logo
รองศาสตราจารย์ พล.ต.ท.ดร.สัณฐาน
5 มกราคม 2569

วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง วิทยาลัยยอดนิยมอันดับ 1 สวนสุนันทา ใต้ร่มเงา “สัณฐาน ชยนนท์”

354 อ่าน
14 แชร์

   วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2564 โดยแยกตัวมาจากวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ ขณะนั้น มีสาขาวิชาที่เปิดสอนประกอบด้วย รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และนิติศาสตร์ ปี 2567 สาขานิติศาสตร์แยกตัวออกมาจัดตั้งเป็นคณะนิติศาสตร์ แต่กระนั้นวิทยาลัยการเมืองและการปกครองก็ยังเติบโตแบบก้าวกระโดด 

   ในปัจจุบันมีการเปิดการเรียนการสอน 7 หลักสูตร 4 แขนงวิชา ประกอบด้วยปริญญาตรี 4 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต ประกอบด้วย แขนงวิชาการเมืองการปกครองและแขนงวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ประกอบด้วยแขนงวิชาการปกครองท้องถิ่น และแขนงวิชาการบริหารภาครัฐและเอกชน หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารงานตำรวจ และหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต (ระบบการศึกษาทางไกล) ระดับปริญญาโท ได้แก่ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต และหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองการปกครอง และระดับปริญญาเอกหลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองการปกครอง 

   แม้ว่าจะก่อตั้งมาเพียงแค่ 4 ปี แต่ในปัจจุบันนี้ วิทยาลัยการเมืองและการปกครองก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในฐานะที่เป็นวิทยาลัยที่มีผู้สนใจเข้าศึกษามากที่สุด ในปัจจุบันวิทยาลัยการเมืองและการปกครองมีนักศึกษารวมทั้งสิ้น 6,279 คน แยกเป็นปริญญตรี 5,914 คน ปริญญาโท 318 คน และปริญญเอก 47 คน ได้รับงบประมาณจัดสรรจากวิทยาลัยในปีล่าสุดเกือบหนึ่งร้อยล้านบาท

   ก้าวขึ้นมาถึงจุดนี้ ได้อย่างไร รองศาสตราจารย์ พล.ต.ท.ดร.สัณฐาน ชยนนท์ คณบดีวิทยาลัยการเมืองและการปกครองเล่าให้ฟังว่า ก่อนอื่นจะต้องมองวิทยาลัยในองค์รวม อันได้แก่ บริบทภายใน ซึ่งประกอบด้วย คณาจารย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนวิชาการ รวมทั้งผู้บริหาร จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในบริบทภายนอกที่ล้อมรอบวิทยาลัย ได้แก่ นักศึกษาที่เป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญที่สุดเพราะวิทยาลัยเป็นหน่วยงานในกำกับ จึงต้องมองถึงความต้องการของนักศึกษาเป็นสำคัญ ซึ่งจะผูกพันกับความผันแปรหรือพลวัตรของสถานการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และตำแหน่งงานที่มีความมั่นคงในชีวิต

   “บริบทภายใน คณาจารย์กับเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างทุ่มเท และมีความภักดี หรือ Loyalty ต่อองค์กร ในฐานะเป็นคณบดี ต้องมีหน้าที่ในการเชื่อมโยงระหว่างบริบทภายในและภายนอก ที่เรียกว่า connect the dot แล้วยังต้องมีหน้าที่ในการสร้างขวัญกำลังใจ รวมทั้ง ด้านการจัดสวัสดิการที่เพียงพอให้กับคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม ผมยึดมั่นหลัก Merit system ในการบริหารงานของผมครับ” 

   บริบทภายนอกอีกประการหนึ่ง คือ การรักษาคุณภาพทางด้านวิชาการของนักศึกษาทุกระดับ ทุกหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก เพราะคุณภาพการศึกษาเป็นตัวพิจารณาชี้ขาดตัวหนึ่งที่ผู้ตัดสินใจเข้ามาเรียน โดยมีผลลัพธ์ในการประกอบอาชีพตามความประสงค์ในหน่วยราชการหรือองค์กรธุรกิจ เพราะนักศึกษาที่เข้ามารียนมีประสงค์สำคัญตามวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่ว่า “ผู้นำการสร้างมืออาชีพ” และประการที่สำคัญในการขยายองค์กร คือ เครือข่าย (Network) และ Connection ที่จะทำให้องค์กรเติบโตตามเป้าหมาย

   นักศึกษามากมายขนาดนี้ แต่วิทยาลัยการเมืองและการปกครองก็มีระบบบริหารจัดการในการควบคุมคุณภาพ สร้างบัณฑิตให้เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง

   “จริง ๆ แล้ว วิทยาลัยฯ มีระบบในการตรวจสอบ ควบคุม ประเมินคุณภาพ ในการเรียนการสอนไม่ว่าจะเป็นระบบที่ปรึกษา (Advisor) ระบบประกันคุณภาพภายใน และระบบการประเมินผู้สอนจากนักศึกษา แต่ระบบดังกล่าว เป็นการวัดหลังจากมีการเรียนการสอนไปแล้ว และการแก้ไขก็จะมีการใช้ระบบที่เรียกว่า Improvement plan นอกจากนี้แล้ววิทยาลัยฯ มีการจัดการเรียนการสอนที่ศูนย์การศึกษาจังหวัดระนองอีกด้วย ได้มีการจัดระบบการรายงานผลการปฏิบัติของอาจารย์ที่สอนและการปฏิบัติของนักศึกษาในแต่ละวันให้คณบดีได้ทราบ มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในการรายงานพร้อมภาพถ่ายตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ - ๒๒.๐๐ น. ทุกวัน ดังนั้น คณบดีจึงได้ทราบถึงการเรียนการสอนในแต่ละวันว่าเป็นไปตามตารางการสอนหรือไม่ มีจำนวนนักศึกษาเข้าเรียน/ขาดเรียนมากน้อยเท่าใด รวมทั้งปัญหาต่าง ๆ เพื่อติดตามปรับปรุงคุณภาพนักศึกษา โดยยังได้นำวิทยาการสมัยใหม่ทางด้าน AI และเทคนิคในการเรียนการสอนที่เรียกว่า Flip and flow มาช่วยอบรมให้ความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอาจารย์ผู้สอน”

   นักศึกษาจำนวนมากของวิทยาลัยการเมืองและการปกครอง ไม่ใช่นักเรียนที่เพิ่งจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่เป็นบุคลากรประจำการ วิทยาลัยฯ มีระบบการเรียนการสอนอย่างไรกับคนเหล่านี้ เพื่อให้ไม่เกิดความรู้สึกว่าการเรียนยากเกินไป พล.ต.ท.ดร.สัณฐาน ชยนนท์ กล่าวว่า “นักศึกษาส่วนใหญ่ของวิทยาลัย เป็นผู้ที่รับราชการทหารและตำรวจ การจัดการเรียนการสอนยังคงใช้เล่มหลักสูตรเดียวกันกับภาคปกติ แต่ต้องมีความยืดหยุ่นและอ่อนตัวโดยการจัดการเรียนการสอนแบบ Block Course ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ รวมถึงการจัดการเรียนการสอนแบบระบบทางไกล (Distance Education) อยู่ที่ไหนก็เรียนได้ทุกเวลาภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ มีการเทียบโอนประสบการณ์ในการทำงานเพื่อลดเวลาในการศึกษา ทำให้ไม่รู้สึกว่าการเรียนนั้นยากเกินไป”

   หลักสูตรทางไกล มีผู้สนใจเข้าศึกษาเป็นจำนวนมาก มียุทธวิธีทางการตลาด และระบบการควบคุมคุณภาพอย่างไร คณบดีวิทยาลัยการเมืองและการปกครอง กล่าวถึงหลักสูตรนี้ว่า หลักสูตรทางไกลของวิทยาลัยฯ มีพื้นฐานในการแก้ปัญหาจากการเรียนการสอนทั้งภาคปกติและภาคพิเศษของวิทยาลัย เพราะ จำนวนไม่น้อยที่หันมาเรียนหลักสูตรทางไกลด้วยข้อจำกัดทางด้านเวลาและระยะทางในการเดินทางมาศึกษา วิทยาลัยต้องการรักษานักศึกษากลุ่มนี้ไว้ จึงหาทางเลือกที่นักศึกษาสะดวกที่สุดในการศึกษา สำหรับนักศึกษากลุ่มใหญ่จะเป็นทั้งข้าราชการทหาร ตำรวจที่อยู่ทั่วประเทศ รวมทั้ง ประชาชนผู้สนใจ จะเห็นได้จากมีทั้งผู้ที่พักอาศัยอยู่ต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ซูดาน ก็เข้ามาศึกษาในหลักสูตรนี้ด้วย ยุทธวิธีสำคัญ คือ การประชาสัมพันธ์ให้ครอบคลุม มีทั้งการเดินทางไปประชาสัมพันธ์ตามหน่วยงาน องค์กร และสถานศึกษา รวมทั้งการยิง Ads และการช่วยเหลือให้ความร่วมมือจากเครือข่ายศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน

   “ในการควบคุมคุณภาพ วิทยาลัยฯ จัดการเรียนการสอนโดยใช้แอปพลิเคชันที่มีต้นทุนสูงมาก แต่ก็ตามมาด้วยความมีประสิทธิภาพสูงสุด ได้มาตรฐาน สามารถตรวจสอบนักศึกษาที่เข้าเรียนและเข้าสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ รวมทั้งวิทยาลัยยังมีคลังข้อสอบจำนวนมากที่นักศึกษาแต่ละคนจะได้ข้อสอบไม่ตรงกัน (Random) เป็นการป้องกันการทุจริตในการสอบอีกด้วย”

   ในระดับปริญญาโทปริญญาเอก ที่ปรากฏว่ามีผู้มีชื่อเสียงให้ความสนใจเข้ามาศึกษาต่อแต่อาจจะมีเวลาเรียนน้อย มีระบบควบคุมให้เกิดคุณภาพได้อย่างไร 

“ระดับบัณฑิตศึกษาเป็นการศึกษาที่มุ่งเน้น เจาะลึก และมีความเชี่ยวชาญผ่านการวิจัย ฝึกทักษะเชิงลึกและการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ และการสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณค่า ดังนั้น จึงต้องจัดชุดวิชาที่เข้มข้น กระชับแต่ครอบคลุมแก่นความรู้ คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเชี่ยวชาญในแต่ละวิชามาบรรยายแบบรวบยอดให้กับนักศึกษา ปัจจัยชี้ขาดอยู่ที่การทำเล่มวิจัย จึงต้องให้เวลาและโอกาสนักศึกษาได้พบกับที่ปรึกษาได้ง่ายโดยการจัดคลินิกวิจัย”

   ท่านคณบดีเคยทำงานรับราชการตำรวจ ประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตมาแล้ว กลับมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย อารมณ์ ความรู้สึกเป็นอย่างไร

   รองศาสตราจารย์ พล.ต.ท.ดร.สัณฐาน บรรยายความรู้สึกให้ฟังว่า “ความจริงแล้วการทำงานไม่ว่าอาชีพตำรวจหรือการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ความสำคัญอยู่ที่ว่าสามารถทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดคุ้มค่ากับตำแหน่งดังกล่าวได้อย่างไร แน่นอนอารมณ์ ความรู้สึกย่อมแตกต่างกันขึ้นอยู่กับบริบทความรับผิดชอบแต่ละหน้าที่ ความเป็นตำรวจมุ่งรักษาความสงบสุขให้แก่ประชาชน รวมทั้ง  การปราบปรามกลุ่มโจรผู้ร้าย แต่ในความเป็นอาจารย์ อารมณ์และความรู้สึกที่ต้องการพัฒนาทั้งนักศึกษาและวิทยาลัยฯ ให้เติบโตไปอย่างไม่หยุดยั้ง”

  คณบดีวิทยาลัยการเมืองและการปกครอง กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดในการเข้าสู่ตำแหน่งอาจารย์ คือ การได้รับความไว้วางใจจากสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารให้ดำรงตำแหน่งเป็นคณบดี จึงมีความมุ่งมั่นตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งว่าจะบริหารองค์กรให้ขับเคลื่อนเติบโตไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และจะต้องนำองค์กรไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จให้ได้

   วันนี้ รองศาสตราจารย์ พล.ต.ท.ดร.สัณฐาน ชยนนท์ ทำได้แล้ว และทำได้ดีสมกับที่ได้ตั้งปณิธานเอาไว้เมื่อมารับตำแหน่งในวันแรก

   กลายเป็นแม่แบบในการบริหารจัดการที่หลายคณะ หลายวิทยาลัยต้องนำเอามาใช้ในการบริหารองค์กรให้ประสบความสำเร็จเหมือนกับที่วิทยาลัยการเมืองและการปกครองทำได้ในวันนี้

ชีวิตละครภาคสองของ “สัณฐาน ชยนนท์”

เงียบสงบบนความอีกทึกครึกโครม

   สัณฐาน ชยนนท์ เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2495 ที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จบมัธยมต้นจากโรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จังหวัดยะลา แล้วเข้าเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 12 รุ่นเดียวกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พลเรือเอกพะจุณณ์ ตามประทีป เรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 28 จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

   เริ่มต้นชีวิตราชการที่สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ เติบโตในพื้นที่ตำรวจภูธรแล้วย้ายไปรับตำแหน่งสำคัญที่กองปราบปราม ก่อนจะโดนย้ายไปประจำอยู่ที่กองกำกับการตำรวจน้ำและย้ายไปประจำที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 อยู่พื้นที่ภาคใต้มาโดยตลอด จนกระทั่งปี 2551 ได้เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 

   ปี 2552 ย้ายมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้ที่มีบทบาทสูงยิ่งในการดูแลรักษาความสงบในการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) ในยุทธการแดงทั้งแผ่นดิน ตำแหน่งสุดท้ายในชีวิตราชการตำรวจ เลื่อนเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเมื่อปี 2554

   ช่วงท้ายชีวิตในชีวิตราชการตำรวจ ไปศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง สำเร็จรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองเมื่อปี 2558 หลังจากนั้น เริ่มต้นชีวิตบทใหม่ในภาคที่สองด้วยการใช้ชีวิตอย่างสงบเงียบในการเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ ที่วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มุ่งมั่นงานสอนและงานวิชาการจนกระทั่งได้เข้าสู่ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์

   อย่างไรก็ตาม ในปี 2564 สาขารัฐศาสตร์ แยกตัวออกจากวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มาจัดตั้งเป็นวิทยาลัยการเมืองและการปกครอง รองศาสตราจารย์ พล.ต.ท.ดร.สัณฐาน ชยนนท์ ได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยให้ดำรงตำแหน่งคณบดีคนแรก 

   ในตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ “สัณฐาน ชยนนท์” สร้างผลงานได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ์ ผลักดันให้วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง ครองความเป็นอันดับ 1 ของสวนสุนันทาด้านจำนวนนักศึกษาและงบประมาณในการบริหารจัดการ ณ ขณะนี้

   แม้จะอยากอยู่อย่างสงบเงียบ แต่ผลงานที่ทำไว้กลับสร้างความอึกทึกคึกโครมให้กับสวนสุนันทาเป็นอย่างยิ่ง

รองศาสตราจารย์ พล.ต.ท.ดร.สัณฐาน

เรียบเรียงโดย

ณัฐวลัญช์ วังนิล

คำค้นหา:วิทยาลัยการเมือง, วิทยาลัยยอดนิยม
แชร์เรื่องนี้: