหาวิทยาลัยจาก "พื้นที่แห่งระเบียบวินัยและการเรียนการสอน" ให้กลายเป็น "พื้นที่แห่งความสุขและความรื่นรมย์ประจำปี" ของกลุ่ม

เอื้อ สุนทรสนาน
เอื้อ สุนทรสนาน

2. สัญลักษณ์ "ฟ้างามน้ำเงินและชมพู" อัตลักษณ์ทางสายตาสู่ความภาคภูมิใจ

ฟ้างามน้ำเงินและชมพูดูช่างสดสี สมคืนวันที่มี วันที่ผ่องพรรณ

ตัวบทวรรณศิลป์ท่อนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์อัตลักษณ์ เพราะเป็นการสะท้อนสีประจำสถาบันดั้งเดิมของสวนสุนันทา (สีน้ำเงิน-ชมพู คือสีประจำโรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย ที่ใช้มาจนถึงยุคมหาวิทยาลัยราชภัฏในปัจจุบัน) ธาตรีใช้วิธีดึงภาพธรรมชาติอย่าง "ฟ้างาม" มาจับคู่กับสี "น้ำเงินและชมพู" เพื่อสื่อสารว่า แม้กระทั่งท้องฟ้าในวันนั้นก็ยังร่วมเฉลิมฉลองและเป็นใจให้กับชาวสวนสุนันทา การขับร้องถึงสีประจำสถาบันร่วมกันชวนให้เกิดความภาคภูมิใจและรับรู้อัตลักษณ์ทางสายตา (Visual Identity) ผ่านการสร้างสรรค์ทางวรรณศิลป์และคีตศิลป์

3. อุปลักษณ์ "มาลี" และ "การดำเนินชมสวน" ความทรงจำเชิงพื้นที่และความเป็นผู้ดีสวนสุนันทา

เคยดำเนินชมสวน ทุกทางงามล้วนชวนใฝ่ มีมาลีที่ไหน หมายใจปองคว้ามาชม"
และ
"เก็บดอกไม้มาสิ้น สินใจอุดม ภิรมย์สมจินต์

เนื้อร้องในท่อนกลางเพลงนี้เป็นจุดสูงสุด (Peak) ในการสะท้อนภูมิหลังประวัติศาสตร์แห่งความเป็นวัง (Royal Aura) อย่างเด่นชัดที่สุด การเลือกใช้คำว่า "ดำเนิน" เป็นการจงใจเลือกใช้ศัพท์ที่แสดงกิริยาอาการอันอ่อนช้อย สง่างาม เนิบนาบ เสมือนเป็นภาพตัวแทน (Representation) ของจริตกุลสตรีหรือเจ้านายฝ่ายในยุคก่อน และอุปลักษณ์การเก็บดอกไม้ (มาลี) สวนสุนันทาในอดีตคือ พระราชอุทยาน การใช้ข้อความว่า "เคยดำเนินชมสวน และ เก็บดอกไม้มาสิ้น" เป็นการเปลี่ยน "สถานที่ทางกายภาพ" (Space) ให้กลายเป็น "พื้นที่แห่งประสบการณ์และอารมณ์ร่วม" (Place) ดอกไม้หรือมาลีในที่นี้ยังเป็นอุปลักษณ์แทน "ความรู้" และ "คุณธรรม" ที่นักศึกษาได้เดินทางเข้ามาเก็บเกี่ยวจากสถาบันแห่งนี้จน "สมจินต์" หรือเติมเต็มจิตใจให้สมบูรณ์

ครูธาตรี วิชัย โกกิละกนิษฐ์
ครูธาตรี วิชัย โกกิละกนิษฐ์

4. หัวใจผูกพันในชุมชนจินตกรรม

สุนันทาเริงร่าสุขสันต์.... หัวใจเราผูกพันกันร่วมรื่นรมย์....

ในตอนท้ายของเพลง คำร้องได้ตอกย้ำวัตถุประสงค์หลักของกลไกเชิงสัญลักษณ์ นั่นคือการดึงเอาคำว่า "หัวใจเราผูกพัน" มามัดรวมผู้ฟังทุกคนที่ระบุตัวเองว่าเป็น "ชาวสวนสุนันทา" ให้เข้าสู่ครรลองความรู้สึกเดียวกัน บทเพลงนี้จึงประสบความสำเร็จอย่างสูงในการผูกโยงประวัติศาสตร์ พฤกษศาสตร์ ความสวยงามของสีประจำสถาบัน และบรรยากาศของสวนในวัง ให้กลายมาเป็นพลังขับเคลื่อนความสามัคคีและอัตลักษณ์ร่วมของนักศึกษาได้อย่างลงตัว

ท่วงทำนองจังหวะบีกินที่ผ่อนคลายและเนื้อร้องที่วิจิตรบรรจง ทำให้เพลง "วันสุนันทา" ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงอดีตอันรุ่งเรืองของพระราชอุทยานเข้ากับวิถีชีวิตของนักศึกษาในปัจจุบัน เพลงนี้ได้เปลี่ยนเสียงดนตรีให้กลายเป็น "เครื่องบันทึกความทรงจำร่วม" ที่ทุกครั้งเมื่อบทเพลงนี้ดังขึ้น

ไม่เพียงแต่จะสะท้อนภาพ "ฟ้างามน้ำเงินและชมพู" หรือกลิ่นอายความสง่างามของการ "ดำเนินชมสวน" ในอดีตเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกทรงพลังที่ปลุกเร้าจิตวิญญาณและความภาคภูมิใจในสถาบัน ให้หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านและสลักลึกอยู่ในหัวใจของชาวสวนสุนันทาทุกคนอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย

โปรดติดตามตอนต่อไป ...

รับฟังเพลงวันสุนันทาได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=9b4EWVDeNCg

รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง

ผู้เขียนบทความ

รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง

คำค้นหา:เพลงสถาบัน, สวนสุนันทา, มหาวิทยาลัย, บทเพลง
แชร์เรื่องนี้: