logo
ผศ.ดร.ชนกนาถ มะยูโซ๊ะ
26 มกราคม 2569

จากห้องเรียนสู่งานวิจัยที่คุ้มครองได้: เมื่อสิทธิบัตรไม่ใช่เรื่องไกลตัวของนักวิจัย

11707 อ่าน
101 แชร์

ในโลกของการวิจัยและนวัตกรรมการจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรไม่ได้เป็นเพียงขั้นตอนทางกฎหมายแต่เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนถึงคุณภาพ ความใหม่และศักยภาพขององค์ความรู้ในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมและเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักวิจัยจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะในสาขาศิลปะ การออกแบบ และศาสตร์สร้างสรรค์การจดสิทธิบัตรยังคงถูกมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน ไกลตัวและเป็นพื้นที่ของสายวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์เป็นหลักแต่จากประสบการณ์ของนักวิจัยที่สามารถบูรณาการ “งานวิจัย–การเรียนการสอน–การจดสิทธิบัตร” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบภาพจำเหล่านี้กำลังถูกเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

แนวคิดสำคัญที่สะท้อนจากประสบการณ์ดังกล่าว คือ การจดสิทธิบัตรไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของงานวิจัยแต่เป็นผลลัพธ์หนึ่งที่เกิดขึ้นจากกระบวนการวิจัยที่มีคุณภาพมีทิศทางชัดเจน และมุ่งสู่การใช้ประโยชน์ในระยะยาวเมื่อ “คุณภาพงานวิจัย” ถูกมองในมิติของนวัตกรรมในบริบทของการจดสิทธิบัตร “คุณภาพงานวิจัย” ไม่ได้หมายถึงเพียงความถูกต้องตามหลักวิชาการหรือความสวยงามเชิงสร้างสรรค์ของผลงานหากแต่หมายถึงความสามารถของงานวิจัยในการสร้างสิ่งใหม่ที่มีลักษณะเฉพาะ แตกต่าง และสามารถอธิบายคุณค่าเชิงนวัตกรรมได้อย่างชัดเจน

ในมุมมองของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนกนาถ มะยูโซ๊ะ งานวิจัยที่มีคุณภาพในมิตินี้จึงต้องเริ่มจากการออกแบบแนวคิดและขอบเขตของผลงานให้สามารถต่อยอดไปสู่การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาได้ตั้งแต่ต้นไม่ใช่การนำผลงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้วมาพิจารณาการจดสิทธิบัตรภายหลังการเปลี่ยนมุมมองดังกล่าวทำให้นักวิจัยเริ่มเห็นว่าสิทธิบัตรไม่ใช่ภาระเพิ่มเติมแต่เป็น “ผลพลอยได้” จากกระบวนการวิจัยที่คิดอย่างเป็นระบบ

จากเรื่องไกลตัว สู่กระบวนการที่เข้าถึงได้ หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือ การทำความเข้าใจว่าการจดสิทธิบัตร โดยเฉพาะในงานออกแบบ ไม่ได้ซับซ้อนเกินความสามารถของนักวิจัย

ผลงานออกแบบลวดลาย หรือผลงานสร้างสรรค์หลายประเภทสามารถยื่นจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรได้ด้วยขั้นตอนที่ชัดเจนเมื่อมีการให้คำปรึกษาและการสนับสนุนจากหน่วยงานด้านวิจัยของมหาวิทยาลัยนักวิจัยจำนวนมากจึงเริ่มมีความมั่นใจและกล้าบูรณาการประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาเข้ากับงานวิจัยของตนเอง

บทบาทของระบบสนับสนุนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยแปล “ภาษากฎหมาย” ให้เป็น “ภาษาการวิจัย” ที่นักวิจัยสามารถเข้าใจและนำไปใช้ได้จริงการออกแบบงานวิจัยโดยมองสิทธิบัตรตั้งแต่ต้นทางงานวิจัยที่สามารถนำไปสู่การจดสิทธิบัตรได้อย่างมีประสิทธิภาพมักมีการกำหนดเป้าหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่ขั้นตอนการเขียนข้อเสนอโครงการ

การระบุอย่างชัดเจนว่าโครงการวิจัยหนึ่งเรื่องคาดว่าจะสร้างผลงานที่สามารถยื่นจดสิทธิบัตรได้กี่รายการช่วยให้นักวิจัยวางแผนการออกแบบผลงานการทดลอง และการพัฒนาได้อย่างมีทิศทางในมุมมองนี้การจดสิทธิบัตรไม่ใช่ “งานเอกสารปลายทาง” แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคิดเชิงกลยุทธ์ของงานวิจัยห้องเรียนในฐานะแหล่งกำเนิดทรัพย์สินทางปัญญาอีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการบูรณาการแนวคิดการจดสิทธิบัตรเข้ากับการเรียนการสอน

การออกแบบรายวิชาให้เปิดโอกาสให้นักศึกษาสร้างผลงานที่สามารถยื่นจดสิทธิบัตรได้จริง ไม่เพียงช่วยเพิ่มจำนวนผลงานทรัพย์สินทางปัญญาแต่ยังสร้างการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง และปลูกฝังทัศนคติเชิงนวัตกรรมให้กับนักศึกษา นักศึกษาไม่ได้เรียนรู้เพียงการออกแบบหรือการสร้างสรรค์แต่ได้เข้าใจวงจรของการพัฒนาองค์ความรู้ตั้งแต่แนวคิด การทดลอง การคุ้มครองสิทธิ์ไปจนถึงการต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ในระดับที่สูงขึ้นจากสิทธิบัตร สู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นระบบ

กลยุทธ์ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือการมองสิทธิบัตรเป็น “ฐาน” ของการพัฒนาต่อยอด

การเริ่มต้นจากการจดสิทธิบัตรในผลงานหลักเช่น ลวดลายผ้า หรืองานออกแบบเฉพาะ ช่วยรักษาสิทธิ์ในองค์ความรู้ก่อนนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ผลงานสร้างสรรค์ หรือการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสังคมแนวทางนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลงานวิจัยแต่ยังสร้างความมั่นคงด้านสิทธิ์และเปิดโอกาสในการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นธรรมระบบสนับสนุน: ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ แม้งานวิจัยที่มีคุณภาพจะเริ่มต้นจากตัวนักวิจัยแต่ความสำเร็จในการจดสิทธิบัตรไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากโครงสร้างสนับสนุนที่ชัดเจน

การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคการดูแลกระบวนการทางกฎหมายและการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาล้วนช่วยให้นักวิจัยสามารถมุ่งเน้นการสร้างสรรค์องค์ความรู้ได้อย่างเต็มที่ในขณะเดียวกันระบบสนับสนุนที่เข้มแข็งยังช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในระดับชุมชนและสังคมสิทธิบัตรในฐานะผลลัพธ์ของงานวิจัยที่มีคุณค่า

บทเรียนจากการสังเคราะห์ประสบการณ์ของนักวิจัยสะท้อนให้เห็นว่าสิทธิบัตรไม่ใช่จุดเริ่มต้นของงานวิจัยแต่เป็นผลลัพธ์หนึ่งของกระบวนการพัฒนางานวิจัยที่มีคุณภาพในทุกมิติตั้งแต่การออกแบบแนวคิดการกำหนดขอบเขตงานวิจัยการบูรณาการกับการเรียนการสอนไปจนถึงการใช้ประโยชน์ของผลงานอย่างเป็นระบบ

เมื่อมหาวิทยาลัยมุ่งสร้างคุณภาพเชิงเนื้อหาควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างสนับสนุนด้านทรัพย์สินทางปัญญางานวิจัยจึงไม่เพียงสร้างองค์ความรู้ใหม่แต่ยังสามารถคุ้มครอง ต่อยอดและสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน

 

ผศ.ดร.ชนกนาถ มะยูโซ๊ะ

เรียบเรียงโดย

รศ. ดร.รจนา จันทราสา, อนุพันธ์ สุทธิมาร, วรฤทัย หาญโชติพันธุ์

คำค้นหา:วิจัย, ชุมชน, สิทธิบัตร, ศิลปะ, ออกแบบ
แชร์เรื่องนี้: