logo
ดร.สมทบ แก้วเชื้อ
23 กุมภาพันธ์ 2569

การมองสังคมผ่านจอกับการรับรู้ในยุคดิจิทัล

481 อ่าน
2 แชร์

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ได้แปรสภาพอุปกรณ์สื่อสารให้เป็น "เลนส์หลัก" ผ่านอุปกรณ์จำพวก สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรือโทรทัศน์ ที่ผู้คนใช้ส่องมองและรับรู้ความเป็นไปของสังคมในวงกว้าง การดำเนินชีวิตประจำวัน การรับข้อมูลข่าวสาร หรือแม้แต่การสร้างความสัมพันธ์ ล้วนเกิดขึ้นและถูกกรองผ่านหน้าจอภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ

        การมองสังคมผ่านจอนี้จึงเป็นปรากฏการณ์ที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งในด้านโอกาสในการเข้าถึงความรู้และด้านความท้าทายต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ทางสังคม

        แนวคิดทางสังคมวิทยาอธิบายบทบาทของสื่อว่ามีสองด้านหลัก ด้านแรกคือ "ภาพสะท้อนสังคม" (Reflectionism) หมายถึงการที่สื่อ (เช่น ภาพยนตร์หรือข่าวที่ฉายผ่านจอ) ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนความเป็นจริงและปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้และตระหนักถึงประเด็นต่างๆ มายาวนาน แต่ในยุคโซเชียลมีเดียเข้ามาเพิ่มบทบาทของจอภาพ และนำไปสู่ด้านที่สอง นั่นคือ "การประกอบสร้างความเป็นจริง" (Constructionism) ผู้ใช้งานทุกคนต่างทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตเนื้อหา โดยมักจะนำเสนอเพียงด้านที่ถูกคัดสรร (Curated Content) ไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่ดูดี ความสำเร็จ หรือความสุขที่ถูกปรุงแต่งขึ้น ทำให้ผู้เสพสื่อจำนวนมากรับรู้ภาพสังคมที่สมบูรณ์หรือเป็นเพียงภาพอุดมคติ

        ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการเกิด "การเปรียบเทียบทางสังคม" ที่ผู้คนรู้สึกด้อยค่าเมื่อเปรียบเทียบชีวิตจริงของตนเองกับ "โลกออนไลน์ที่สมบูรณ์แบบ" ของผู้อื่น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นใจในตนเองและสุขภาพจิต จนกลายเป็นดาบสองคมของชีวิต มีผลต่อความสัมพันธ์และช่องว่างทางสังคมทำให้การมองสังคมผ่านจอที่มากเกินไปและขาดการบริหารจัดการ ได้นำมาซึ่งผลกระทบที่ซับซ้อนต่อโครงสร้างและความสัมพันธ์ทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นการลดลงของปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริง ผู้คนต่างใช้เวลากับหน้าจอมากเกินไปจนถึงขั้นที่เรียกว่า "การเสพติดโซเชียลมีเดีย" (Social Addiction) ทำให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างในชีวิตจริงลดลง ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดอาจล้มเหลว หรือเกิดอาการหงุดหงิดกระวนกระวายเมื่อไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์

        เป็นการทำลาย "ทักษะการเข้าสังคม" พื้นฐานและเกิดการขยายช่องว่างทางสังคมเนื่องจากสังคมจอภาพในยุคดิจิทัลได้ตอกย้ำปัญหา ที่เรียกว่า "ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล" (Digital Divide)

        ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดเจนในช่วงวิกฤตที่ต้องมีการเรียนการทำงานออนไลน์ การเข้าถึงเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตที่แตกต่างกันทำให้ช่องว่างทางการศึกษาและโอกาสทางสังคมขยายตัวกว้างขึ้น นอกจากนี้ ความเหลื่อมล้ำในการรู้เท่าทันสื่อ ยังทำให้คนบางกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกครอบงำ หรือตกเป็นเหยื่อของการรับข้อมูลเท็จ การตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์ได้ง่ายกว่า

          ดังนั้นการที่เราดำรงชีวิตในยุคดิจิทัล สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการพัฒนาทักษะการอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งสำคัญ

        การจะใช้ชีวิตในสังคมดิจิทัลได้อย่างสร้างสรรค์ต้องอาศัยการสร้างอัตลักษณ์ดิจิทัลที่ดี (Digital Citizen Identity) รักษาสมดุลของตัวตนทั้งในโลกออนไลน์และโลกความเป็นจริงอย่างมีมารยาททางสังคมทั้งสองมิติรวมทั้งให้การเคารพผู้อื่น

         อีกด้านควรมีความรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) ซึ่งเป็นทักษะที่ใช้ในการแยกแยะข้อมูลจริงเท็จผ่านจอภาพ อย่างที่ผู้ใช้ทุกคนได้เห็นเนื้อหาต่างๆผ่านจอภาพเป็นการมองโลกใบนี้ได้กว้างขึ้นแสดงให้เห็นพลังในการเชื่อมต่อโลกเข้าด้วยกัน และมอบความท้าทายในการแยกแยะระหว่างภาพลวงกับความเป็นจริงของสังคม

เราไม่สามารถออกห่างจากสิ่งนี้ได้แต่นั่นคือความท้าทายที่เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่และใช้เทคโนโลยีนี้อย่างมีคุณค่า

ดร.สมทบ แก้วเชื้อ

ผู้เขียนบทความ

ดร.สมทบ แก้วเชื้อ

คำค้นหา:สังคม, โซเชียล, ยุคดิจิทัล
แชร์เรื่องนี้: