logo
ผศ.วรุณญา อัจฉริยบดี
14 กันยายน 2569

TIME สิ่งสำคัญที่ซ่อนอยู่ในเวลา

39 อ่าน
0 แชร์

นักศึกษาใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยราว ๆ 4 ปี หากนับเป็นเดือนทั้งหมด 48 เดือน คิดเป็น 1,460 วัน หรือหากคำนวณเป็นชั่วโมงก็จะประมาณ 35,040 ชั่วโมง

ในเวลามักมีสิ่งสำคัญที่นักศึกษาต้องเรียนรู้ซ่อนอยู่ ซึ่งจะทำให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จในแบบที่ตนเองต้องการหลังจากสำเร็จการศึกษา

ในที่นี้ผู้เขียนจะนำเสนอผ่านเหตุการณ์จากวรรณกรรมไทยที่ผ่านกาลเวลาก็นำเสนอภาพจำลองประสบการณ์ชีวิตของมนุษย์ที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตได้

<br>

Tolerance ความอดทน

แน่นอนว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นช่วงเวลาที่เราได้เพิ่มพูนวิชาความรู้และพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ที่จะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ ก่อนที่จะประสบความสำเร็จด้านการเรียน ความอดทนเป็นทักษะหนึ่งที่ควรมี เพื่อผ่านปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ความอดทนจะเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่จะทำให้เราไม่ยอมแพ้ ค่อย ๆ เรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหา หากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าความสำเร็จของบุคคลต่าง ๆ ที่นำเสนอในสื่อสังคมออนไลน์เป็นเพียงฉากหนึ่งของชีวิต แต่เบื้องหลังความสำเร็จของหลาย ๆ คนต้องใช้ความอดทนเป็นพื้นฐาน ดังตัวอย่างเหตุการณ์ในวรรณคดีเรื่องสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) เล่าปี่ต้องการตัวขงเบ้งหรือจูกัดเหลียงผู้มีปัญญาฉลาดหลักแหลมและเป็นผู้หยั่งรู้ฟ้าดินมาทำราชการเป็นผู้ช่วยวางแผนทำการรบกับโจโฉและซุนกวน เล่าปี่ต้องอดทนต่อการเดินทางที่ยากลำบากไปเชิญขงเบ้งด้วยตนเองถึงสามครั้ง ในครั้งที่สามขงเบ้งได้คุยกับเล่าปี่และเห็นว่าเล่าปี่ต้องการรวมแผ่นดินจีนให้เป็นปึกแผ่นจึงยอมมาช่วยราชการด้วย

เล่าปี่จึงตอบว่า อันธรรมดาจะปรารถนา ก็ย่อมประกอบด้วยความอุตส่าห์จึงจะได้ ซึ่งเราทรมานกายมาทั้งนี้ ก็ปรารถนาจะให้ได้ขงเบ้ง
อนึ่งจะให้ขงเบ้งรู้ว่าเรามีความรักแลเพียรเป็นอันมาก ซึ่งตัวท่านกลัวแต่ความลำบากทนหนาวมิได้ก็ให้เร่งกลับไปในเมืองเถิด
เตียวหุยจึงว่าข้าพเจ้าคิดว่าท่านจะลำบากจึงทัดทาน เล่าปี่จึงห้ามว่าแต่ไปท่านอย่างว่าฉะนี้เลย แล้วก็ขับม้าไป

— (เจ้าพระยาพระคลัง (หน), 2512, น. 23)

จะเห็นว่าหากเล่าปี่ขาดความอดทน ถอดใจ และละความพยายามตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปขอพบขงเบ้งและไม่ได้พบ เล่าปี่ก็คงจะไม่ได้ขงเบ้งมาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของกองทัพ ส่วนขงเบ้งเห็นแล้วว่าเล่าปี่เป็นผู้มีความอดทน จริงใจ และพยายามจึงยอมร่วมรบกับเล่าปี่ด้วย ดังนั้นความอดทนของเล่าปี่ย่อมไม่สูญเปล่า การได้ขงเบ้งมาเป็นผู้ช่วยวางแผนการรบทำให้เล่าปี่เป็นฝ่ายชนะสงครามโจโฉหลายครั้ง ซึ่งนับว่าเป็นความสำเร็จของเล่าปี่

สามก๊ก - The Three Kingdoms
สามก๊ก - The Three Kingdoms

Idea ความคิด

การนำเสนอความคิดเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้แสดงศักยภาพ ความคิดที่ดีและแตกต่างจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้ยิ่งขึ้น ในวรรณกรรมไทยมีตัวละครหลายตัวที่แสดงให้เห็นว่าความคิดใช้ปัญญาที่ชาญฉลาดจะทำให้งานสัมฤทธิ์ผลได้ ดังเช่นเหตุการณ์ในวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก เล่าปี่กับซุนกวนร่วมมือกันปราบโจโฉ จิวยี่แม่ทัพของฝ่ายซุนกวนวางแผนกับขงเบ้งฝ่ายเล่าปี่จะตีทัพโจโฉด้วยทัพเรือ อาวุธสำคัญในการรบทางทัพเรือจะต้องใช้ลูกเกาทัณฑ์ จิวยี่มอบหมายให้ขงเบ้งทำลูกเกาทัณฑ์ให้ได้หนึ่งแสนดอกภายในสิบวัน เมื่อขงเบ้งได้ยินก็บอกกับจิวยี่ว่าขอใช้เวลาเพียงสามวันเท่านั้น หากทำไม่สำเร็จก็ขอให้จิวยี่ฆ่าตนได้ทันที ขงเบ้งได้ใช้ความคิดวางแผนเพื่อให้ได้ลูกเกาทัณฑ์ครบหนึ่งแสนดอกภายในสามวัน ดังนี้

โลซกจึงให้ถอยเรือมา ขงเบ้งลงเรือแล้วจึงชวนโลซกว่า ท่านจงไปด้วยกันจะได้รับลูกเกาทัณฑ์ไปให้จิวยี่ โลซกจึงถามว่าท่านจะไปเอาลูกเกาทัณฑ์ที่ไหน
ขงเบ้งจึงว่าท่านอย่าถามเราเลย จงไปด้วยกันเถิด จึงจะรู้ แล้วขงเบ้งก็ถอยเรือรบนั้นมา จึงให้มัดฟางแลหญ้าผูกเรียงไว้สองข้างแคมเรือรบ
แล้วเอาผ้าดำนั้นคลุมมัดหญ้าแลฟางทั้งยี่สิบลำ ครั้นจัดแจงสำเร็จแล้วให้เอาพวนใหญ่ผูกโยงเรือนั้นทุกลำรีบแจวขึ้นไปถึงกองทัพโจโฉเวลาประมาณสามยามเศษ
   ................................
ฝ่ายโจโฉได้ยินเสียงฆ้องกลองอื้ออึงดังนั้น ก็รู้ว่าทหารจิวยี่มาทำการ ครั้นจะให้เรือรบออกรบพุ่งหมอกก็ลงหนักไม่เห็นกันถนัด แลเกรงอยู่ว่าจิวยี่จะให้ทหารมาซุ่มไว้คอยรบกระหนาบ จึงสั่งอิกิ้มมอกายให้เอาเรือรบทอดตั้งมั่นไว้ ให้แต่ทหารทั้งปวงระดมยิงเกาทัณฑ์ไป แล้วให้เตียวเลี้ยวซิหลงคุมทหารเป็นอันมากลงไประดมยิงทหารจิวยี่ตามริมชายทะเล แลนายทหารบกแลเรือทั้งสองกองเห็นแต่เรือเรียงกันตะคุ้มอยู่มิได้เห็นทหารว่ามาแลน้อย ก็ให้ทหารยิงเกาทัณฑ์ระดมไปเอาเรือรบนั้นดังห่าฝน ขงเบ้งให้ทหารทั้งปวงแอบมัดฟางแลหญ้าเป็นหุ่นซูขึ้นไว้ ครั้นเห็นลูกเกาทัณฑ์ติดมัดฟางแลหญ้ามากแล้วก็ให้หยุดฆ้องกลองเสีย ให้กลับเรือรบแคมหนึ่งเข้ารับลูกเกาทัณฑ์อีก ให้ตีฆ้องกลองอื้ออึง เห็นลูกเกาทัณฑ์ติดมากแล้วพอสว่างขึ้น

— (เจ้าพระยาพระคลัง (หน), 2512, น. 230)

จะเห็นว่าขงเบ้งใช้ความคิดใช้ปัญญาวางแผน โดยที่ขงเบ้งไม่ต้องลงมือทำเกาทัณฑ์ ใช้เรือเพียงยี่สิบลำ และคำนวณเวลาที่หมอกลงจัดเพื่อให้ทหารฝ่ายโจโฉเข้าใจว่ามีเรือรบมุ่งหน้าเข้าไปยังที่ตั้งทัพ ทำให้ขงเบ้งได้ลูกเกาทัณฑ์จากทัพฝ่ายโจโฉได้สำเร็จ และทำให้รอดพ้นจากทัณฑ์บนที่ได้ทำไว้กับจิวยี่ ดังนั้นจะเห็นว่าการใช้ความคิดก็ช่วยให้งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จได้

สามก๊ก - The Three Kingdoms
สามก๊ก - The Three Kingdoms

Mission พันธกิจหรือเป้าหมาย

หลายคนที่เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยอาจจะยังไม่ทราบว่าตนเองมีเป้าหมายอะไร คำว่า “เป้าหมาย” ในที่นี้คือ สิ่งที่ตัวเรากำหนดไว้ และการที่จะบรรลุพันธกิจหรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ย่อมต้องมาพร้อมกับภาระหน้าที่ การตั้งเป้าหมายควรแบ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้นและเป้าหมายระยะยาว การตั้งเป้าหมายระยะสั้นทำได้โดยการเริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมายการเรียนในแต่ละรายวิชาว่าเราควรเรียนรู้อะไร ส่วนเป้าหมายระยะยาวเป็นเป้าหมายหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว หากนักศึกษาไม่ได้ตั้งเป้าหมายหรือตั้งเป้าหมายช้าย่อมจะทำให้นักศึกษาขาดโอกาสในช่วงเวลาของการเรียนในมหาวิทยาลัยที่จะพัฒนาทักษะที่สอดคล้องสัมพันธ์กับเป้าหมาย แม้ว่าในปัจจุบันจะมีปัญญาประดิษฐ์จำนวนมากที่จะช่วยให้เราได้ฝึกและพัฒนาทักษะ แต่สิ่งสำคัญมากกว่าการฝึกทักษะคือหลังจากที่ฝึกทักษะแล้วย่อมต้องมีผู้ประเมิน วิจารณ์ และให้ข้อเสนอแนะอย่างเป็นรูปธรรม

ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายระยะสั้น ในที่นี้ขอยกตัวอย่างจากวรรณคดีเรื่องลิลิตพระลอ ดังจะเห็นได้จากเมื่อพระเพื่อนพระแพงได้ทราบกิตติศัพท์ถึงความงดงามของพระลอก็อยากที่จะพบกับพระลอ จึงได้ปรึกษานางรื่นนางโรยผู้เป็นพี่เลี้ยงให้ช่วยคิดหาวิธีการ ดังคำประพันธ์ที่ว่า

     เสียงฦๅเสียงเล่าอ้าง    อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร          ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหล           ลืมตื่น ฤๅพี่
สองพี่คิดเองอ้า               อย่าได้ถามเผือ ฯ
     สิ่งนี้น้องแก้วอย่า       โศกา ณ แม่
เผือจักขออาสา               จุ่งได้
ฉันใดราชจักมา               สมสู่ สองนา
จักสื่อสารถึงไท้               หากรู้เปนกล ฯ   

— (หนังสืออ่านกวีนิพนธ์เรื่องลิลิตพระลอ, 2517, น. 8-9)

จะเห็นว่าพระเพื่อนพระแพงมีเป้าหมายระยะสั้นที่ชัดเจนว่าตนเองต้องการพบกับพระลอจึงได้ปรึกษานางรื่นนางโรยและหาวิธีการที่จะไปสู่เป้าหมายที่ตนต้องการ โดยการให้คนในเมืองยอโฉมความงามของพระเพื่อนพระแพงให้เลื่องลือไปถึงพระลอ

ลิลิตพระลอ
ลิลิตพระลอ

ส่วนเป้าหมายระยะยาว ต้องใช้การวางแผนอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังจะเห็นได้จากวรรณคดีเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์ ของชิต บุรทัต เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูมีพระราชประสงค์ที่จะปราบแคว้นอวัชชีที่ปกครองโดยกษัตริย์ลิจฉวี ซึ่งกษัตริย์ทุกพระองค์ล้วนตั้งมั่นอยู่ในธรรม พระเจ้าอชาตศัตรูได้ปรึกษาและวางแผนกับวัสสการพราหมณ์ด้วยการออกกลอุบายทำลายความสามัคคีของกษัตริย์ลิจฉวี ดังจะเห็นได้จากคำประพันธ์ที่ว่า

           บรมกษัตริย์ปรา     รภการปราบปราม
กับวัสสการพราหมณ์         พฤฒิเอกอาจารย์
           ปรึกษาอุบายดำ      ริกระทำไฉนการ
จะสมนิยมภาร                   ธุระปรารถนาเรา

— (ชิต บุรทัต, 2457, น. 9)

จะเห็นว่าพระเจ้าอชาตศัตรูมีเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจน ว่าต้องการปราบแคว้นอวัชชี และท้ายที่สุดวัสสการพราหมณ์ก็ทำตามแผนการที่ได้วางไว้ ยุยงให้กษัตริย์ลิจฉวีแตกความสามัคคี พระเจ้าอชาตศัตรูจึงนำกองทัพเข้าตีเมืองเวสาลีได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ การตั้งเป้าหมายระยะยาวที่ดีควรเป็นเป้าหมายของชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามประสบการณ์ กล่าวคือ ในชีวิตอาจมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเข้ามาได้หรือมีปัจจัยบางอย่างที่เป็นอุปสรรค ทำให้เป้าหมายของชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไป

ดังตัวอย่างจากวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี จะเห็นว่าพระอภัยมณีไม่ได้มีเป้าหมายชีวิตเพียงเป้าหมายเดียว แต่ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่พบในชีวิต ชีวิตของพระอภัยมณีเต็มไปด้วยการเดินทาง การพลัดพราก ความรัก การเมือง และการเอาตัวรอด ดังจะเห็นได้จากเมื่อพระอภัยมณีพบกับอุปสรรคก็คิดหาวิธีการแก้ไขเพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคนั้นได้

   พระแจ้งความตามคำเงือกน้ำเล่า   ค่อยบรรเทาทุกข์สมอารมณ์หวัง
จึงว่าพี่มีคุณน้องสักครั้ง                  ให้ได้ดังถ้อยคำที่รำพัน
ซึ่งลูกรักหักหาญให้ท่านโกรธ           จงงดโทษทำคุณอย่างหุนหัน
ช่วยไปปิดปากถ้ำที่สำคัญ                จวนสายัณห์ยักษ์มาจะว่าเรา
จึงบัญชาว่าเจ้าสินสมุทร                 ไปช่วยฉุดศิลาใหญ่ขึ้นให้เขา
ขอสมาตาปู่อย่าดูเบา                      ช่วยอุ้มเอาแกออกไปให้สบาย
กับลูกน้อยค่อยพยุงจูงเงือกน้ำ       มาปากถ้ำแลเห็นวนชลสาย
หวนรำลึกตรึกตรองถึงน้องชาย      พระฟูมฟายชลนาด้วยอาลัย
แล้วให้ลูกเลิกศิลาเข้ามาปิด            เห็นมิดชิดมั่นคงไม่สงสัย
พระกลับมาตาเงือกเสือกลงไป         ลงที่ในวังวนชลธาร ฯ   

— (สุนทรภู่, 2507, น. 138)

จากคำประพันธ์ข้างต้น พระอภัยมณีวางแผนหนีจากนางผีเสื้อสมุทร พระอภัยมณีออกอุบายให้นางผีเสื้อสมุทรไปถือศีลสะเดาะเคราะห์ เพื่อใช้โอกาสนี้หนีไปพร้อมกับเงือกเฒ่า การหนีจากนางผีเสื้อสมุทรเป็นเป้าหมายสำคัญที่พระอภัยมณีตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จ และในที่สุดพระอภัยมณีและสินสมุทรก็หนีนางผีเสื้อสมุทรไปยังเกาะแก้วพิสดาร

พระอภัยมณี  
พระอภัยมณี  

Evaluate การประเมิน

การประเมินตนเองเป็นสิ่งสำคัญมาก ก่อนที่จะเข้าสู่สังคมการทำงานหรือการประกอบอาชีพ การประเมินตนเองทำได้ในแง่ของการประเมินความรู้และทักษะ จุดเด่นและจุดอ่อนของตนเองที่เกี่ยวข้องกับอาชีพที่ตนอยากทำ ส่วนการประเมินอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนมักจะไม่ค่อยคำนึงถึง คือ การประเมินตนเองทางด้านจิตใจ ดังจะเห็นได้จากวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน จะเห็นได้จากเหตุการณ์ที่สมเด็จพระพันวษาพิพากษาคดีนางวันทอง ซึ่งนางวันทองไม่อาจตัดสินใจได้ว่าตนเองจะเลือกอยู่กับขุนแผน ขุนช้าง หรือพลายงาม สิ่งนี้เป็นจุดอ่อนของนางวันทอง

   นางวันทองรับพระราชโองการ      ให้บันดาลบังจิตหาคิดไม่
อกุศลดลมัวให้ชั่วใจ                        ด้วยสิ้นในอายุที่เกิดมา
คิดคะนึงตะลึงตะลานอก                 ดังตัวตกพระสุเมรุภูผา
ให้อุทธัจอัดอั้นตันอุรา                 เกรงผิดภายหน้าก็สุดคิด
จะว่ารักขุนช้างกะไรได้                ที่จริงใจมิได้รักแต่สักนิด
รักพ่อลูกห่วงดังดวงชีวิต            แม้นทูลผิดจะพิโรธไม่โปรดปราน
อย่าเลยจะทูลเป็นกลางไว้             ตามพระทัยท้าวจะแยกให้แตกฉาน
คิดแล้วเท่านั้นมิทันนาน                นางก้มกรานแล้วก็ทูลไปฉับพลัน
ความรักขุนแผนก็แสนรัก           ด้วยร่วมยากมานักไม่เดียดฉันท์
สู้ลำบากบุกป่ามาด้วยกัน              สารพันอดออมถนอมใจ
ขุนช้างแต่อยู่ด้วยกันมา              คำหนักหาได้ว่าให้เคืองไม่
เงินทองกองไว้มิให้ใคร              ข้าไทใช้สอยเหมือนของตัว
จมื่นไวยเล่าก็เลือดที่ในอก              ก็หยิบยกรักเท่ากันกับผัว
ทูลพลางตัวนางระเริ่มรัว           ความกลัวพระอาญาเป็นพ้นไป ฯ   

— (เสภาขุนช้างขุนแผน, 2545, น. 865)

คำประพันธ์ข้างต้น จะเห็นว่านางวันทองแสดงเหตุผลที่ไม่อาจตัดสินใจเลือกได้ว่าจะอยู่กับใคร เพราะทุกคนมีข้อดี ขุนแผนมีความรักและร่วมฝ่าฟันความยากลำบากร่วมกัน ฝ่ายขุนช้างอยู่ร่วมกันไม่เคยตำหนิให้ขุ่นเคืองใจ มีเงินทองและบริวารให้ใช้ ส่วนจมื่นไวยก็เป็นลูกย่อมรักเท่ากับขุนแผน สถานการณ์เช่นเดียวกับนางวันทองอาจเกิดขึ้นกับชีวิตเรา เราอาจจะต้องเลือกว่าเราอยากทำงานอะไร เราจึงต้องประเมินตนเองและหาข้อดีและข้อด้อยในตนเองที่สัมพันธ์สอดคล้องกับงาน ดังนั้นเมื่อเราประเมินได้ว่าเรามีศักยภาพหรือขาดทักษะด้านใด เราจะได้เพิ่มพูนทักษะนั้นก่อนที่จะไปประกอบอาชีพ

นางวันทอง
นางวันทอง

จากตัวอย่างภาพจำลองชีวิตมนุษย์ในวรรณกรรมนั้น แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จล้วนมาจากการสั่งสมเวลาที่เราใช้พัฒนาตน ไม่ว่าจะเป็นความอดทน ความคิด พันธกิจหรือเป้าหมาย และการประเมินศักยภาพของตน

ทุกคนใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยเท่ากัน แต่ชีวิตที่ได้กลับมาไม่เท่ากัน

    

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  ↪︎  กรมศิลปากร. (2518). สามัคคีเภทคำฉันท์ ของ ชิต บุรทัต (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรมศิลปากร.
  ↪︎  กระทรวงศึกษาธิการ. (2523). หนังสืออ่านกวีนิพนธ์ เรื่องลิลิตพระลอ (พิมพ์ครั้งที่ 24). องค์การค้าของคุรุสภา.
  ↪︎  เจ้าพระยาพระคลัง (หน). (2512). สามก๊ก. กรมศิลปากร.
  ↪︎  เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน. (2545). สำนักพิมพ์บรรณาคาร.
  ↪︎  สุนทรภู่. (2507). พระอภัยมณีคำกลอนของสุนทรภู่ ฉบับหอสมุดแห่งชาติ. ศิลปาบรรณาคาร.  

ผศ.วรุณญา อัจฉริยบดี

ผู้เขียนบทความ

ผศ.วรุณญา อัจฉริยบดี

คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

คำค้นหา:วรรณกรรมไทย, วรรณคดี, ข้อคิด, สามก๊ก, ลิลิตพระลอ, กวีนิพนธ์, สุนทรภู่, นางวันทอง
แชร์เรื่องนี้: