ยามที่โครงสร้างประชากรไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” ควบคู่ไปกับอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ โจทย์ใหญ่ที่กระแทกใจคนในวงการการศึกษาอย่างจัง ปรากฏการณ์ที่หนีไม่พ้นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของจำนวนประชากรวัยเรียน จนกลายเป็นคำถามสำคัญว่า “มหาวิทยาลัยไทยจะเดินหน้าต่ออย่างไรในยุคที่เด็กเกิดน้อยลง?”
ถอดมุมมองเชิงลึกจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พท.ป.วรรณี พรมด้าว รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งในบทบาทครู นักวิชาการ และแพทย์แผนไทยประยุกต์ ผู้เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของการขับเคลื่อนวิชาการและทิศทางหลักสูตรของวิทยาลัยฯ
"วิกฤตไม่ได้มีไว้ให้หวั่นเกรง แต่มีไว้ให้เราปรับตัวและก้าวขึ้นเป็นผู้นำ"
เมื่อบริบทโลกเปลี่ยน โจทย์ของมหาวิทยาลัยจึงต้องก้าวให้ทัน
อาจารย์วรรณี ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า ความท้าทายของอุดมศึกษาในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากจำนวนประชากรที่ลดลงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “พฤติกรรมและความคาดหวังของผู้เรียน” ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เด็กยุคใหม่ไม่ได้เลือกมหาวิทยาลัยเพียงเพราะชื่อเสียงสถาบันหรือความใหญ่อลังการของอาคารสถานที่อีกต่อไป แต่มองไปที่ผลลัพธ์การศึกษาเป็นหลัก เช่น เรียนแล้วได้ทักษะอะไร นำไปประกอบอาชีพได้จริงไหม หรือสร้างรายได้และตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคตได้ดีแค่ไหน เป็นต้น
โดยเฉพาะในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ เทรนด์โลกได้หมุนเปลี่ยนจากการ “ตั้งรับเพื่อรักษาโรค” ไปสู่ “การเชิงรุกเพื่อสร้างสุขภาพ” ความต้องการบุคลากรสายสุขภาพจึงหลากหลายขึ้นอย่างมหาศาล ทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพ การดูแลผู้สูงวัย สุขภาพทางเลือก สุขภาพดิจิทัล การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไปจนถึงธุรกิจสุขภาพสมัยใหม่ นี่จึงเป็นเวทีสำคัญที่สถาบันการศึกษาที่มีความพร้อม จะสามารถฉายแสงและความโดดเด่นออกมาได้อย่างเต็มที่
ภายใต้การบริหารด้านวิชาการของอาจารย์วรรณี ควบคู่กับแนวนโยบายของวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ ได้วางโครงสร้างหลักสูตรที่ผสมผสานระหว่างองค์ความรู้ดั้งเดิม นวัตกรรมสมัยใหม่ และความต้องการของตลาดแรงงานได้อย่างลงตัว สะท้อนถึงศักยภาพและความเก่งกาจของคณาจารย์ผู้จัดทำหลักสูตรอย่างชัดเจน โดยปัจจุบันวิทยาลัยฯ เปิดสอนครอบคลุมทุกระดับชั้น ได้แก่
ระดับปริญญาตรี (ภาคปกติ 7 สาขาวิชา)
• สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์
• สาขาวิชาการแพทย์แผนจีน
• สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน
• สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์และการส่งเสริมสุขภาพ
• สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพและความงาม
• สาขาวิชาการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
• สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์และนวัตกรรมสมุนไพร
ระดับปริญญาตรี (ภาคพิเศษ 2 สาขาวิชา)
• สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพและความงาม
• สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์และการส่งเสริมสุขภาพ
ระดับบัณฑิตศึกษา (หลักสูตรเฉพาะทางล้ำสมัย)
• ระดับปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากัญชาเวชศาสตร์และสมุนไพรทางการแพทย์
• ระดับปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชากัญชาเวชศาสตร์และสมุนไพรทางการแพทย์
การเปิดสอนหลักสูตรล้ำหน้าอย่าง กัญชาเวชศาสตร์และสมุนไพรทางการแพทย์ ในระดับปริญญาโทและเอก เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนอย่างยิ่งที่แสดงให้เห็นว่า วิทยาลัยสหเวชศาสตร์แห่งนี้มองเห็นกาลไกล และกล้าที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อตอบรับเมกะเทรนด์ระดับโลกก่อนใคร
4 ยุทธศาสตร์เชิงรุก สู่การพัฒนาอย่างก้าวไกล
เพื่อรับมือกับวิกฤตนักศึกษาลดลงอย่างมีชั้นเชิง วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ ภายใต้การนำของคณบดี รศ.ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์ ร่วมกับ ผศ.ดร.พท.ป.วรรณี พรมด้าว และทีมบริหาร ได้ผลักดัน 4 ยุทธศาสตร์เชิงรุก ที่เปลี่ยนบทบาทมหาวิทยาลัยจากการตั้งรับให้กลายเป็นผู้สร้างโอกาส
1. แนะแนวเชิงรุก สร้างแรงบันดาลใจสู่เส้นทางวิชาชีพสุขภาพ
ไม่รอให้ผู้เรียนเดินเข้ามาหา แต่นำทีมคณาจารย์ บุคลากร และนักสถาบันลงพื้นที่โรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศ กิจกรรมแนะแนวถูกปรับรูปแบบให้ไม่ใช่แค่การแจกแผ่นพับ แต่เป็นการเปิดโลกวิชาชีพผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การสาธิต การทดลองห้องปฏิบัติการ เพื่อให้นักเรียนค้นพบความชอบและสร้างแรงบันดาลใจบนเส้นทางสายสุขภาพอย่างแท้จริง
2. มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน ผ่านงานวิจัยและบริการวิชาการ
ชูจุดเด่นการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น นำอาจารย์และนักศึกษาลงพื้นที่ศึกษาปัญหาสุขภาพจริงในชุมชน เช่น การประเมินภาวะสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ การป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนายกระดับเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ นอกจากจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชุมชนแล้ว นักศึกษายังได้ทักษะปฏิบัติจากสถานการณ์จริงตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ
3. ออกหน่วยบริการสุขภาพ สร้างความเชื่อมั่นสู่สังคม
ใช้ความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพในสาขา การแพทย์แผนไทยประยุกต์ การแพทย์แผนจีน และศาสตร์สุขภาพแบบบูรณาการ จัดโครงการออกหน่วยบริการสุขภาพเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจประเมินสุขภาพ นวดรักษา อบสมุนไพร ฝังเข็ม และการส่งเสริมสุขภาพในวงกว้าง กิจกรรมเหล่านี้นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมากแล้ว ยังเป็นเวทีปล่อยของที่พิสูจน์ความเชี่ยวชาญและฝีมืออันเป็นเลิศของอาจารย์และนักศึกษาอย่างเด่นชัด
4. สร้างเครือข่ายความร่วมมือ (MOU) เพิ่มโอกาสให้นักศึกษา
สร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งด้วยการทำข้อตกลงความร่วมมือกับโรงพยาบาล สถานพยาบาล องค์กรวิชาชีพ และภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เครือข่ายเหล่านี้เป็นสะพานเชื่อมให้นักศึกษาได้เข้าฝึกประสบการณ์จริงกับ expert ในอุตสาหกรรม การันตีว่าเรียนจบแล้วมีทักษะพร้อมทำงานทันที ตอบโจทย์ตลาดแรงงานอย่างตรงจุด
ตกผลึกองค์ความรู้และงานวิจัย พลังขับเคลื่อนการแพทย์แผนไทยประยุกต์สู่สากล
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พท.ป.วรรณี พรมด้าว ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายวิชาการ และอาจารย์ประจำสาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (วิทยาเขตสมุทรสงคราม) ท่านสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ในระดับปริญญาโท (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต) และปริญญาตรี (การแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต) ในสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะครอบคลุมทั้งสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย และผดุงครรภ์ไทย ด้วยประสบการณ์การทำงานในวงการอุดมศึกษาและงานบริหารวิชาการมายาวนาน รวมถึงการร่วมเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านการแพทย์แผนไทยในระดับชาติ ทำให้ท่านมีความเชี่ยวชาญทั้งในมิติการจัดการเรียนการสอน การบริหารการศึกษา และการประยุกต์ใช้ศาสตร์การแพทย์แผนโบราณอย่างรอบด้าน
ในด้านผลงานทางวิชาการและการวิจัย อาจารย์วรรณี มุ่งเน้นการศึกษาค้นคว้าในสาขาการแพทย์แผนไทยและวิทยาศาสตร์สุขภาพ โดยมีผลงานได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำทั้งในระดับชาติและนานาชาติอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยของท่านครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและสารต้านอนุมูลอิสระของสมุนไพรไทย การประเมินประสิทธิผลของการหัตถการแผนไทยในการบรรเทาอาการปวด ไปจนถึงการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนด้วยการนำทุนทางปัญญาและสมุนไพรท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืน ถือเป็นการบูรณาการภูมิปัญญาไทยเข้ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อสร้างประโยชน์ต่อวงการสาธารณสุขและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

