logo
รศ. ดร.วิทยา เมฆขำ
19 มกราคม 2569

“จากโจทย์ของชุมชน สู่งานวิจัยที่สร้างคุณค่ามากกว่าหนึ่งมิติ”

269 อ่าน
0 แชร์

ในโลกของงานวิจัย มีนักวิจัยจำนวนไม่น้อยที่เริ่มต้นจากคำถามว่า เราจะทำในสิ่งที่อยากทำอย่างไรให้เกิดคุณค่า แต่สำหรับ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เมฆขำ รองอธิการบดีฝ่ายแผนงานและประกันคุณภาพ คำถามสำคัญกลับเริ่มต้นที่ เราจะทำอย่างไรให้สิ่งที่เราทำ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ให้ทุน และสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนได้จริง ประสบการณ์การทำงานวิจัยจากทุนภายนอกของท่าน สะท้อนมุมมองที่ชัดเจนว่า งานวิจัยไม่ควรหยุดอยู่เพียงในเชิงทฤษฎี หรือจบลงบนชั้นหนังสือ แต่ควรเป็นงานที่ถูกนำไปใช้ แก้ปัญหา และสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จริง

แรงบันดาลใจสำคัญในการทำวิจัยจากทุนภายนอก เกิดจากการได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายชุมชนและเห็นศักยภาพของงานวิจัยในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างเป็นรูปธรรม ในมุมมองของ รศ.ดร.วิทยา การได้โจทย์จากชุมชน คือจุดเริ่มต้นของงานวิจัยที่มีความหมายเพราะเป็นโจทย์ที่สะท้อนความต้องการจริง และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้

ทุนวิจัยภายนอกจึงแตกต่างจากทุนวิจัยภายในอย่างชัดเจน เพราะผลลัพธ์ไม่ได้มุ่งเพียงตัวชี้วัดเชิงวิชาการแต่เน้นการนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่จริงงานวิจัยต้อง “ไม่ขึ้นหิ้ง” และสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนหรือสถานประกอบการอย่างแท้จริงหัวใจสำคัญของการพิชิตทุนภายนอก คือการปรับมุมมองของนักวิจัยจากการ “ทำในสิ่งที่อยากทำ” ไปสู่การ “ทำในสิ่งที่ผู้ให้ทุนและชุมชนต้องการ”

ก่อนเขียนข้อเสนอโครงการ นักวิจัยต้องทำความเข้าใจวัตถุประสงค์และตัวชี้วัด (KPI) ของแหล่งทุนอย่างลึกซึ้งเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ผู้ให้ทุนต้องการผลลัพธ์อะไร และคาดหวังการเปลี่ยนแปลงในระดับใดจากนั้นจึงนำโจทย์จากพื้นที่มาวิเคราะห์และออกแบบโครงการให้สอดคล้องกับเป้าหมายเหล่านั้น

ในกระบวนการนี้ รศ.ดร.วิทยา เน้นย้ำว่าการทำงานวิจัยจากทุนภายนอกไม่สามารถทำคนเดียวได้เพราะโจทย์ปัญหาในพื้นที่จริงมักมีความซับซ้อน และต้องอาศัยความรู้จากหลากหลายศาสตร์

พลังสำคัญของการทำวิจัยทุนภายนอก จึงอยู่ที่ การทำงานเป็นทีมและความร่วมมือแบบสหสาขาวิชา ทีมวิจัยอาจประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสายวิทยาศาสตร์สายออกแบบผลิตภัณฑ์ สายสุขภาพ หรือศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ปัญหา และสร้างผลลัพธ์ที่ครบถ้วน

นอกจากความร่วมมือภายในมหาวิทยาลัยแล้วการสร้างเครือข่ายระหว่างสถาบันก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ช่วยเติมเต็มองค์ความรู้และทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเครื่องมือ การวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการหรือการต่อยอดองค์ความรู้เชิงลึกในประเด็นเฉพาะทาง

แม้การขอทุนวิจัยภายนอกจะเป็นเรื่องท้าทายแต่ รศ.ดร.วิทยา มองว่าหากมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนและเป็นระบบความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นได้ข้อเสนอโครงการที่ดีต้องตั้งอยู่บนโจทย์จริงของพื้นที่ไม่ใช่การเขียนตามความสนใจส่วนตัวของนักวิจัยเพียงอย่างเดียวเมื่อโจทย์ชัด เป้าหมายชัด และทีมพร้อมโครงการวิจัยก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมผลลัพธ์จากการทำงานวิจัยทุนภายนอก ไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งมอบงานให้ผู้ให้ทุนแต่ยังสร้างประโยชน์ต่อเนื่องในหลายมิติ ทั้งโอกาสในการต่อยอดโครงการใหม่การนำผลการวิจัยไปตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติและการใช้ผลงานประกอบการขอตำแหน่งทางวิชาการ

แนวคิดนี้ถูกสรุปไว้อย่างชัดเจนในคำกล่าวที่ว่า “ทำ 1 อย่าง ได้ 2–3 อย่าง” คืองานวิจัยหนึ่งโครงการ สามารถสร้างทั้งผลลัพธ์เชิงพื้นที่ผลงานวิชาการ และความก้าวหน้าในสายอาชีพไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้วัดเพียงจำนวนทุนหรือผลงานแต่คือการสร้างความยั่งยืนให้กับระบบการวิจัยของมหาวิทยาลัย

รศ.ดร.วิทยา ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งต่อองค์ความรู้และประสบการณ์ผ่านการสร้างทีม การเป็นพี่เลี้ยง และการเรียนรู้ร่วมกันในรูปแบบของการจัดการความรู้ (KM) เมื่อทีมวิจัยได้ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องสมาชิกจากหลากหลายคณะจะค่อย ๆ สะสมประสบการณ์จนสามารถยื่นขอทุนภายนอกและบริหารโครงการได้ด้วยตนเองในอนาคต

เรื่องราวของ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เมฆขำ สะท้อนให้เห็นว่า งานวิจัยทุนภายนอกไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อให้ได้ทุนแต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ชุมชน และเครือข่ายวิชาการเข้าด้วยกัน

เมื่อโจทย์เริ่มจากความต้องการจริง” “เมื่อทีมทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง” “และเมื่อองค์ความรู้ถูกส่งต่ออย่างเป็นระบบ

 

งานวิจัยจึงกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร
สร้างประโยชน์ให้กับสังคม และพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

รศ. ดร.วิทยา เมฆขำ

เรียบเรียงโดย

รศ. ดร.รจนา จันทราสา, อนุพันธ์ สุทธิมาร, วรฤทัย หาญโชติพันธุ์

คำค้นหา:วิจัย, บูรณษการ, ชุมชน, นวัตกรรม
แชร์เรื่องนี้: