logo
กมลชนก คนซื่อ, พิณธาราภรณ์ พรหมพันธกานต์ และ กฤษกร ชูสม
27 กรกฎาคม 2569

สามคน สามสาขา หนึ่งเป้าหมาย จากคนแปลกหน้าสู่ทีมผู้สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติ

440 อ่าน
1 แชร์

“บางครั้ง ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ได้เริ่มต้นจากการรู้จักกันมานาน แต่เริ่มต้นจากคนธรรมดาที่มีเป้าหมายเดียวกัน”

บนเวทีการแข่งขันนวัตกรรมระดับนานาชาติ ณ เมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เสียงประกาศผลการแข่งขันดังขึ้นท่ามกลางความตื่นเต้นของผู้เข้าแข่งขันจากหลายประเทศ ก่อนที่ชื่อของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ประเทศไทย จะถูกประกาศในฐานะผู้ได้รับ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (Bronze Award) จากการแข่งขัน 2026 AI Capacity-Building Action for All Cup – Market Regulation Service Innovation Application Competition

เบื้องหลังรางวัลนี้ไม่ใช่ทีมนักศึกษาที่เตรียมตัวร่วมกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ไม่ใช่กลุ่มเพื่อนสนิทที่ผ่านการทำงานด้วยกันมาหลายปี หากแต่เป็นนักศึกษาคณะครุศาสตร์สามคนจากสามสาขาวิชา ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน...

คนหนึ่งมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้หลงใหลเทคโนโลยีการศึกษา
อีกคนเติบโตในจังหวัดนนทบุรี ผู้รักภาษาอังกฤษและการสื่อสารกับผู้คน
ส่วนอีกคนเป็นเด็กหนุ่มจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้หลงใหลภาษาไทย การพูด และการเป็นพิธีกร

แม้พื้นฐาน ความถนัด และเส้นทางชีวิตจะแตกต่างกัน แต่เมื่อโอกาสมาถึง พวกเขากลับเดินไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ การสร้างนวัตกรรมเพื่อการศึกษา และพิสูจน์ศักยภาพของนักศึกษาครุศาสตร์ไทยบนเวทีโลก

จุดเริ่มต้นของทีมที่ไม่มีใครรู้จักกัน

ย้อนกลับไปก่อนการแข่งขัน ทั้งสามคนไม่เคยพบหน้าหรือทำงานร่วมกันมาก่อน จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่ออาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์เล็งเห็นศักยภาพของนักศึกษาแต่ละคน จึงคัดเลือกให้เข้าร่วมการแข่งขันนวัตกรรมระดับนานาชาติ การพบกันครั้งแรกจึงไม่ได้เกิดขึ้นในห้องเรียน หากเกิดขึ้นในห้องประชุม

จากการแนะนำตัวสั้น ๆ กลายเป็นการระดมความคิด แลกเปลี่ยนมุมมอง และแบ่งหน้าที่ตามความถนัด แต่ละคนต่างมีภารกิจการเรียน การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และตารางชีวิตที่แตกต่าง การทำงานส่วนใหญ่จึงอาศัยการพูดคุยผ่านแชตออนไลน์ ประชุมในช่วงเวลาว่าง และช่วยกันค้นคว้าข้อมูลเพื่อพัฒนานวัตกรรมให้สมบูรณ์ที่สุด

ตอนแรกพวกเราไม่รู้จักกันเลยค่ะ แต่เมื่อได้พูดคุยและทำงานร่วมกัน ก็เริ่มเห็นว่าทุกคนมีจุดแข็งของตัวเอง และสามารถเติมเต็มกันได้

หัวใจเดียวกันคือ "ความเป็นครู"

แม้จะมาจากต่างสาขา แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสามคนมีเหมือนกัน คือ ความตั้งใจที่จะก้าวสู่การเป็นครู

กมลชนก คนซื่อ นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา เติบโตจากอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมคำสอนของพ่อแม่ที่ยึดถือมาตลอดว่า

ไม่สูงต้องเขย่ง ไม่เก่งต้องขยัน

ประโยคนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเลือกเรียนในสาขาที่ผสมผสานเทคโนโลยีกับการจัดการเรียนรู้ เพราะเชื่อว่าครูยุคใหม่ต้องพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ นอกจากการเรียน เธอยังชื่นชอบการเขียนนวนิยาย ศึกษาเทคโนโลยี AI และ AR เพื่อนำมาต่อยอดเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนในอนาคต

พิณธาราภรณ์ พรหมพันธกรณ์ นักศึกษาสาขาภาษาอังกฤษ เติบโตมากับความรักในการเรียนภาษา และเชื่อว่าภาษาอังกฤษคือกุญแจสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนก้าวสู่โลกกว้าง เธอเลือกเส้นทางครู เพราะมีความสุขทุกครั้งที่ได้อธิบาย ได้ช่วยให้ผู้อื่นเข้าใจ และได้เห็นผู้เรียนพัฒนาตนเอง ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ และความมุ่งมั่น คือหลักคิดที่เธอยึดถือในการใช้ชีวิต เช่นเดียวกับความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่กลายเป็นกำลังสำคัญในการแข่งขันบนเวทีนานาชาติ

ขณะที่ กฤษกร ชูสม นักศึกษาสาขาภาษาไทย เติบโตจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมความฝันในการเป็นครูตั้งแต่วัยเด็ก เขาเชื่อว่าภาษาไทยไม่ใช่เพียงวิชาหนึ่งในห้องเรียน แต่คือรากฐานของการคิด การสื่อสาร และอัตลักษณ์ของคนไทย ด้วยความสามารถด้านการพูด การเป็นพิธีกร และการพากย์เสียง ทำให้เขามีบทบาทสำคัญในการนำเสนอผลงานอย่างมั่นใจ พร้อมยึดหลักคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า

คนดีสำคัญกว่าทุกสิ่ง

เมื่อความแตกต่างกลายเป็นพลัง

แม้จะมาจากคนละสาขาวิชา แต่เมื่อถึงเวลาลงมือทำงาน ความรู้และความถนัดของแต่ละคนกลับเชื่อมโยงกันได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมชิ้นนี้
➥ กมลชนก นำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนรู้
➥ พิณธาราภรณ์ ใช้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษในการสื่อสารและนำเสนอผลงานบนเวทีนานาชาติ
➥ ขณะที่ กฤษกร ใช้ทักษะด้านภาษาไทย การเรียบเรียงเนื้อหา และศิลปะการสื่อสาร ถ่ายทอดแนวคิดของผลงานให้ชัดเจน เข้าใจง่าย และน่าสนใจ
ตลอดระยะเวลาของการเตรียมการแข่งขัน พวกเขาเรียนรู้ที่จะรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ปรับวิธีคิดให้สอดคล้องกับเป้าหมายร่วม และเติมเต็มในสิ่งที่อีกฝ่ายขาด
"แม้จะไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน แต่ความไว้วางใจและความมุ่งมั่นกลับค่อย ๆ ก่อร่างเป็น "ทีม" ที่แข็งแกร่ง"

ก้าวแรกบนเวทีโลก การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้วัดเพียงคุณภาพของนวัตกรรม แต่ยังเป็นบททดสอบด้านการสื่อสารในเวทีนานาชาติ ทั้งสามคนต้องนำเสนอผลงานเป็นภาษาอังกฤษ และเรียนรู้การใช้ภาษาจีนเพื่อการสื่อสารเบื้องต้น แม้ไม่มีใครเรียนภาษาจีนโดยตรง แต่ทุกคนเลือกที่จะฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อให้การนำเสนอเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อผลการแข่งขันประกาศว่า ทีมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาได้รับ Bronze Award ความเหน็ดเหนื่อยตลอดหลายเดือนก็แปรเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจ

พวกเราภูมิใจมากค่ะ เพราะเป็นรางวัลระดับนานาชาติ และเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ พวกเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ทุกคนทุ่มเทอย่างเต็มที่ โดยมีคณะครุศาสตร์คอยสนับสนุนและให้กำลังใจตลอดมา

รางวัลที่ไม่สิ้นสุดเพียงบนเวทีการแข่งขัน

สำหรับทั้งสามคน รางวัลนี้ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง หากเป็นจุดเริ่มต้นของการนำองค์ความรู้กลับมาพัฒนาการศึกษา ในฐานะนักศึกษาวิชาชีพครู พวกเขามองเห็นว่านวัตกรรมที่สร้างขึ้นสามารถต่อยอดเป็นสื่อการเรียนการสอน ช่วยให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล และสามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน มากกว่านั้น ประสบการณ์จากเวทีนานาชาติยังสอนให้พวกเขาเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ล้วนเป็นคุณลักษณะสำคัญของครูในศตวรรษที่ 21

มากกว่ารางวัล คือแรงบันดาลใจ

เรื่องราวของ กมลชนก คนซื่อ, พิณธาราภรณ์ พรหมพันธกรณ์ และกฤษกร ชูสม
ไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของนักศึกษาสามคน หากยังสะท้อนพลังของการศึกษา
ที่เปิดโอกาสให้คนต่างพื้นเพ ต่างความสามารถ และต่างประสบการณ์
มาร่วมกันสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง...

จากคนแปลกหน้าสามคน...สู่ทีมผู้คว้ารางวัลระดับนานาชาติ

จากความฝันของนักศึกษาครุศาสตร์...สู่แรงบันดาลใจของครูรุ่นใหม่

และจากเวทีการแข่งขันในต่างประเทศ...สู่ความเชื่อมั่นว่า "เมื่อหัวใจของความเป็นครูผสานเข้ากับการเรียนรู้และนวัตกรรม ความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ"

กมลชนก คนซื่อ, พิณธาราภรณ์ พรหมพันธกานต์ และ กฤษกร ชูสม

เรียบเรียงโดย

ณัฐวลัญช์ วังนิล

คำค้นหา:ครุศาสตร์, การแข่งขัน, นานาชาติ, ภาษา, การสื่อสาร, ครู
แชร์เรื่องนี้: