logo
พิพัฒน์ ศักดิ์ศิริเกษมกุล
10 สิงหาคม 2569

วิจัยในแบบสถาปัตยกรรม คิด ข้ามศาสตร์ ผ่านมุมมอง “อาจารย์เต้-พิพัฒน์ ศักดิ์ศิริเกษมกุล”

281 อ่าน
0 แชร์

เมื่อ "งานวิจัย" คือเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่

อาจารย์เต้ หรือ พิพัฒน์ ศักดิ์ศิริเกษมกุล รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และอาจารย์ประจำ วิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์

ในมุมมองของสถาปนิกและนักออกแบบ ได้ใช้ศิลปะเป็นสื่อกลาง ทลายกำแพงความรู้เพื่อบูรณาการร่วมกับศาสตร์อื่น เปลี่ยนโจทย์วิชาการให้กลายเป็นงานสร้างสรรค์ที่จับต้องได้จริง

จุดเริ่มต้นบนเส้นทางงานวิจัยของอาจารย์เต้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน จากการมีโอกาสเข้าร่วมทีมวิจัยทุนภายนอก เป็นโครงการขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญอย่างเกาะรัตนโกสินทร์และเขตดุสิต แม้โจทย์หลักของโครงการจะเน้นเรื่องการท่องเที่ยว แต่มุมมองของสถาปนิกและนักออกแบบได้เปิดมิติการมองที่ลึกซึ้งกว่านั้น ทั้งมิติทางกายภาพ ประวัติศาสตร์ และข้อมูลจากบอกเล่าของคนในชุมชน หรือ Oral History การลงพื้นที่ทำงานจริงร่วมกับชุมชนหลายโครงการ ทำให้เริ่มมองเห็นประเด็นย่อยๆ ที่ซ่อนอยู่ 

การทำวิจัยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่โตเสมอไป แต่เราสามารถเริ่มต้นจากการเข้าไปร่วมงานกับทีมใหญ่ แล้วค่อยๆ ถอดองค์ความรู้จากประเด็นเล็กๆ เหล่านั้น
มาเขียนเป็นบทความวิชาการหรือ Paper เพื่อศึกษาเชิงลึกต่อไปได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้งานวิจัยกลายเป็นเรื่องที่จับต้องได้จริง

ด้วยบริบทของอาจารย์ในวิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์ส่วนใหญ่ที่เป็นสถาปนิกและนักออกแบบอาคารมืออาชีพ งานวิจัยในสายงานนี้จึงมักออกมาในรูปแบบของ "งานสร้างสรรค์และการออกแบบ" และสำหรับอาจารย์เต้ที่มีพื้นฐานด้านศิลปะ จึงนำความถนัดนี้มาบูรณาการเข้ากับการพัฒนาชุมชน

หนึ่งในผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประชุมวิชาการ เกิดจากการศึกษาความต้องการของชุมชนในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ ที่มีความต้องการปรับปรุงภูมิทัศน์อย่างเร่งด่วน โดยไม่รอขั้นตอนงบประมาณโครงสร้างใหญ่จากภาครัฐ อาจารย์เต้จึงนำเครื่องมือด้านศิลปะอย่าง Street Art และ Mural Painting เข้าไปช่วยเปลี่ยนภูมิทัศน์

อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญคือการทำ Street Art ในพื้นที่มรดกวัฒนธรรมที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะหากทำโดยยึดมุมมองของศิลปินเป็นหลัก ก็อาจไปทำลายภูมิทัศน์และเอกลักษณ์ดั้งเดิมได้ จึงมีการปรับเปลี่ยนมาใช้ "กระบวนการมีส่วนร่วม" ร่วมคิด ร่วมเลือกพื้นที่ส่วนกลางที่ไม่ทำลายบริบทเดิม และถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมของชุมชนลงบนงานศิลปะ ผลลัพธ์ที่ได้นอกจากจะช่วยฟื้นฟูภูมิทัศน์แล้ว ยังกลายเป็นจุดเช็กอินสร้างสรรค์ที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนได้อย่างลงตัว

นอกเหนือจากการทำงานร่วมกับชุมชน อีกหนึ่งผลงานที่ภูมิใจนำเสนอคือ การบูรณาการข้ามศาสตร์ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในโครงการศึกษาวิจัยตามแนวทาง iSTEM ที่ได้รับการรับรองจากสภาวิศวกร

โครงการนี้นำเอาความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบ สัดส่วน และโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม มาผสานเข้ากับศาสตร์ด้านโรโบติกส์ ระบบไฟฟ้า และเซนเซอร์โซลาร์เซลล์ โดยจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ให้นักศึกษาสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศลาว ได้มาทำงานร่วมกันในการสร้างโมเดลต้นแบบ Smart Home จากบ้านกระดาษประกอบ

เด็กสถาปัตย์ได้เรียนรู้เรื่องวงจรไฟฟ้าและระบบเซนเซอร์ ขณะที่เด็กวิศวะได้เข้าใจเรื่องสัดส่วนและองค์ประกอบของสถาปัตยกรรม
แต่นอกเหนือจากผลงานต้นแบบ สิ่งที่เป็น Impact ยิ่งใหญ่กว่าองค์ความรู้ คือการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาต่างสาขาและต่างสถาบันได้แลกเปลี่ยนมุมมอง
เกิดปฏิสัมพันธ์ และสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อันดีข้ามสายวิชาชีพตั้งแต่ยังเรียนอยู่

AI ย่นเวลา เติมเต็ม "วิจารณญาณ" ด้วยมนุษย์

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในงานออกแบบและวิจัย อาจารย์เต้ให้มุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างมากในการช่วยตกผลึกแนวคิด (Conceptualize) ช่วยรวบรวมไอเดียที่กระจัดกระจายให้เห็นเป็นรูปธรรม และย่นระยะเวลาการทำงานในช่วงเริ่มต้นจาก 0 ถึง 50 ได้อย่างรวดเร็ว

แต่สิ่งที่ AI ไม่สามารถแทนที่มนุษย์ได้ คือ วิจารณญาณ การวิเคราะห์ การตีความ และการตรวจหาจุดบกพร่อง การทำงานที่ถ้าหากนับจาก 50 ถึง 100 จึงยังเป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบ ปรับปรุง และประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทจริง การใช้ AI จึงต้องใช้ด้วยความเข้าใจ รักษาสมดุล และไม่เชื่อมั่นในผลลัพธ์ของ AI จนละเลยการใช้วิจารณญาณของตนเอง

บทสรุปของการเดินทางในสายงานวิจัย อาจารย์เต้ได้ทิ้งท้ายด้วยการส่งกำลังใจถึงเพื่อนอาจารย์และนักวิจัยทุกคน ที่ต้องรับภาระหน้าที่อันหลากหลาย ทั้งภารกิจการดูแลถ่ายทอดความรู้แก่นักศึกษาและการสร้างสรรค์งานวิจัย

"สิ่งสำคัญคือการหา Balance เพราะงานวิจัยไม่ใช่เพียงการสร้างผลงานส่วนตัว แต่คือการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่จะหมุนเวียนกลับมาใช้ในการพัฒนานักศึกษา หากสามารถจัดสรรสมดุลระหว่างบทบาทผู้สอนและนักวิจัยได้ งานวิจัยก็จะไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งวิชาการ สังคม และคนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน"

พิพัฒน์ ศักดิ์ศิริเกษมกุล

เรียบเรียงโดย

ปาณิศา ศรีเรืองศักดิ์

คำค้นหา:วิจัย, นักวิจัย, การออกแบบ, อนุรักษ์, สร้างสรรค์, ศิลปะ, ชุมชน, วิทยาลัยสถาปัตยกรรมศาสตร์, สถาปัตยกรรม
แชร์เรื่องนี้: