logo
รศ.ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์
9 กุมภาพันธ์ 2569

โลกกว้างของสหเวชศาสตร์ ในมุมมอง “สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์”

429 อ่าน
8 แชร์

วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ เป็นหน่วยงานในกำกับของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทามีฐานะเทียบเท่าคณะ จัดตั้งขึ้นตามมติสภามหาวิทยาลัยเมื่อปี พ.ศ.2555 นับเป็นหน่วยงานสายวิชาการในกำกับอันดับที่ 4 ที่มหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้น

         ในปัจจุบันมีรองศาสตราจารย์ ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งคณบดีและนับเป็นวาระที่ 2 แล้วโดยที่วิทยาลัยสหเวชศาสตร์เปิดการเรียนการสอน 9 หลักสูตร ประกอบด้วย ระดับปริญญาตรี 7 หลักสูตร ได้แก่หลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต,หลักสูตรการแพทย์แผนจีนบัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนจีน,หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน,หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์และการส่งเสริมสุขภาพ,หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากัญชาเวชศาสตร์, หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพและความงาม,หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเลขานุการการแพทย์และสาธารณสุข ปริญญาโท 1 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากัญชาเวชศาสตร์และสมุนไพรทางการแพทย์ และปริญญาเอก  1  หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต  สาขาวิชากัญชาเวชศาสตร์และสมุนไพรทางการแพทย์ โดยที่มีนักศึกษารวมจำนวนทั้งสิ้น 946 คน ปริญญาตรี 916 คน ปริญญาโท 10 คน และปริญญาเอก 20 คน

          สำหรับรองศาสตราจารย์ ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์ ผ่านงานบริหารมาอย่างโชกโชน ดำรงตำแหน่งคณบดีคณวิทยาการหนึ่งวาระ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ 2 วาระ ก่อนที่จะกลายมาเป็นคณบดีวิทยาลัยสหเวชศาสตร์เป็นคนที่ 3

          เป็นเรื่องแปลกแต่จริง เพราะคณบดีสองท่านแรกของวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ คือ ศาสตราจารย์ นายแพทย์อดุลย์ วิริยกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยสารคามและรองศาสตราจารย์ พิเศษนายแพทย์ ดร.ธวัชชัย กมลธรรม นับได้ว่าศาสตร์ที่ทั้งสองท่านจบมา มีความเกี่ยวข้องกับสหเวชศาสตร์โดยตรง แต่สำหรับท่านคณบดีคนปัจจุบันจบมาทางด้านวารสารศาสตร์ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นศาสตร์ที่ต่างกันวิทยาลัยที่บริหารอยู่อย่างสิ้นเชิง

คนส่วนใหญ่มักคิดว่า คนจากสายสังคมศาสตร์ สาขานิเทศศาสตร์ จะมาอยู่กับแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน สาธารณสุขศาสตร์ จะทำได้หรือ แต่ผมอยากให้เข้าใจความหมายการบริหารในองค์กรให้ขับเคลื่อนได้ ผมยึดหลัก 4M ได้แก่ Man คือมนุษย์ คนที่จะทำงานด้วย Money คือมีเงิน เช่น งบประมาณที่จะบริหารจัดการองค์กรให้ขับเคลื่อนได้ Material คือวัตถุดิบในการสร้างคน โดยต้องมีวัตถุดิบอะไรบ้าง เช่น หลักสูตร ครูบาอาจารย์ที่มีความรู้ ห้องแล็บ และสุดท้ายก็คือ Method คือวิธีการที่จะจัดการให้องค์กรขับเคลื่อนได้ และผมจะขอเติมอีกตัวหนึ่งตัวสุดท้าย Marketing คือต้องรู้จักการตลาด เพราะเดี๋ยวนี้ทุกอย่างเป็นธุรกิจทั้งนั้น จะบอกการศึกษาไม่ใช่ธุรกิจได้ไง เพราะถ้าเด็กไม่มีเรียนเราก็จบ ฉะนั้นมันต้องมีการตลาด และก็เหมาะมากที่ผมจะมาบริหารวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ เพราะตอนนั้นก็เป็นวิทยาลัยเล็กๆ ไม่ค่อยมีใครรู้จักนักศึกษาเข้าเรียนน้อย แต่ผมเข้ามาแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก


        รองศาสตราจารย์ ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์ มองว่า คือความท้าทายที่ไปอยู่กับคนสายวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องน่าสนุกเพราะคนวิทยาศาสตร์หมายถึง 1+2+3+4 ตามลำดับ เป็นสเต็ปขั้นตอน แต่คนศิลปศาสตร์ จะเป็นอะไรที่มีสีสัน สามารถเชื่อมโยงโดยไม่ต้อง 1 2 3 4 แต่เราสามารถ 1 8 7 9 แล้วมา 2 กับ 3 ก็ได้ นั่นคือสไตล์ของศิลปะ เรานำศิลปะมาบริหารโดยผสมผสานระหว่างศิลปะกับวิทยาศาสตร์ เป็นความท้าทายและเป็นความสนุก บริหารมาได้วาระที่ 1 ขึ้นวาระที่ 2 มีความสุขมาก วิทยาลัยก็เติบโต สิ่งสำคัญคือบุคลากรในวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ อาจารย์ทุกคน เจ้าหน้าที่รวมทั้งนักศึกษามีความสุข คณบดีก็มีความสุขไปด้วย

ผมมานั่งบริหารช่วงแรก คนไม่ค่อยรู้จักสหเวชศาสตร์มากนัก ผมเลยตั้งคำถามว่า ทำยังไงให้ทุกคนรู้จักวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ ก็มานั่งคิดว่าทำยังไงให้วิทยาลัยมีตัวตน มีจุดขายของวิทยาลัยเรา ช่วงนั้นพลังกัญชา กัญชาเวชศาสตร์กำลังได้รับความนิยม รัฐบาลมีนโยบายให้เป็นกัญชาเสรี แล้วเราก็บอกว่ากัญชาเป็นยารักษาโรคได้เพราะมันมีสารบางอย่างไม่ว่าจะเป็นสาร THC และสาร CBD สามารถชะลอความเจ็บปวดอะไรต่างๆ ได้ อดีตคณบดีคุณหมอธวัชชัย กมลธรรม  ท่านเป็นอดีตอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย ท่านรู้เรื่องเกี่ยวกับสมุนไพรมาก ท่านบอกว่ากัญชารักษาโรคได้ กำลังวิจัยและทดลอง ก็เลยเปิดกัญชาเวชศาสตร์ขึ้นครั้งแรก เป็นปริญญาตรีครั้งแรกในประเทศไทย และที่เดียวที่โด่งดังไปทั่วประเทศ เป็นอาจารย์สมเดชพ่อค้ากัญชา แต่จริงแล้วเอานำมาใช้เพื่อการแพทย์ คนก็ยังสงสัย เราเลยเปิดปริญญาโท ปริญญาเอกเลยครับ เพื่อพิสูจน์ว่าเราทำวิจัยไม่ใช่ทำไปเพื่อความบันเทิง อีกครั้งหนึ่งก็คือช่วงที่โควิดกำลังการระบาด ไม่มีคนเรียน เราก็มองวิกฤตให้เป็นโอกาสก็คือสาธารณสุขศาสตร์ มันควรจะลงสู่ชุมชนเราต้องป้องกันไม่เขาติดเชื้อโรคจากโควิดหรือจากโรคร้ายแรงต่างๆ การรักษาที่ดีที่สุดคือการป้องกัน ไม่ใช่เป็นแล้วเข้าโรงพยาบาลแล้วมารักษา แต่มันต้องไม่เป็นประชาชนต้องสุขภาพดี เพราะฉะนั้นให้เราต้องป้องกันให้ได้ ก็เลยเกิดสาขาสาธารณสุขศาสตร์ ซึ่งเราทำให้เป็นสาธารณสุขศาสตร์และชุมชนขึ้น เน้นเรื่องของการลงชุมชน การป้องกันชุมชนให้ชุมชนนั้นแข็งแรงสุขภาพอนามัยดี แล้วเมื่อสังคมดีประเทศชาติก็ดี แล้วสาธารณสุขศาสตร์เราก็ไม่ทิ้ง เพราะส่งเสริมสุขภาพที่ตัวบุคคล ทำอย่างไรให้สุขภาพตัวเองดี ก็เป็นสิ่งที่เราทำแล้ว และได้ความนิยมมาก

       คณบดีวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ เล่าว่าพอมาในวาระที่ 2 กัญชาเริ่มมีคนสงสัย มีข้อกำหนดกฎหมายไม่ชัดเจนเริ่มไปไม่ได้แล้ว จึงมีการเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ปรับหลักสูตรใหม่เปลี่ยนชื่อเป็น “วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์และนวัตกรรมสมุนไพร ไม่ใช่แค่กัญชาแต่รวมเรื่องสมุนไพร เพราะประเทศไทยมีสมุนไพรที่มีคุณค่าอเนกอนันต์ ที่ผ่านมา ต่างชาติได้ประโยชน์จากสมุนไพรของไทยมาก แต่ต่อนี้ไป ต้องใช้ภูมิปัญญาไทยพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นเอง

ผมคิดว่าไม่ใช่เฉพาะการผลิตบัณฑิต ต้องไปรวมถึงผลิตภัณฑ์เพราะผมจะมาจากสายการตลาด ลำพังการศึกษาที่หวังจะให้เด็กมาเรียนแล้วได้รายได้  มันไปไม่รอด เราต้องสร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรมจากความคิดจากผลิตภัณฑ์ที่เราสามารถสร้างรายได้ ผมให้อาจารย์ทุกคนไปขอทุนวิจัยพัฒนาเพื่อผลิตภัณฑ์ออกมาเยอะมาก และก็ประกวดได้รางวัล เช่น น้ำยาบ้วนปากผสมเปลือกส้มโอของธนาคารออมสิน เราได้ที่ 1 ของประเทศไทย ล่าสุดเราก็ได้รางวัลน้ำฉีดหน้าเพื่อทำให้ดูสาวขึ้น และมีอีกหลายตัวมาก ไปชนะก็ได้รางวัลที่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ที่สำคัญคือทำแล้ว จะทำยังไงให้มันขายได้ ไม่ใช่วิจัยเพื่อการวิจัย ผมพยายามนำงานวิจัยขึ้นห้าง ออกทางทีวีไดเร็ค (TVDirect) ซึ่งเขามองว่าเราน่าจะสามารถขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้หรือขายภูมิปัญญาลิขสิทธิ์ทางปัญญาให้กับบริษัทต่างๆ ได้ มันก็จะเป็นรายได้ทางหนึ่งที่จะเข้าวิทยาลัยสหเวชศาสตร์แล้วก็เป็นเวทีที่ให้อาจารย์และนักศึกษาได้พัฒนาเอาความรู้มาทำผลิตภัณฑ์และสร้างรายได้

         รองศาสตราจารย์ ดร.สมเดช กล่าวถึงการเรียนการสอนของวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ว่า หลักสูตรที่มีมาแต่เดิม พร้อมการก่อตั้งวิทยาลัยคือแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีน เป็นหลักสูตรที่ดีแต่ในแง่ของการบริหารจัดการ ถือว่าเป็นงานที่โหดหินมาก

แต่พอพูดถึงแพทย์โบราณคนมักจะมีคำถามตามมาเยอะ ไม่ค่อยเชื่อถือ จะเชื่อในแพทย์สมัยใหม่มากกว่า เราก็พยายามปรับแผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์เอาทางการแพทย์ปัจจุบันมาผสมผสานก็ได้รับความนิยมอันดับ 1 แต่ผมบอกได้เลยว่า การลงทุนสูงมาก เพราะการสอนอย่างนี้ค่าใช้จ่ายสูง ส่งผลให้ค่าเทอมแพงตามมา ที่ต้องแพงเพราะอัตราส่วนของสภาวิชาชีพบังคับไว้เลย อาจารย์ 1 คนต่อนักศึกษา 4 คน รับเข้ามาสอนก็ไปไม่รอดเลย ควบคุมงบประมาณให้ถึงจุดคุ้มทุนไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องปรับหลักสูตรว่าแทนที่เราจะเรียนเป็นหลักสูตรปริญญาตรีครบเราจะต้องปรับเป็นการฝึกอบรม (Training) แล้วก็ให้คนที่ทำงานแล้วมาเรียนส่วนหนึ่งหรือการผ่อนชำระ คือเขาเรียนเก็บเป็นเครดิตแบงค์ไว้ไปทำงานแล้วกลับมาเรียนต่อนี่เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาหลักสูตรแบบคลาสสิคที่เรามี เราไม่ทิ้งวิธีการนี้ แต่จะบริหารจัดการยังไงให้มันยังคงอยู่รอด อาจจะปรับเป็นการอบรมระยะสั้นแล้วเก็บไปธนาคารเครดิต แต่หลักสูตรที่เราคิดว่าไปได้ไกล และมีตลาดแน่นอนคือ หลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์อันนี้มาแรงมากนักเรียนปี 1 สมัครเยอะแต่เรารับได้แค่ 120 คน อันนี้มีเกณฑ์ของสภาวิชาชีพมาครอบคลุมอยู่คืออาจารย์ 1 คนต่อนักศึกษา 12 คน ก็ยังสามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่ที่บอกว่าสาธารณสุขศาสตร์ไปไกลเพราะว่าโลกเราเปลี่ยนวิถีแล้วคือเราต้องป้องกันทุกอย่างไม่ให้เกิดโรค เพราะฉะนั้นสาธารณสุขศาสตร์ก็ดี สาธารณสุขชุมชนก็ดี สาธารณสุขสุขภาพก็ดี เราไม่ได้นึกถึงแค่เด็กภาคปกติอย่างเดียว แต่เรานึกถึงคนที่ทำงานแล้วในวิชาชีพต่างๆ เช่น พวกโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ต้องใช้ต้องมีสาธารณสุขและอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในโรงงาน ตลาดโรงงานประเทศไทยเป็นหมื่นเป็นแสนโรงเขาต้องการเรา เพียงแต่เรายังหาตลาดไม่เจอถึงต้องใช้คณบดีอย่างอาจารย์สมเดชเนี่ยแหละที่มองว่านี่คือการตลาด อย่าไปหลงว่า รับแค่เด็ก ม.6 ซึ่งตลาดที่ยิ่งใหญ่คืออุตสาหกรรมพวกนี้ เขาต้องการสุขอนามัยที่ยังไม่ได้ไปให้เขาเลย เราออกสินค้าไปให้ เขาก็ดีใจมากเลยไม่รู้ว่ามี ถ้ามีจะซื้อนานแล้ว ต้องไปขาย ตรงนี้เราต้องสร้างแนวคิดใหม่ๆ ให้กับอาจารย์ เราต้องคิดในเชิงก้าวหน้า ถ้าเขาไม่เอาเราก็เปลี่ยนความคิดใหม่ อันนี้เป็นวิธีการทำงานของคนจบมาทางสังคมศาสตร์ ที่มาบริหารศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์ครับ

         คณบดีวิทยาลัยสหเวชศาสตร์กล่าวว่า ยังมีโครงการที่จะเปิดหลักสูตรให้ทันกระแสโลกอีกหลายหลักสูตร เน้นเรื่องสุขภาพ Wellness เพราะตอนนี้ทั่วโลกพูดถึงประเทศไทยพูดถึง เราเน้นที่การป้องกัน ไม่ใช่แค่การรักษา เป็นการคืนสู่ธรรมชาติ (Nature) ทุกวันนี้คนกลัวยาแผนปัจจุบัน กลัวผลข้างเคียงจากยา แต่ยาจากสมุนไพรธรรมชาติจะไม่มีผลกระทบร้ายแรง ขับออกจากร่างกายได้ วิทยาลัยจะพัฒนาไปถึงการใช้ AI ในการรักษาโรค Bio เคมี bioinformatics คือการวิเคราะห์ข้อมูลของโรคจากการใช้ข้อมูลข่าวสารซึ่งใช้ใน AI ต้องคิดดูว่าเครื่องมือคอมพิวเตอร์ประมวลความรู้ทั้งหมดหมอที่เก่งๆ บนโลกใบนี้มีข้อมูลในคอมพิวเตอร์ สามารถวิเคราะห์ได้เลยว่าอาการอย่างนี้ต้องมาจากสาเหตุอะไร ควรกินยาอะไร

ผมอยากให้คนทั่วไปรับรู้ว่า เมื่อนึกถึงวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ ต้องนึกถึง wellness นึกถึงสุขภาพที่ดี ผมเชื่อนะว่า สุขภาพที่ดีคือคุณภาพชีวิตที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีคือชีวิตที่มีความสุข คำของพระบอกว่า อโรคยา ปรมาลาภา การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ มนุษย์เราต้องอยู่บนโลกใบนี้ และอยู่โดยมีสุขภาพที่ดี เพราะฉะนั้นนี่คือโอกาสของวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ เราจะสร้างองค์ความรู้ที่จะให้ประชาชนคนไทยมีสุขภาพที่ดีป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้สามารถรักษาสุขภาพตัวเองให้มีความสุขในชีวิตไม่เป็นโรคนั้นโรคนี่ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศาสตร์หรือสาขาวิชาใดๆที่สามารถไป support เรื่องของ wellness

        คณบดีวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ ยังกล่าวด้วยว่า ในมุมมองของตัวเอง ศาสตร์ของวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ ต้องไม่ซับซ้อนมากจนไกลตัวคน 

ผมคิดว่าอนาคตน่าจะมีหลักสูตรสุขศาสตร์ ว่าด้วยการทำให้ตัวเองมีความสุขในชีวิต ความสุขในชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนมาเรียนเพื่อสุขภาพ เรียนแล้วมีคำถามว่า ท่านค้นหาความสุขของท่านเจอหรือยัง บางคนอยากรวยมาเรียนกับเรา เราจะสอนทำไงให้รวย บางคนอยากมีครอบครัวเล็กๆ ใช้ชีวิตสบายเราก็จะมีหลักสูตรสอนใช้ชีวิตอย่างพอเพียงและมีความสุข อยากจะโดดเด่นเป็นดาราอยากดัง มาตรงนี้เราจะสร้างหลักสูตรที่จะสร้างให้คุณเป็นดารา ผมว่าเรื่องพวกนี้มันสามารถทำได้แล้ว มันจะเปิดโลกกว้างมาก เราอย่าไปติดยึดกรอบ หลายคนบอกว่าผมเลอะเทอะ แต่ผมว่าไม่หรอก เชื่อนะ ถ้าเปิดหลักสูตรจะมีคนมาเรียนแน่นอน

ผมคิดว่านี่คือแนวคิดที่ผมมองว่า เราอย่าไปปิดกรอบ เราต้องมองโลกให้กว้าง แต่ข้อสำคัญการทำงาน คือ “ขอให้มีความสุขกับการทำงาน เปิดโลกให้กว้าง”

 

สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์

กับการทำงานที่ไม่หยุดหย่อน

“what a wonderful world"

          สำเร็จปริญญาตรี 3 ใบ: วารสารศาสตรบัณฑิต  สาขาโฆษณา-ประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รัฐศาสตรบัณฑิต (บริหารรัฐกิจ) คณะรัฐศาสตร์และศิลปศาสตรบัณฑิต (สาขาภาษาอังกฤษ) คณะมนุษยศาสตร์  มหาวิทยาลัยรามคำแหง

        จบปริญญาโท สาขานโยบายและแผนการสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  จากนั้นได้ทุน กพ. ไปศึกษาต่อที่ University of Westminster, London ประเทศอังกฤษ และสำเร็จปริญญาเอกสาขา Communication เป็นปริญญาบัตรที่ 5 ในชีวิตการศึกษา  

          ทำงานอยู่ที่สวนสุนันทาตั้งแต่ปี 2534 โดยโอนย้ายจากกระทรวงอุตสาหกรรมในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จากนั้นก็มาเป็นอาจารย์พิเศษสาขาวิชาเกี่ยวกับมาตรฐานอุตสาหกรรมให้คณะวิทยาการจัดการ ภาคพิเศษ ในสมัยนั้นเรียกว่า การศึกษาบุคลากรประจำการ (กศปก) ซึ่งบางคนเรียกการศึกษาบั้นปลายชีวิต คือ คนที่ทำงานแล้วก็มาเรียน จนกระทั่งปี 2534 ทางมหาวิทยาลัยก็เชิญให้มาเป็นอาจารย์ประจำที่สวนสุนันทา โดยโอนย้ายจากกระทรวงอุตสาหกรรม จนวันนี้ก็ประมาณ 34 ปีก็นานพอสมควร เริ่มต้นเป็นหัวหน้าสาขาวิชาโฆษณา มาเป็นหัวหน้าภาควิชานิเทศศาสตร์ เป็นรองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวิทยาการจัดการ 2 วาระ แล้วก็เป็นคณบดีคณะวิทยาการจัดการ 1 วาระ แล้วก็เป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ อีก 2 วาระ จนหมดวาระแล้วก็ได้มาอยู่เป็นคณบดีวิทยาลัยสหเวชศาสตร์ ตอนนี้ก็เป็นวาระที่ 2

มีคำถามจากคนรอบข้างอยู่เสมอว่าทำไมยังทำงานไม่หยุดหย่อน

เพราะอะไรหรือ คำตอบคือ “เราต้องอยู่เพื่อมีความสุข” และความสุขของเราคืออะไร?
นั่นคือ “การได้ทำสิ่งที่เราชอบและคนรอบข้างมีความสุข”

“มันคือเรื่องจริงผมเหมือนเช่นวันนี้ผมมีความสุขเพราะผมเห็นคนรอบข้างมีความสุข ได้คุยได้เอาเรื่องราวต่างๆ มาเล่าไปเผยแพร่แล้วใครเขาจะชอบไม่ชอบก็แล้วแต่เรามีความรู้ให้เขาได้อ่าน เพราะฉะนั้นหัวใจที่สำคัญที่สุดคือ เลือกสิ่งที่เรารักและเราทำได้ ผมเป็นคนใช้ชีวิตที่คิดว่า พรุ่งนี้จะไม่มีอีกแล้ว Tomorrow never comes เพราะเราไม่รู้พรุ่งนี้จะมีหรือไม่ ผมจึงมีชีวิตอยู่เพื่อวันนี้ เวลานี้ ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วลมหายใจยังมีอยู่ ผมคิดว่า  what a wonderful world มันช่างงดงามนี่คือโลกที่เราต้องมีชีวิตยังมีลมหายใจที่มีความสุข ผมไม่แน่ใจว่าจริงหรือไม่แต่ผมเป็นคนที่มีความสุขถ้าเราทำให้คนเขามีความสุขได้นั่นคือความสุขของเรา ทุกวันนี้ยังทำอยู่ทำมานานแล้วตั้งแต่ไม่มีไลน์ คือ ผมชอบส่งดอกไม้ไปให้ผู้คนมากมายทุกเช้า บางคนก็รำคาญบอกว่าส่งมาทำไม ผมบอก “ไม่เป็นไรถ้ารำคาญท่านบล็อกผมเลย แต่ท่านห้ามผมรัก คิดถึงและห่วงใยท่านไม่ได้เพราะทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาก็นึกถึงท่านห่วงใยท่านรักท่าน”

และนั่นคือความสุขของเรา

“ความสุขของคนที่ชื่อ สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์ ที่พร้อมจะให้ความรักและความสุขกับทุกคน ไม่ได้ดัดจริตแต่มันคือจิตใจและชีวิตของผมครับ”

รศ.ดร.สมเดช รุ่งศรีสวัสดิ์

เรียบเรียงโดย

ณัฐวลัญช์ วังนิล

คำค้นหา:สหเวชศาสตร์, สาธารณะสุข, วิทยาลัย
แชร์เรื่องนี้: