ในบริบทการแข่งขันทางเศรษฐกิจยุคใหม่ ความได้เปรียบไม่ได้เกิดจากคุณภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากประสิทธิภาพของ “ระบบ” ที่อยู่เบื้องหลังการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการเชื่อมโยงตลาด ดังนั้นโลจิสติกส์และซัพพลายเชนจึงมีบทบาทในฐานะโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ของความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ
แนวคิดดังกล่าวเป็นกรอบการทำงานของ ดร.วราห์ สารอินมูล (Dr. Vara Sarainmoon) นักวิจัยด้านการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ซึ่งในปีแรกของการกลับมาปฏิบัติงานหลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก Aix-Marseille Université ประเทศฝรั่งเศส ได้รับการสนับสนุนโครงการวิจัยจากหน่วยงานระดับชาติ ได้แก่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน (บพข.) รวม 3 โครงการ รวมงบประมาณทั้งหมด 31.6 ล้านบาท
ทั้งสามโครงการมีจุดร่วมสำคัญ คือการออกแบบระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนเพื่อยกระดับมูลค่าเศรษฐกิจของสินค้าเกษตรและภาคบริการของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
- โครงการที่ 1 เพิ่มมูลค่ากล้วยไม้ไทยผ่านระบบโลจิสติกส์แบบควบคุมอุณหภูมิและบรรจุภัณฑ์นวัตกรรม
โครงการแรกมุ่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิและบรรจุภัณฑ์เชิงนวัตกรรมสำหรับกล้วยไม้ส่งออก โดยเฉพาะตลาดพรีเมียม เช่น ประเทศญี่ปุ่น เป้าหมายคือการลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว เพิ่มคุณภาพสินค้า และสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้แก่ผู้ผลิตและผู้ส่งออก
การดำเนินงานครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเน้นการออกแบบระบบที่เชื่อมโยงกระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การขนส่ง และการส่งมอบ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมกล้วยไม้ไทย
- โครงการที่ 2 พัฒนาระบบโลจิสติกส์แบบควบคุมอุณหภูมิและการตรวจสอบย้อนกลับสำหรับทุเรียนไทย
โครงการที่สองมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มโลจิสติกส์แบบควบคุมอุณหภูมิและระบบติดตามย้อนกลับแบบดิจิทัลสำหรับทุเรียนไทย ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรยุทธศาสตร์ของประเทศ
เป้าหมายสำคัญคือการควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่งให้ได้ตามมาตรฐานไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของระยะเวลาขนส่ง ลดความสูญเสีย และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับอุตสาหกรรม ระบบดังกล่าวได้รับการออกแบบให้สามารถติดตั้งใช้งานจริงในพื้นที่นำร่อง พร้อมประเมินผลด้านต้นทุนและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ
แนวทางนี้สะท้อนบทบาทของงานวิจัยที่เชื่อมโยงองค์ความรู้กับการประยุกต์ใช้จริง และมุ่งสู่การขยายผลในระดับอุตสาหกรรม
- โครงการที่ 3 การพัฒนาระบบโลจิสติกส์เชิงพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
โครงการที่สามขยายแนวคิดโลจิสติกส์สู่ภาคบริการ ผ่านการพัฒนาระบบบริหารจัดการการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ เชื่อมโยงข้อมูลนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ เส้นทาง และกิจกรรมในพื้นที่
ระบบดังกล่าวทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนการวางแผนเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ รวมถึงส่งเสริมแนวทางการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ โดยมีการทดลองใช้งานในรูปแบบ Sandbox และ Living Lab เพื่อประเมินประสิทธิผลเชิงปฏิบัติ
งานวิจัยในฐานะการออกแบบโครงสร้างความสามารถในการแข่งขัน
ประสบการณ์จากการศึกษาในยุโรปทำให้ ดร.วราห์ สารอินมูล มองซัพพลายเชนในฐานะ “โครงสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” ไม่ใช่เพียงกระบวนการปฏิบัติการเชิงเทคนิคเท่านั้น การคิดเชิงระบบ การบูรณาการข้อมูล และการเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรมจึงเป็นแนวทางหลักของการดำเนินโครงการ
ทั้งสามโครงการสะท้อนแนวคิดการยกระดับทั้งห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด และชี้ให้เห็นบทบาทของมหาวิทยาลัยในฐานะกลไกสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แรงบันดาลใจให้กับนักวิจัยรุ่นใหม่
ความจริงแล้ว ดิฉันเองก็ยังถือว่าเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ เพราะโครงการวิจัยทั้งสามโครงการนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ดิฉันเพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากประเทศฝรั่งเศส และกลับมาปฏิบัติงานในประเทศไทยได้เพียงปีแรกเท่านั้น
สิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดโครงการวิจัยทั้งสามโครงการนี้ คือ ความเชี่ยวชาญด้านการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 10 ปี
ในฐานะอาจารย์ด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ดิฉันจึงตั้งคำถามอยู่เสมอว่า
เราจะนำองค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์มาช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างไร?
จากคำถามนี้ จึงนำไปสู่การพัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับระบบห่วงโซ่เย็นสำหรับสินค้าเกษตร การพัฒนาระบบติดตามย้อนกลับ และการออกแบบระบบโลจิสติกส์สำหรับการท่องเที่ยว ดังนั้นสิ่งที่อยากฝากถึงนักวิจัยรุ่นใหม่คือ “ก้าวแรกสำคัญที่สุด เริ่มจากจุดที่เราอยู่ และพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง” เพราะงานวิจัยที่มีคุณค่าหลายครั้งไม่ได้เริ่มจากโครงการที่ใหญ่ที่สุด แต่เริ่มจาก คำถามเล็ก ๆ ที่เกิดจากความรู้และประสบการณ์ที่เรามีอยู่
และสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักวิจัยรุ่นใหม่ คือ “อย่ารอให้พร้อมที่สุด จงเริ่มจากจุดที่คุณยืนอยู่”

