logo
ผศ.ดร.กรกมล ชูช่วย
23 กุมภาพันธ์ 2569

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรกมล ชูช่วย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เลิกนั่งฟัง เริ่มลงมือทำ ถึงเวลาเปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นเส้นทางสู่มืออาชีพ

3230 อ่าน
7 แชร์

การจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันกำลังเผชิญความท้าทายจากเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด และสังคมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ปริญญาบัตรใบเดียวอาจไม่ใช่ “ตั๋วผ่านทาง” ที่การันตีการได้งานเหมือนเดิม หลักสูตรระดับมหาวิทยาลัยจึงต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อผลิต “บัณฑิตพันธุ์ใหม่” ที่พร้อมทำงานในโลกซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI และเศรษฐกิจที่ผันผวน

          รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบดั้งเดิมที่เน้นการถ่ายทอดเนื้อหาทางเดียว (One-way Communication) ไม่ตอบโจทย์สังคมและตลาดแรงงานที่ต้องการ “นวัตกร” และผู้ที่แก้ปัญหาซับซ้อนได้จริง การพลิกโฉมห้องเรียนจาก “ห้องบรรยาย” สู่ “Learning Studio” หรือพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ จึงเป็นทิศทางสำคัญที่มุ่งสร้างประสบการณ์จริงและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

เปลี่ยนบทบาทผู้สอนจากเก่งแต่บรรยาย สู่ การเป็นโค้ชมืออาชีพ

        หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านนี้ คือ การปรับบทบาทผู้สอนจาก “ผู้เชี่ยวชาญบนเวที” (Sage on the Stage) มาเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” (Guide on the Side) หรือโค้ชที่ทำหน้าที่จุดประกายความคิด และชี้แนะเชิงกลยุทธ์

        ขณะเดียวกัน ผู้เรียนต้องถูกยกระดับจากการเป็น “ผู้รับข้อมูล” (Passive Learner) สู่ “ผู้ร่วมสร้างความรู้” (Active/Co-creator) ไม่ใช่เพียงนั่งฟัง แต่เป็นเจ้าของการเรียนรู้ของตนเอง (Ownership in Learning) อย่างแท้จริง เมื่อผู้เรียนรู้สึกว่าตนมีส่วนกำหนดทิศทางและมีส่วนได้ส่วนเสียในผลลัพธ์ แรงจูงใจภายในจะเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อน “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning) เพราะความรู้ในยุคนี้หมดอายุเร็วและต้องเติมอยู่เสมอ

SSRU Flip & Flow Learning เมื่อความรู้ต้องไหลไปสู่การลงมือทำ

        แนวทาง SSRU Flip & Flow Learning คือการออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ให้ต่อเนื่องจากองค์ความรู้สู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มต้นที่ Flip Stage คืนเวลาในชั้นเรียนให้เกิดการคิดและการลงมือทำ ผู้เรียนศึกษาพื้นฐานด้วยตนเองล่วงหน้า ผ่านสื่อดิจิทัลหรือแหล่งเรียนรู้ก่อนเข้าเรียน เพื่อคืนเวลาอันมีค่าในชั้นเรียน และใช้เวลานั้นไปกับการทำกิจกรรมที่ลึกและท้าทายมากขึ้น

        Flow Stage ห้องเรียนคือพื้นที่ปฏิบัติการเต็มรูปแบบ ผู้เรียนเมื่อศึกษาพื้นฐานมาล่วงหน้าแล้วในขั้น Flip Stage ในห้องเรียนจะเกิดความลื่นไหลในการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำมากขึ้น เนื่องจากมีการเตรียมความพร้อมมาก่อนล่วงหน้า เมื่อเข้าสู่ชั้นเรียน ห้องเรียนต้องกลายเป็นพื้นที่ของการลงมือทำจริง การทำงานร่วมกัน การทดลอง การสร้างชิ้นงาน และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

          Flip & Flow Learning นโยบายวิชาการสวนสุนันทา จากการจัดการเรียนการสอนสู่การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ Learning Experience

         การขับเคลื่อน SSRU Flip & Flow Learning ไม่ได้เป็นเพียงการปรับวิธีในชั้นเรียน แต่เป็น “กลไกเชิงนโยบาย” ที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยในภาพรวม โดยมหาวิทยาลัยกำลังปรับกรอบคิดจากการเน้น “การจัดการเรียนการสอน” ไปสู่การมุ่งเน้น “การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้” (Learning Experience) อย่างเป็นระบบ

        แนวคิดนี้สะท้อนว่า มหาวิทยาลัยไม่ได้วัดความสำเร็จจากการถ่ายทอดเนื้อหาให้ครบตามแผนเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของประสบการณ์” ที่ผู้เรียนได้รับจริงตลอดเส้นทางการเรียนรู้ ตั้งแต่ก่อนเรียน ระหว่างเรียน ไปจนถึงหลังเรียนและการนำไปใช้ในโลกจริง ซึ่ง Flip Stage ทำหน้าที่วางฐานความรู้ล่วงหน้าและคืนเวลาให้การคิดระดับสูง ขณะที่ Flow Stage ทำหน้าที่ออกแบบสภาพแวดล้อมให้ผู้เรียนได้ลงมือทำจริง สร้างชิ้นงานจริง และเกิดสมรรถนะที่พิสูจน์ได้

          ยิ่งไปกว่านั้น การยกระดับสู่การออกแบบ Learning Experience ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรองรับการพัฒนาให้สอดคล้องกับบทบาทและความคาดหวังของการเป็น “มหาวิทยาลัยกลุ่ม 5” ที่ต้องผลิตกำลังคนพร้อมปฏิบัติจริง เชื่อมโยงเครือข่ายภาคี และสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ด้วยเหตุนี้ Flip & Flow Learning จึงเป็น “เครื่องยนต์เชิงระบบ” ที่ทำให้นโยบายเกิดผลจริงในระดับห้องเรียนและระดับผู้เรียน ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงประกาศ

เปลี่ยนการวัดผล จาก “สอบ” สู่ “สะท้อนคิด พัฒนา สร้างแรงบันดาลใจ”

        เมื่อกระบวนการเรียนรู้เปลี่ยน การวัดและประเมินผลย่อมต้องเปลี่ยนตาม การตัดสินผู้เรียนด้วยการสอบเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงได้

        การประเมินในยุคใหม่ควรเป็น Progressive Assessment ที่เน้นพัฒนาการจากชิ้นงาน และความต่อเนื่องของกระบวนการคิด หัวใจสำคัญคือ Feedback ข้อมูลย้อนกลับที่พาผู้เรียนก้าวหน้า และ Reflection การสะท้อนคิดอย่างสร้างสรรค์ การประเมินไม่ใช่ “จับผิดเพื่อตัดเกรด” แต่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ และชี้ให้เห็นจุดที่พัฒนาได้ต่อ ห้องเรียนจึงต้องเป็น Safe Space ที่อนุญาตให้ผู้เรียนได้ ลองล้มลองทำ” เรียนรู้จากความผิดพลาด ถกเถียงด้วยเหตุผล และร่วมสร้างองค์ความรู้ใหม่ในฐานะ Co-creator

การปฏิรูปไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดของอุดมศึกษา

        การยกระดับสู่รูปแบบ Learning Studio และการขับเคลื่อนด้วย SSRU Flip & Flow Learning คือกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพผู้เรียนให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 การเปลี่ยนบทบาทผู้สอน การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง และการวัดผลที่เน้นพัฒนาการ ทั้ง 3 องค์ประกอบต้องเดินไปพร้อมกัน

        พื้นที่การเรียนรู้ใหม่จะเป็น “Sandbox” หรือกระบะทรายทางความคิด ที่หลอมรวมความรู้ จินตนาการ และการลงมือทำเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างบัณฑิตที่ไม่ได้เก่งแค่ทฤษฎี แต่เป็น “นวัตกร” ที่พร้อมรับมือความท้าทาย และเติบโตด้วยตนเองได้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืนและสง่างาม

  • มหาวิทยาลัยยุคใหม่ ไม่ได้แข่งกันที่ สอนอะไร?
  • แต่แข่งกันที่ ผู้เรียนได้ประสบการณ์อะไร? และ ทำได้จริงแค่ไหน?

 

ผศ.ดร.กรกมล ชูช่วย

เรียบเรียงโดย

ณัฐวลัญช์ วังนิล

คำค้นหา:การศึกษา, บัณฑิตพันธุ์ใหม่, วิชาการ
แชร์เรื่องนี้: