การเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซับซ้อน และคาดการณ์ได้ยากขึ้น ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษา จึงไม่สามารถบริหารจัดการด้วยมุมมองระยะสั้นเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อีกต่อไป
การมองไกล (Foresight) จึงเป็นสมรรถนะสำคัญของผู้บริหาร โดยเฉพาะรองอธิการบดีฝ่ายแผนงานและประกันคุณภาพ
บทบาทสำคัญของรองอธิการบดีฝ่ายแผนงานและประกันคุณภาพ คือผู้ที่ประสานงานในการนำสิ่งที่สภามหาวิทยาลัยวางแนวให้มหาวิทยาลัยดำเนินการ ในการ “กำหนดทิศทาง วางระบบ และเชื่อมโยงการทำงาน” โดยสภามหาวิทยาลัยมอบหมายอธิการบดีให้นำนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบและยั่งยืน และอธิการบดีจะมอบหมายภารกิจนี้ ให้รองอธิการบดีฝ่ายแผนงานและประกันคุณภาพ เป็นผู้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนโดยวางกรอบแนวปฏิบัติและกำหนดแผนงาน โครงการไปยังคณะ/วิทยาลัย ศูนย์ สำนักและสถาบัน
แนวคิดการมองไกลของรองอธิการบดีฝ่ายแผนงานและประกันคุณภาพ มิใช่เพียงคาดการณ์ในอนาคต แต่คือ ต้องนำกระบวนการคิดเชิงระบบ (System Thinking) ที่ผสานข้อมูล หลักฐาน และถอดบทเรียนจากอดีต เข้ากับการวิเคราะห์แนวโน้ม (Trends) และความไม่แน่นอน (Uncertainty) เพื่อสร้าง “ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์” ให้แก่อธิการบดีและสภามหาวิทยาลัย อยู่บนฐาน 3 ประการ ได้แก่
1. วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏในการเป็นผู้นำการสร้างมืออาชีพ
2. ความเป็นเลิศเชิงคุณภาพตามเกณฑ์สากล
3. ความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ทีมงานฝ่ายแผนงานและประกันคุณภาพต้องมองมหาวิทยาลัยในฐานะ “ระบบนิเวศการเรียนรู้และนวัตกรรมเพื่อสังคม” (Learning & Social Innovation Ecosystem) มิใช่มีหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูล จะต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ พร้อมทั้งมีระบบการประกันคุณภาพ และมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงทิศทางในอนาคต โดยมีทิศทางสำคัญดังนี้
1. จากเดิมการประกันคุณภาพเชิงเอกสาร สู่คุณภาพเชิงผลลัพธ์และวัดผลได้
การประกันคุณภาพต้องเปลี่ยนจากการมุ่งตอบตัวชี้วัดไปสู่ผลลัพธ์ที่สำคัญ (OKR) ที่สะท้อนคุณภาพผู้เรียน ผลกระทบต่อชุมชน สังคม ประเทศชาติ พร้อมทั้งความสามารถในการแข่งขันของบัณฑิต
2. บูรณาการแผนยุทธศาสตร์กับการปฏิบัติจริง
แผนพัฒนามหาวิทยาลัยต้องไม่เป็นเพียงเอกสารเชิงนโยบาย แต่ต้องเชื่อมโยงกับแผนปฏิบัติการ คำรับรองการปฏิบัติงาน (PA) ระบบติดตามผลแบบ Real-time และผลลัพธ์ที่สำคัญ (OKR) โดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน (Data-driven University)
3. ขับเคลื่อนคุณภาพด้วยวัฒนธรรมองค์กร
คุณภาพที่ยั่งยืนเกิดจาก “คน” ผู้บริหารต้องสร้างวัฒนธรรมคุณภาพ (Quality Culture) ที่ทุกหน่วยงานเข้าใจ เป้าหมายเดียวกัน และเห็นคุณค่าของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการตรวจประเมินเพื่อผ่านเกณฑ์
4. เชื่อมมหาวิทยาลัยกับอนาคตของสังคม ชุมชน ท้องถิ่น และประเทศชาติ
การมองไกลต้องเชื่อมยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเข้ากับ Mega Trends เช่น สังคมสูงวัย เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็น “กลไกหลัก” ของการยกระดับเพื่อพัฒนาประเทศชาติอย่างแท้จริง
บทบาทเชิงกลยุทธ์ของรองอธิการบดีฝ่ายแผนงานและประกันคุณภาพ ต้องทำหน้าที่มากกว่าผู้ควบคุมระบบ แต่เป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ” (Systemic Change Leader) ที่แปลนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อมโยงข้อมูล แผน และคุณภาพเข้าด้วยกัน สร้างความเข้าใจร่วมและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
การมองไกลเป็นหัวใจของการบริหารมหาวิทยาลัยในยุคความไม่แน่นอน รองอธิการบดีฝ่ายแผนงานและประกันคุณภาพต้องมีวิสัยทัศน์ที่เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งขับเคลื่อนระบบคุณภาพที่มีชีวิต ยืดหยุ่น และตอบโจทย์สังคม
การพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในอนาคตจึงไม่ใช่เพียงการ “รักษามาตรฐาน” แต่คือการ “สร้างคุณค่าใหม่และมูลค่าอย่างยั่งยืน”

