logo
ธิดาดาว เดชศรี
12 มกราคม 2569

ถอดรหัสวัฒนธรรมภาคกลางผ่านถ้อยคำในคำขวัญประจำจังหวัด

415 อ่าน
1 แชร์

คำขวัญเป็นถ้อยคำที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน ไม่ว่ากี่ยุคสมัยก็มีการแต่งคำขวัญขึ้น ปัจจุบันคำขวัญถูกนำมาใช้รณรงค์และสร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้ที่ได้อ่าน ทั้งยังสามารถสร้างอัตลักษณ์ให้กับองค์กรและสินค้า อีกทั้งยังมีการส่งเสริมการสร้างคำขวัญด้วยการจัดประกวดแต่งคำขวัญในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งแม้แต่นายกรัฐมนตรีของไทยไม่ว่าจะยุคสมัยใดก็ตามก็ต้องแต่งคำขวัญประจำวันเด็กให้แก่เด็ก ๆ ในทุกปี

ดังนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่แต่งคำขวัญวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 นี้ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” ดังนั้นแล้วคำขวัญจึงมีความสำคัญต่อสังคมไทย

ลักษณะของคำขวัญเป็นคำที่ใช้ภาษาสั้น กระชับ คล้องจอง แต่ได้ใจความสำคัญ และสามารถแสดงความหมายครอบคลุมถึงสิ่งที่ต้องการบอกได้อย่างครบถ้วน ซึ่งในคำขวัญประจำจังหวัดมีเนื้อหาที่บ่งบอกถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของประชาชน แหล่งข้อมูลด้านสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งยังให้ความรู้ทางด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ตำนาน และเรื่องเล่าต่าง ๆ ของจังหวัดนั้น ๆ

สำหรับคำขวัญประจำจังหวัดในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในเขตภูมิภาคกลางมีจำนวน 22 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กำแพงเพชร ชัยนาท นครนายก นครปฐม นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สิงห์บุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี อ่างทอง และอุทัยธานี ซึ่งคำขวัญในภูมิภาคนี้มีความพิเศษกว่าภูมิภาคอื่นตรงที่ความหมายจะเน้นความเป็นศูนย์กลางของประวัติศาสตร์และการเมือง และสะท้อนบทบาทระดับชาติมากกว่าท้องถิ่น

 

จากลักษณะเด่นดังกล่าวส่งผลให้ถ้อยคำของคำขวัญประจำจังหวัดเหล่านั้นสะท้อนถึงวัฒนธรรมอันหลากหลายที่ซ่อนอยู่ โดยพบว่า คนภาคกลางต่างดำเนินชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสายน้ำซึ่งเป็นเสมือนแหล่งชีวิต เพราะเป็นแหล่งวัตถุดิบของอาหารการกินที่สำคัญ ตลอดจนคนใช้น้ำเพื่อเพาะปลูกจนนำไปสู่การประกอบอาชีพ ทั้งการทำนา ทำสวน และประมง เช่น

คำขวัญว่า เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร.2 แม่กลองไหลผ่าน นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม” (สมุทรสงคราม) อีกทั้งพื้นที่ในภูมิภาคยังนี้เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมมากมาย จึงทำให้คนหันไปประกอบอาชีพภายในโรงงานมากขึ้น ส่งผลให้คนในภูมิภาคนี้ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมน้อยลง เช่น คำขวัญว่า “ป้อมยุทธนาวี พระเจดีย์กลางน้ำ ฟาร์มจระเข้ใหญ่ งามวิไลเมืองโบราณ สงกรานต์พระประแดง ปลาสลิดแห้งรสดี ประเพณีรับบัว ครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม” (สมุทรปราการ) อย่างไรก็ตามคนในภูมิภาคนี้ต่างมีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่มีแม่น้ำไหลผ่านและติดทะเล ทำให้อาหารหลักของคนในภูมิภาคนี้คือข้าวเจ้าและปลา เมื่ออาหารการกินไม่ขัดสน ผู้คนจึงใช้ชีวิตอยู่กันอย่างมีความสุข ส่งผลให้คนในภูมิภาคนี้เป็นคนมีอุปนิสัยเจ้าบทเจ้ากลอน มีสุนทรียะ และชอบแต่งคำประพันธ์ เช่นคำขวัญที่ว่า “ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา” (พระนครศรีอยุธยา)

 

สำหรับการปกครอง คำขวัญแสดงให้เห็นถึงการปกครองแบบรวมอำนาจรัฐไว้ที่ศูนย์กลางคือ “เมืองหลวง” ดังคำขวัญว่า “กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย” (กรุงเทพมหานคร) นอกจากนี้คนภาคกลางยังเคารพเชิดชูพระมหากษัตริย์ในอดีตในฐานะเป็นผู้ปกครองและเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งหลาย ทั้งยังระลึกถึงคุณความดีที่แต่ละพระองค์ได้เคยทรงสร้างคุณประโยชน์ไว้และได้บอกกล่าวลูกหลานของตนให้เคารพ เชิดชู และกล่าวขวัญถึงวีรกรรมของแต่ละพระองค์สืบไป เช่นคำขวัญว่า พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ถ้ำและน้ำตกหลากตระการตา” (พิษณุโลก) ซึ่งทำให้เห็นว่าคนในภูมิภาคนี้เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนและกตัญญู อีกทั้งยังทำให้เห็นว่าในสมัยโบราณการปกครองมีระบบชนชั้น โดยสะท้อนออกมาให้เห็นอีกทางหนึ่งคือทางด้านสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยที่ต่างมีชื่อเรียกไม่เหมือนกัน แสดงให้เห็นถึงความไม่ทัดเทียมกันในสังคม เช่นคำขวัญว่า “พระตำหนักสง่างาม ลือนามสวนสมเด็จ เกาะเกร็ดแหล่งดินเผา วัดเก่านามระบือ เลื่องลือทุเรียนนนท์ งามน่ายลศูนย์ราชการ” (นนทบุรี) อีกทั้งสถาปัตยกรรมทางด้านศาสนสถานต่างก็มีมากมายหลากหลายรูปแบบและมีชื่อเรียกไม่เหมือนกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนในภูมิภาคนี้เป็นคนละเอียดอ่อนแม้กระทั่งกับการตั้งชื่อของสิ่งต่าง ๆ เช่นคำขวัญว่า “วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง เมืองแห่งดินสอพอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์” (ลพบุรี) และยังมีงานศิลปะทางด้านต่าง ๆ ทั้งงานปฏิมากรรม งานดุริยางคศิลป์ และงานหัตถกรรม เช่นคำขวัญว่า “พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน” (อ่างทอง) ที่สะท้อนให้เห็นว่าคนในภูมิภาคนี้ เป็นคนประณีต ละเอียดอ่อน อดทน มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความใจเย็นเป็นอย่างมากอีกด้วย

ทางด้านความเชื่อพบว่าคนในภูมิภาคนี้มีความเชื่อที่ผสมผสานกันทั้งความเชื่อทางพระพุทธศาสนา ศาสนาพราหมณ์ และผีสางเทวดา ซึ่งได้นำมาผสมผสานกันอย่างลงตัว ดังที่เรียกกันว่า “พุทธพราหมณ์ไสย” โดยยึดความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเป็นหลัก และละข้อปฏิบัติที่มีความขัดแย้งซึ่งกันและกัน ดังคำขวัญว่า “วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง เมืองแห่งดินสอพอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์” (ลพบุรี) จากตัวอย่างคำว่า “พระกาฬ” คือเทวดาที่ช่วยคุ้มครองบ้านเมืองให้มีความสงบสุขตามความเชื่อของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังพบความเชื่อทางศาสนาพุทธที่สะท้อนออกมาเป็นประเพณีและเครื่องรางของขลัง เช่นคำขวัญที่ว่า “ถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ แข่งเรือยาวประเพณี พระเครื่องดีหลวงพ่อเงิน เพลิดเพลินบึงสีไฟ ศูนย์รวมใจหลวงพ่อเพชร รสเด็ดส้มท่าข่อย ข้าวเจ้าอร่อยลือเลื่อง ตำนานเมืองชาละวัน” (พิจิตร)

 

สุดท้ายนี้ถ้อยคำในคำขวัญยังสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่รับมาจากต่างประเทศของคนในภูมิภาคนี้ เช่น การแห่มังกร การมีชาวมอญเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ร่วมด้วย เช่นคำขวัญ “ถิ่นบัวหลวง เมืองรวงข้าว เชื้อชาวมอญ นครธรรมะ พระตำหนักรวมใจ สดใสเจ้าพระยา ก้าวหน้าอุตสาหกรรม” (ปทุมธานี)

 

สรุปได้ว่าวัฒนธรรมของคนภาคกลางนี้เป็นวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย ซึ่งเกิดจากการผสมผสานและการปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ทำให้ผู้คนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เข้าใจซึ่งกันและกัน และสามารถดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมที่ดีงามต่อไป ซึ่งสะท้อนอย่างเด่นชัดผ่านถ้อยคำของคำขวัญเพียงไม่กี่คำที่รอวันให้คนรุ่นหลังได้เข้ามาถอดรหัสทางภาษา เพื่อเรียนรู้ ศึกษาและเห็นถึงวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของคนในภูมิภาคนี้และรักษาไว้ตราบนานเท่านาน

 

ธิดาดาว เดชศรี

ผู้เขียนบทความ

ธิดาดาว เดชศรี

คำค้นหา:คำขวัญ, จังหวัด, ภาคกลาง
แชร์เรื่องนี้: