logo
ผศ.กัญภัส อู่ตะเภา
16 กุมภาพันธ์ 2569

ไม่มีคราใดที่เราจะได้อ่านจดหมายของพระมหากษัตริย์ และนึกภาพตามไปด้วยความเพลิดเพลินได้เท่านี้อีก.. กว่า 225 คืนที่พระองค์ทรงไกลจากประเทศไทย เรื่องราวประวัติศาสตร์ของยุโรปที่บันทึกโดยพระเจ้าอยู่หัวของสยาม “ไกลบ้าน”

418 อ่าน
0 แชร์

พระราชนิพนธ์ “ถึงหญิงน้อย” : จดหมายจากการเดินทางไกล

        “ไกลบ้าน” คือพระราชนิพนธ์ประเภทจดหมายเหตุการเดินทาง ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นระหว่างการเสด็จประพาสยุโรป พ.ศ. 2440 (ร.ศ. 116) เนื้อหาทั้งหมดอยู่ในรูปของพระราชหัตถเลขาที่ทรงมีไปถึงสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล (กรมขุนอู่ทองเขตขัติยนารี) โดยในหัวจดหมาย พระองค์ทรงใช้คำเรียกอันอบอุ่นว่า “หญิงน้อย”

        พระราชนิพนธ์ชุดนี้มีทั้งสิ้น 43 ฉบับ เล่าเรื่องราวตั้งแต่การเสด็จออกจากสยาม โดยเรือพระที่นั่งมหาจักรี ผ่านประเทศต่าง ๆ ทั้งทางเรือและทางรถไฟ ได้แก่ สิงคโปร์ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ เบลเยียม เดนมาร์ก และนอร์เวย์ ก่อนจะเสด็จนิวัติประเทศไทย รวมระยะเวลาในการเดินทางทั้งสิ้น 225 คืน

        ตลอดเนื้อหา พระองค์ทรงเล่าเรื่องด้วยภาษาที่เรียบง่าย อ่านเข้าใจง่าย แทรกด้วยการบันทึกวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเทคโนโลยีของโลกตะวันตกในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 จึงนับเป็นงานเขียนที่ทรงคุณค่า ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ ภาษา และวรรณศิลป์ เนื่องจากภาษาที่แปลกไปในยุคนั้นซึ่งมาถึงยุคนี้การเขียนและการสะกดต่าง ออกไป จะสามารถเรียนรู้ได้จากพระราชนิพนธ์ฉบับในนี้ เช่นคำว่า คุรคระไม่เกลี้ยง รถไบสิเกิล อร่อยอิก รสเผ็ด  อาติโจ๊ก ทเลสาบ และคำที่สมัยใหม่ได้เขียนวิธีใหม่อีกมากมายให้ศึกษา

เดนมาร์ก : รถยนต์ เทคโนโลยี และสายพรเนตรของผู้สังเกตโลก ฉบับที่ 26

        หนึ่งในตอนที่สะท้อนพระปรีชาสามารถด้านการสังเกตและเปรียบเทียบ คือพระราชนิพนธ์ฉบับที่ 26 ซึ่งทรงเล่าถึง “รถยนต์” หรือมอเตอร์คาร์ เทคโนโลยีใหม่ในขณะนั้น ว่า “เพราะไม่อนุญาตให้ใช้รถมอเตอร์คาร์เช่นนี้ เจ้านายฤๅผู้ลากมากดี ยังไม่มีใครมี ตั้งแต่เจ้าแผ่นดินเป็นต้นไป รถไบซิเกิลยังใช้มาก กลาดเกลื่อนเหมือนเมืองเรา ที่เมืองอื่น ๆ เช่นอิตาลี แลในเยอรมนีใช้รถมอเตอร์คาร์ได้มากม้าคุ้นเคย ไม่ใคร่จะมีใครตื่นเต้นแต่ถ้าหากว่าไปมีตื่นเต้นขึ้น ไม่ต้องโดนฤๅไม่ต้องเฉียดอันใดเลย สุดแต่ม้าแลเห็นรถเข้าตื่นเป็นอันตรายไป เป็นโทษของมอเตอร์คาร์ ไม่ต้องพิจารณาหาว่าใครเดินถูกเดินผิด ถ้าว่าโดนคนเป็นอันตราย ถูกคนที่มั่งมีไม่ยอมให้ทำขวัญ เป็นต้องรับโทษ ในเมืองลอนดอน เมืองปารีส เต็มไปด้วยมอเตอร์คาร์ มีสารพัดทุกอย่าง เป็นรถจ้างที่จะเรียกเมื่อไรเรียกได้ ทั้งรถมีเก๋งไม่มีเก๋ง รถแคป รถออมนิบัส ไม่เห็นม้าฬาตื่นเต้นอะไรกัน เดินออกเสียดแซงกันไปเต็มทั้งถนน จนไหลเป็นน้ำหาที่ว่างไม่ได้ “พระองค์ทรงอธิบายถึงข้อจำกัดในการใช้รถยนต์ในบางประเทศ เนื่องจากม้ายังไม่คุ้นเคยกับเครื่องจักร ส่งผลให้เกิดอันตรายได้ง่าย แตกต่างจากเมืองใหญ่อย่างลอนดอนหรือปารีส ที่รถยนต์แพร่หลายและการจราจรคึกคักจน “ไหลเป็นน้ำ” ภาพเหล่านี้สะท้อนทั้งพัฒนาการของเทคโนโลยี และระดับความพร้อมของสังคมในแต่ละพื้นที่ ผ่านสายตาของผู้ปกครองประเทศที่อาจกำลังใคร่ครวญการนำสิ่งใหม่มาปรับใช้กับบ้านเมือง

คืนที่ 101 : เมารถไฟกระฉ่อน

        อีกตอนหนึ่งที่ชวนให้ผู้อ่านยิ้มตาม คือบันทึกการเดินทางในคืนที่ 101 ซึ่งพระองค์ทรงเล่าถึงอาการ “เมารถไฟ” หลังการเดินทางยาวนานถึง 16 ชั่วโมง ว่า “เดินทางวันนี้ เป็นระยะเวลาถึง 16 ชั่วโมง แต่ในรถรางเล็กมีที่นอน อย่างพระแท่นทองเหลืองเต็มบริบูรณ์ สำหรับเจ้าแผ่นดินแลพระมเหษี มีที่นอนผ้าห่มเสร็จ จนกระทั่งม่านดำกั้นรอบ พ่อได้นอนสบายดีเหมือนอยู่เรือน เสียแต่รู้สึกกระฉ่อน จนกระทั่งขึ้นมานอนบนโฮเตลแล้ว ตื่นขึ้นทีไรรู้สึกว่ามันกระฉ่อน กระฉ่อน เป็นคนละอย่างกันกับเมาเรือ เมาเรือนั้นรู้สึกโคลงเคลง เมารถไฟเมากระฉ่อน จนตื่นขึ้นแล้วจึงได้หาย”

เป็นภาษาที่เล่าอย่างมีอารมณ์ขัน  แม้คาดว่าพระองค์จะไม่สบายพระวรกายนัก

คืนที่ 46 วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม

         หรือหนึ่งในตอนที่ท่านเสด็จ ริเวียราท่านทรงเล่าได้สนุกสนานว่า “วันนี้ตีนระบมมาก โทษถึงไม่เปลี่ยนเกือกจะเดินไม่ได้ จึงได้คิดจะไปหาเกือก แต่ครั้นจะไปรถมอเตอร์คาร์ก็ใกล้นิดเดียว แลคนมันชินหน้าขี่มอเตอร์คาร์เสียแล้ว จึงคิดจะไปรถม้าให้แปลกเสียสักที ห้ามไม่ให้ใครไปตาม ไปแต่ชายบริพัตรกับชายอุรุพงษ์ ตรงไปร้านเกือกทีเดียว มีแต่เกือกอเมริกันทั้งร้าน เป็นการจำเป็นที่จะต้องใช้ ได้ซื้อสามคู่ แต่ต้องเอาใหญ่คู่หนึ่งเล็กคู่หนึ่งทั้งสองอย่าง เพราะเหตุว่าเวลาตีนเจ็บต้องใส่ใหญ่ ๆ ไปก่อน เมื่อหายเจ็บจึงจะทิ้งใหญ่ใช้เล็ก

บันทึกเดินทางฉบับสุดท้าย ฉบับที่ 43 คืนก่อนกลับถึงไทย

เวลาเมื่อกำลังเขียนอยู่นี้ ชายอุรุพงษ์มาบอกว่าแลเห็นเรือรบของเราแล้ว ใจเต้นปึ้ก ๆ เหลือที่จะเขียนต่อไปอิกได้ เมื่อความใกล้บ้านมาปรากฎแก่ไนยตาเสียแล้ว หนังสือนี้ก็หมดอายุ จึงเป็นการจำเป็นที่จะต้องขอจบในเวลานื้ใจเต้นที่จะได้พบกันเดี๋ยวนี้  หนังสือนี้จากพ่อผู้มีความรักอย่างยิ่ง

ลงท้าย จุฬาลงกรณ์ ป. ร.

เป็นพระราชนิพนธ์คืนที่ 225 ข้อความในพระราชนิพนธ์ลายพระราชหัตถเลขา ลงวันพุธที่ 6 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นฉบับสุดท้าย เพราะท่านนิวัติกลับประเทศไทย

คุณค่าและความหมายของ “ไกลบ้าน”

         จดหมายที่ท่านทรงเพียรบันทึกสิ่งที่ทอดพระเนตรเห็น ในทุก ๆ วัน  ไกลบ้านมีประโยชน์คณานับ ในการนำมาใช้อ้างอิง เพื่อทำเอกสารต่าง ๆ ทั้งบทละคร การสอน และงานวิชาการได้อย่างมีคุณภาพ  และไม่เพียงไกลบ้าน พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 5 (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ประกอบด้วยวรรณกรรมที่มีหลากหลายแนว ทั้ง วรรณคดี เช่น เงาะป่า, นิทราชาคริต, กาพย์เห่เรือพระราชพิธีและตำนาน เช่น พระราชพิธีสิบสองเดือน, พระราชวิจารณ์ สุภาษิตคำสอน เช่น สุภาษิตโสฬสไตรยางค์, โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ, และงานด้านประวัติศาสตร์ แสดงถึงพระปรีชาสามารถรอบด้านและเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญของยุคสมัยอย่างแท้จริง

 

 

อ้างอิง

วชิรณาณ : https://vajirayana.org/

กรมศิลปากร https://www.finearts.go.th/storage/contents/file/l0XGl4u0tY8rWzytlmmudMt5yzRDpTihJaolLkFx.pdf

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผศ.กัญภัส อู่ตะเภา

ผู้เขียนบทความ

ผศ.กัญภัส อู่ตะเภา

คำค้นหา:ไกลบ้าน, หญิงน้อย, พระราชนิพนธ์
แชร์เรื่องนี้: