logo
ผศ.ดร.นรินทร์ ยืนทน
3 สิงหาคม 2569

เมื่อ OKR และทุนวัฒนธรรมทางการท่องเที่ยวกลายเป็นเรื่องเดียวกัน

286 อ่าน
0 แชร์

หลายเดือนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้ยินคำว่าการตั้ง OKR ในการทำงานอยู่บ่อยครั้ง ผนวกกับเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ทางวิทยาลัยฯ ที่ผู้เขียนทำงานอยู่ก็ได้มอบหมายให้แต่ละสาขาจัดทำ OKR ในระดับสาขาเช่นกัน

ผู้เขียนเลยลองนำคำว่า OKR (Objectives & Key Results) ซึ่งดูเป็นกรอบการทำงานที่ชัดเจนขององค์กรสมัยใหม่ มาวางคู่กับ "ทุนทางวัฒนธรรมทางการท่องเที่ยว" ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว วิถีชีวิตดั้งเดิม และศิลปวัฒนธรรม ความรู้สึกแรกคือเหมือนพยายามเอา "หุ่นยนต์" มาฟ้อนรำร่วมกับ "นาฏศิลปินไทย" ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเข้ากันได้เลยใช่ไหมครับ?

แต่หากลองมองข้ามศัพท์เทคนิคที่ดูยาก แล้วมองลงไปลึกถึงแก่นสาระของทั้งสองสิ่ง เราอาจพบว่าสองสิ่งนี้ไม่ได้แค่ "อยู่ร่วมกันได้" เท่านั้น แต่ยังช่วย "เติมเต็มกันและกัน" จนอาจสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อีกด้วย

ทุนวัฒนธรรม : คุณค่าที่มีอยู่แล้ว แต่รอการกำหนดทิศทาง

ลองจินตนาการภาพชุมชนเล็กๆ ที่มีผ้าทอสวยงามหาตัวจับยาก มีตำรับอาหารที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น หรือมีสถาปัตยกรรมทรงคุณค่า สิ่งเหล่านี้คือ "ทุนวัฒนธรรม" มันคือเสน่ห์เปรียบเสมือนวัตถุดิบชั้นดีที่มีอยู่ในมือ

ทว่าในการพัฒนาการท่องเที่ยวจากทุนวัฒนธรรมในหลายพื้นที่ กลับพบปัญหาที่คล้ายๆ กัน คือ มุมมองการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวถูกมองว่าสวนทางกันจนนักท่องเที่ยวเข้าไม่ถึง คนรุ่นใหม่ขาดความรู้สึกเชื่อมโยง หรือเกิดการทำตามๆ กันจนลืมไปว่าจุดขายที่แท้จริงของชุมชนตนเองคืออะไร พูดง่ายๆ คือ เรามีเสน่ห์ มีเรื่องราว แต่บางครั้งยังขาด "เข็มทิศ" ที่จะนำพาคุณค่าเหล่านี้ไปสู่อนาคตอย่างมีทิศทาง และนั่นคือจุดที่ OKR ก้าวเข้ามา

OKR เปลี่ยนภาพจำจากตัวเลขที่บีบเค้น สู่ "เข็มทิศนำทาง"

เวลาพูดถึงคำว่าตัวชี้วัด หลายคนมักรู้สึกเหนื่อยและกลัว เช่นเดียวกับ OKR ที่หลายคนอาจมองว่าเป็นการตั้งเป้าหมายโหดๆ เพื่อเค้นตัวเลข แต่หากอธิบายในสไตล์การท่องเที่ยว OKR อาจเปรียบได้ดังนี้

  • Objective (O) : เราอยากไปไหน? คือการตั้งเป้าหมายการเดินทางที่ปลุกใจ สร้างแรงบันดาลใจ และบอกทิศทางของจุดหมายให้ชัดเจน
  • Key Results (KR) : ทำอย่างไรถึงจะรู้ว่าเราไปถึงแล้ว? คือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเราไม่ได้ฝัน แต่กำลังเดินทางถึงจุดหมายปลายทางที่ตั้งไว้จริง

ดังนั้น ถ้าทุนวัฒนธรรมทางการท่องเที่ยวคือ "เครื่องยนต์" ที่ขับเคลื่อนชุมชน OKR ก็คือ "พวงมาลัย" ที่ช่วยบังคับทิศทางไม่ให้รถหลงทางหรือตกข้างทางไปเสียก่อน

เมื่อสองสิ่งมาพบกัน...

ลองคิดเพลินๆ ว่า... สมมุติชุมชนแห่งนี้มีทุนทางวัฒนธรรมเป็น "เครื่องจักสาน" หากเป็นการทำงานแบบเดิม เราคงตั้งเป้าแค่ "อยากขายเครื่องจักสานให้ได้เยอะๆ และมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมากๆ" ซึ่งสุดท้ายมักจบลงด้วยการตัดราคาเพื่อแข่งขันกับที่อื่น

แต่หากลองนำ OKR มาจับ ภาพนี้จะเปลี่ยนไป

  • Objective (O) : เปลี่ยนเครื่องจักสานจากการขายปริมาณ ให้กลายเป็นความภาคภูมิใจของคนรุ่นใหม่ และเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจของนักท่องเที่ยว
  • Key Results (KR) : มีการจัดกิจกรรม Workshop ให้คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวได้ลงมือทำจริง เยาวชนในชุมชนหันมาสนใจและสืบทอดการทำเครื่องจักสานมากขึ้น นักท่องเที่ยวได้รับฟังเรื่องราวและเกิดความพึงพอใจในคุณค่าของผลิตภัณฑ์

ตัวชี้วัดเหล่านี้ยังคงวัดผลเป็นตัวเลขได้ แต่ OKR ไม่ได้เค้นให้ชุมชนต้องเร่งผลิตเอาปริมาณ ทว่าช่วยให้ชุมชนโฟกัสที่ "การมอบประสบการณ์และคุณค่า" ซึ่งสะท้อนว่า ทุนวัฒนธรรมนั้นยังมีชีวิต และถูกส่งต่ออย่างมีคุณภาพ

เขียนไปเขียนมา ชักจะคล้อยตามแล้วสิครับว่า "ทุนวัฒนธรรมทางการท่องเที่ยว" กับ "OKR" อาจเป็นส่วนผสมสูตรเด็ดระดับมิชลินที่เข้ากันได้อย่างลงตัว... เพราะที่สุดแล้ว การพัฒนาทุนวัฒนธรรมในบริบทการท่องเที่ยวคงไม่ใช่การพึ่งพาเพียงโชคชะตา แต่คือเรื่องของการวางทิศทางและการลงมือทำ ดังที่ John Doerr บุคคลที่ทำให้ OKR เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกได้กล่าวไว้ว่า

Ideas are easy. Execution is everything.

ทุนวัฒนธรรมก็คือ "Ideas" ที่มีคุณค่าจากบรรพบุรุษ... ส่วน OKR ก็คือ "Execution" ที่จะพาคุณค่านั้นเดินทางไปสู่อนาคต

ผศ.ดร.นรินทร์ ยืนทน

ผู้เขียนบทความ

ผศ.ดร.นรินทร์ ยืนทน

คำค้นหา:OKR, วัฒนธรรม, การท่องเที่ยว, นักท่องเที่ยว, การอนุรักษ์
แชร์เรื่องนี้: