สถาบันภาษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดตั้งขึ้นตามมติสภามหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนสุนันทา ในคราวประชุมครั้งที่ 11/2565 ในวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565
พันธกิจสำคัญสถาบันภาษามี
4 ประการ คือ
1)
เป็นแหล่งเสริมสร้างการเรียนรู้และฝึกทักษะทางด้านภาษาให้แก่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติมจากการจัดการศึกษาตามหลักสูตร
และแก่บุคคลทั่วไป
2)
เป็นศูนย์ทดสอบมาตรฐานและความรู้ทางด้านภาษาให้แก่นักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่ประสงค์จะได้หลักฐานยืนยันระดับความสามารถทางด้านภาษาเพื่อประโยชน์ในการศึกษาต่อหรือในการทำงาน
3) ให้บริการทางด้านภาษาแก่บุคคลทั่วไป ครอบคลุมถึงการแปลเอกสาร
การทำหน้าที่ล่าม และการพัฒนาทักษะอื่นๆ แก่บุคลากรทั่วไปทั้งภาครัฐและเอกชน
รวมทั้งการเป็นศูนย์ข้อมูลด้านภาษา
4)
ทำการวิจัยด้านภาษาและสนับสนุนการวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา
เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาด้านภาษาของมหาวิทยาลัยและของภูมิภาค
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กวิน วงศ์ลีดี ได้รับแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการเป็นคนแรกและสืบเนื่องถึงปัจจุบันนี้
ผู้อำนวยการสถาบันภาษาเล่าถึงภารกิจโดยคร่าวๆ ของสถาบันที่ผ่านมาว่า งานสำคัญๆ ของสถาบันภาษา คือ อบรมภาษาอังกฤษนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก รวมถึงผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ทั้งหมด พร้อมกันนั้นก็มีการจัดสอบวัดระดับความรู้และทักษะภาษาอังกฤษของคนทุกกลุ่มตามที่กล่าวมาด้วย
ในปีที่มีการก่อตั้งสถาบันภาษาขึ้นมา มหาวิทยาลัยมี Agenda ที่เร่งด่วนมากตามแนวคิดของอธิการบดีในช่วงเวลานั้น คือ ต้องการให้นักศึกษา รวมทั้งอาจารย์ และบุคลากรทุกคน พัฒนาภาษาอังกฤษให้มีขีดสมรรถนะสูงจนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ปัญหาสำคัญของการใช้ภาษาอังกฤษของสวนสุนันทา ณ ขณะนั้น ก็เป็นปัญหาเดียวกันกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของชาติ เพราะจะมุ่งเน้นการวัดผลด้าน Grammar เป็นหลัก แต่ในแนวทางการพัฒนาของสถาบันภาษาจะมุ่งเน้นการพูดมากขึ้น เน้นการใช้งานจริง นักศึกษาจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ดีต่อการใช้ภาษา มีความสามารถในการสื่อสาร ในช่วงเวลานั้น มหาวิทยาลัยใช้เวทีการนำเสนอผลงานในนานาชาติเป็นตัวชี้วัด โดยที่นักศึกษา บุคลากรจะต้องนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ ต้องสามารถประชุมกับชาวต่างชาติ และเข้าใจในการประชุมพื้นฐานได้
แนวคิดที่จะมีเครื่องมือวัดความสามารถด้านภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยจึงเป็นภารกิจที่มอบให้สถาบันภาษาตามมา
“การพัฒนาข้อสอบเริ่มมาจากยุคท่าน รองศาสตราจารย์ ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย เป็นอธิการบดี ท่านมีความต้องการที่จะพัฒนาข้อสอบภาษาอังกฤษให้ได้มาตรฐานเหมือนกับ CU-TEP ของจุฬาและ TU-GET ของธรรมศาสตร์ ท่านให้โจทย์ที่สาหัสสำหรับผมมาก เพราะวันหนึ่งท่านเดินบอกผมว่า สวนสุนันทาอยากมีข้อสอบมาตรฐานเหมือนจุฬา ธรรมศาสตร์บ้าง ให้ไปหาวิธีการมา ทำยังไงก็ได้ให้ประสบความสำเร็จ ไม่เกินหกเดือน ข้อสอบต้องเสร็จ”
ผู้อำนวยการสถาบันภาษาเล่าว่า กรอบการทำงานในการสร้างข้อสอบ เดินตามแนวทาง CEFR ซึ่งย่อมาจาก Common European Framework of Reference for Languages เป็นกรอบมาตรฐานที่ใช้อธิบายระดับความสามารถทางภาษา โดยแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ตั้งแต่ A1 ระดับเริ่มต้น จนถึง C2 ระดับเจ้าของภาษา ในแต่ละระดับจะแสดงถึงความสามารถในการใช้ภาษาในสถานการณ์ต่างๆ เช่น การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน CEFR ได้รับการยอมรับทั่วโลก และใช้ในการประเมินความเชี่ยวชาญทางภาษาของผู้เรียนและผู้สมัครงาน
“หลังจากนั้นได้มีการตั้งคณะกรรมการยกร่างและสร้างชุดข้อสอบขึ้นมา ผมเชิญอาจารย์ที่มีบทบาทและเป็นคีย์แมนสำคัญในสามมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าด้านภาษาคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มาเป็นพี่เลี้ยง โดยดึงจุดแข็งจุดอ่อนของแต่ละหน่วยงานมาปรับปรุงแก้ไขพัฒนา และเรียนรู้จากประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำสามแห่งนี้ การพัฒนา SSRU-TEP เป็นการพัฒนาโดยนำเงื่อนไขของ CEFR มาออกแบบข้อสอบ เพื่อให้ตรงตามแนวทางของ CEFR อย่างเคร่งครัด อวดอ้างได้ว่า SSRU-TEP ของสวนสุนันทา ที่นำมาใช้ทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษของนักศึกษาและบุคลากร เป็นข้อสอบมาตรฐานสากลที่มหาวิทยาลัยสร้างขึ้นเองและนำมาใช้เองเป็นแห่งแรกของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เราไม่เอาข้อสอบขององค์กรอื่นมาใช้ และไม่สร้างข้อสอบโดยไม่มีมาตรฐานอ้างอิง SSRU-TEP สร้างโดยเดินตามกรอบของ CEFR อย่างเคร่งครัด กล่าวได้ว่า SSRU –TEP เป็นข้อสอบที่มีมาตรฐานสูงมากมาตั้งแต่เริ่มต้น”
ในปัจจุบันนี้ สถาบันภาษาสามารถพัฒนาข้อสอบ SSRU-TEP ไปแล้ว 5 versions และเป็นข้อสอบมาตรฐานเดียวที่พัฒนาได้จากมหาวิทยาลัยโดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพาบริษัทเอกชนภายนอก
“ผมมีโอกาสคุยกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่ง ท่านบอกว่าพยายามพัฒนาข้อสอบกลางของมหาวิทยาลัยราชภัฏมา 8 ปีแล้วแต่ก็ยังไม่สำเร็จ”
การทำงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของสถาบันภาษา เป็นแนวทางในการพัฒนาภาษาอังกฤษให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏอื่นๆ หลายแห่ง รวมทั้ง SSRU –TEP ก็ต้นแบบในการพัฒนาข้อสอบมาตรฐานวัดความรู้ภาษาอังกฤษให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏอื่นๆ ด้วยเช่นกัน หลังการเปิดตัวของ SSRU-TEP สถาบันภาษาได้รับเชิญให้ไปแนะแนวการพัฒนาข้อสอบให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ มากมายหลายแห่ง
“สถาบันภาษา กับการพัฒนาข้อสอบ SSRU –TEP จนได้มา 5 versions เป็นการทำงานที่ต้องเรียกได้ว่าหนักหน่วงมาก เราทำในสถานการณ์ที่ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด เราไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้มาก เพราะเป็นหน่วยงานใหม่ ยังไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ทั้งสถาบันมีเจ้าหน้าที่อยู่เพียง 6 คนเท่านั้น เราทำงานกันหลากหลายหน้างาน จัดสอบ SSRU –TEP ทั้งในและนอกสถานที่ในทุกระดับตั้งแต่นักศึกษาปริญญาตรี โท เอก รวมไปถึงนักเรียนโรงเรียนสาธิต คณาจารย์และบุคลากรทุกคนในมหาวิทยาลัย จัดฝึกอบรมพัฒนาภาษาอังกฤษในหลักสูตรต่างๆ จัดการแข่งขันวัดความสามารถด้านภาษาอังกฤษ จัดโครงการนำเสนอผลงานวิจัยให้กับนักศึกษา โดยจัดสรรทุนไปนำเสนอต่างประเทศ นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก ซึ่งจะเป็นภาระของเราในการจัดติวการนำเสนอเพื่อให้ผลงานออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด นี่คืองานของเราที่ทำกันแบบลืมหายใจ”
ข้อสอบมาตรฐาน SSRU-TEP นับได้ว่า โหดหินอยู่พอสมควร ประกอบกับ นักศึกษา คณาจารย์และบุคลากรของสวนสุนันทามีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันน้อย ทำให้คะแนน จากข้อสอบมาตรฐาน SSRU-TEP ในระยะแรกออกมาไม่ดีนัก
“ในภาพรวมการจัดผลภาษาอังกฤษของนักศึกษามีคะแนนเฉลี่ยจากปีแรกประมาณ 27% และขึ้นมาเป็น 29% หลังจากนั้นขึ้นมาเป็น 32% และขึ้นมาเป็น 35 ถึง 37% ตามลำดับ ซึ่งมีแนวโน้ม Average ขึ้นทุกๆ ปี ปัจจุบันพบว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก เพราะจำนวนนักศึกษาที่สอบได้คะแนนดีเยี่ยมตั้งแต่ระดับ C1 จนถึง B2 มีจำนวนมากกว่าอาจารย์ที่สอบได้ระดับดีเยี่ยมเสียอีก”
สถาบันภาษามีแนวความคิดที่จะพัฒนา SSRU-TEP ให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น แต่การทำงานก็ไม่ง่ายนัก มีปัญหาอุปสรรคอันใหญ่หลวงอยู่พอสมควร
“กระทรวงศึกษาธิการเคยแนะนำให้ทางสถาบันภาษา นำข้อสอบ SSRU-TEP พัฒนาในระดับนานาชาติ โดยการส่งเข้าระบบการเทียบให้ได้รับการรับรองจากนานาชาติที่เป็นหน่วยงานรับรองเช่น Oxford และ Cambridge แต่ปัญหาใหญ่คือ การรับรองตัวข้อสอบมีค่าใช้จ่ายในการรับรองถึง 500,000 ยูโร ประมาณ 18,668,000 บาท แต่การรับรองผลสามารถใช้ได้แค่สองปีเท่านั้น จึงเป็นการลงทุนที่สูงมาก”
สถาบันภาษา เป็นหน่วยงานในกำกับ มีฐานะเทียบเท่าคณะ เช่นเดียวกับสำนักทรัพย์สินและรายได้ สำนักบริการวิชาการ สำนักวิชาการศึกษาทั่วไปและนวัตกรรมการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ การเป็นหน่วยงานในกำกับ หมายถึงการบริหารจัดการตนเองให้อยู่ได้โดยไม่พึ่งพางบประมาณ
“หน่วยงานอื่น มีความชัดเจนมากในแหล่งที่มาของงบประมาณ และรายได้ ส่วนสถาบันภาษาเป็นเรื่องของการพัฒนาภาษาอังกฤษ พอพูดถึงรายได้ แรกๆ ผมก็มองไม่ออก แต่ ณ วันนี้ ผมกล่าวได้ว่า สถาบันภาษาเป็นหน่วยจัดหารายได้ของมหาวิทยาลัยที่ประสบความสำเร็จมาก ในส่วนตัว ผมจัดให้อยู่ในระดับเกรด A เลยครับ”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กวิน วงศ์ลีดี กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า สถาบันภาษา เป็นหน่วยงานเล็กที่สามารถหารายได้เลี้ยงตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระต่อภาพรวมของมหาวิทยาลัย สามารถรักษาความเข้มแข็งและซื่อสัตย์ในการอบรมและสอบภาษาอังกฤษของนักศึกษา ทำให้อาจารย์และนักศึกษาเชื่อมั่นว่าข้อสอบเชื่อถือได้และมีการสอบแบบยุติธรรม หากจะย้อนไปถึงอดีตเมื่อวันเริ่มต้น เดินมาถึงจุดนี้ได้ ถือว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายมาก
ผลงานที่โดดเด่นอีกโครงการหนึ่งของสถาบันภาษาก็คือโครงการคัดเลือกนักศึกษาระดับปริญญาตรี โท เอก เพื่อเดินทางไปนำเสนอผลงานวิจัยในเวทีนานาชาติ ณ ต่างประเทศ ที่ผ่านมาโครงการได้นำนักศึกษาเดินทางไปนำเสนอผลงานที่ประเทศฮ่องกง ปักกิ่ง และญี่ปุ่น โดยก่อนหน้าที่ในยุคที่ยังเป็น สถาบันสร้างสรรค์และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (สสสร.) เคยนำนักศึกษาไปเสนอผลงานที่ประเทศโปรตุเกส ประเทศเยอรมนี และประเทศอังกฤษมาแล้ว
“การไปนำเสนอผลงานวิจัยในต่างประเทศของนักศึกษานี้ มีกระบวนการกลั่นกรองมาจากคณะ/วิทยาลัย โดยนำงานวิจัยของนักศึกษามาพัฒนาเป็นบทความวิจัย เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากสถาบันภาษา จะได้รับทุนสนับสนุนการไปนำเสนอจากกองทุนพัฒนาบุคลากร การได้รับทุนนี้จะเป็นความภาคภูมิใจของเด็กๆ มาก เขาจะคุยไปทั่วว่า แค่เรียนปริญญาตรี เขาก็มีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศต่างประเทศแล้ว เขาเป็นอย่างนี้ได้ เพราะมาเรียนที่สวนสุนันทา”
การมีโอกาสได้ไปนำเสนอผลงานในต่างประเทศ ถือเป็นการจุดประกายความฝันให้กับนักศึกษา แต่แม้ว่าจะเป็นประกายเล็กๆ แต่ทว่ากลับสว่างไสวโชติช่วงในเวลาต่อมา นักศึกษาเกือบทุกคนที่ผ่านเวทีนำเสนอผลงานในต่างประเทศ เกิดจุดเปลี่ยนในเส้นทางชีวิตครั้งยิ่งใหญ่ หลายคนมุ่งมั่นสร้างผลงานวิจัยและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษด้วยความมุ่งหวังตั้งใจที่จะมีโอกาสเช่นเดียวกันกับที่มหาวิทยาลัยเคยให้โอกาสอีกครั้ง
“โอกาสและประสบการณ์ที่สวนสุนันทามอบให้ ทำให้หลายๆ คนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในชีวิตการทำงาน หลายคนได้รับการยกย่อง เป็นบุคลากรดีเด่น เป็นต้นแบบครูภาษาอังกฤษ เป็นนักวิจัยดีเด่น...เหล่านี้ คือผลผลิตอันน่าภาคภูมิใจของเราครับ”
เป็นความยิ่งใหญ่อลังการที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กวิน วงศ์ลีดี กล่าวว่า ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะทำได้
แต่วันนี้ทำได้แล้ว ทำสำเร็จแล้ว และทำได้ดีที่สุดอีกด้วย
จากนักเรียนเก่งภาษาอังกฤษแบบไร้เทียมทาน
สู่ปณิธาน..สร้างฝันและโอกาสให้คนรุ่นใหม่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กวิน วงศ์ลีดี เรียนจบปริญญาตรี ด้าน Marketing ที่ Assumption University เมื่อปี 2533 จบปริญญาโท M.B.A. (Business Administration) ที่ Arkansas State University, Arkansas, the United States of America เมื่อปี 2536 หลังจากนั้น ไปเรียนปริญญาโทอีกใบที่ Arkansas State University ที่เดิม ครั้งนี้จบ M.P.A. (Law and Government Budgeting) ในปี 2539 และสุดท้ายหลังกลับมาทำงานที่ประเทศไทย จบปริญญาเอกด้านนวัตกรรมการจัดการที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
หลังจากเรียนจบปริญญาโทแล้ว ทำงานอยู่ที่อเมริกานานนับ 10 ปี โดยทำงานที่ Business, Economics, and Paralegal Department Southern Tennessee Community College, TN, USA เป็น Full-time Lecturer and Assistant to Chairman–teaching finance, economics, and management ก่อนที่จะกลับมาเมืองไทย มาเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในปี 2550 ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนในปี 2556 และปี 2558 เป็นผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและสร้างสรรค์การเรียนรู้ตลอดชีวิต (สสสร.) ต่อมาปี 2565 สสสร.ถูกยุบเลิกและมหาวิทยาลัยจัดตั้งสถาบันภาษามาทำหน้าที่แทน ได้รับแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยให้เป็นผู้อำนวยการคนแรก และดำรงตำแหน่งสืบเนื่องมาเป็นวาระที่ 2 ในปัจจุบันนี้
ตอนเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก ได้รับทุนการศึกษาภาษาอังกฤษและได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมการแข่งขันภาษาอังกฤษของโรงเรียนหลายครั้ง เมื่อไปเรียนที่ USA ผ่านการคัดเลือกจากมหาวิทยาลัย Arkansas เพื่อแข่งขันการเขียนบทความภาษาอังกฤษ ได้รับรางวัลชนะเลิศในฐานะนักศึกษาต่างชาติ และเป็นนักศึกษาต่างชาติคนเดียวของมหาวิทยาลัย Arkansas ที่ได้รับทุนเข้ารับการฝึกอบรม ณ กรุง Washington, D.C.
เก่งภาษาอังกฤษ แบบไร้เทียมทาน เป็นที่เลื่องชื่อในสวนสุนันทา ลองไปทดสอบความสามารถเล่นๆ สอบ TOEFL ได้ 600 คะแนน GMAT 600 คะแนน TOEIC 920 คะแนน และ TU-GET 790 คะแนน มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดอบรมทั้งภาคภาษาอังกฤษและภาคภาษาไทยในโครงการอบรมพัฒนาภาษาอังกฤษ (English Proficiency) โครงการอบรมพัฒนาบุคลิกภาพ (Personality Development) และโครงการพัฒนากระบวนการคิดและการบริหารเวลา (Positive Mindset and Time Management) ระดับเริ่มต้น ระดับกลาง และระดับสูง ของปริญญาตรี โท เอก จัดโครงการสำเร็จมาแล้วมากกว่า 200 โครงการ
เนื่องจากเป็นเด็กเรียนดี ได้รับทุนการศึกษาจากผู้มีจิตกุศลและเห็นคุณค่าของการศึกษามาโดยตลอด เคยได้รับคำฝากฝังจากผู้ให้ทุนเมื่อมีโอกาสเข้าพบและร่วมรับประทานอาหารว่า คำว่าการให้ “โอกาส” เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว ควรมอบทุนการศึกษาเพื่อให้ “โอกาส” กับคนรุ่นต่อไปเช่นเดียวกันแบบนี้บ้าง จะเป็นการสร้างวัฏจักรการให้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
จึงเป็นปณิธานแน่วแน่มาตลอดชีวิตการทำงานที่จะให้
“โอกาส” กับทุกๆ คน
พร้อมกับที่จะทุ่มเทความสามารถสร้างให้คนรุ่นใหม่ประสบความเร็จให้ได้
เหมือนกับที่ตัวเองทำได้ในวันนี้

