สวนสุนันทาเมื่อวันวาน

ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|13 เม.ย. 2569
พิสมัยพิมลสัตย์
ตึก 22 ตึกนี้ตั้งตามแนวกำแพงด้านตะวันตก ถัดไปจากตึก 21 (จุฑารัตนาภรณ์) เดิมเป็นตำหนักที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพิสมัยพิมลสัตย์ พระราชธิดาองค์ที่ 37 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาเรือน ประสูติเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2424 สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2479 สิริพระชันษา 55 พรรษา
268 อ่าน
1 แชร์

ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|6 เม.ย. 2569
จุฑารัตนาภรณ์
ตึก 21 ตึกนี้ตั้งตามแนวกำแพงด้านตะวันตกตอนใกล้มุมบรรจบกำแพงด้านเหนือ เดิมเป็นตำหนักที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุฑารัตนราชกุมารี พระราชธิดาองค์ที่ 7 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดามรกฏ ประสูติเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2415 สิ้นพระชนม์ที่ตึก 21 นี้ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2473 สิริพระชันษา 58 พรรษา
887 อ่าน
7 แชร์

ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|30 มี.ค. 2569
อาทรทิพยนิวาสน์
ตึก 20 ตึกนี้เป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภา พระราชธิดาองค์ที่ 61 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมมารดาชุ่ม ธิดาพระมงคลรัตนราชมนตรี (ช่วง ไกรฤกษ์) ประสูติในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2432 ประทับอยู่ในตำหนักนี้จนถึงช่วง การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ. 2475 จึงได้เสด็จออกจากสวนสุนันทาไปประทับ ณ วังสวนนอก ถนนราชวิถี เชิงสะพานกรุงธนบุรี และสิ้นพระชนม์ที่วังนั้น เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2501 พระชนมายุได้ 69 ปี
255 อ่าน
1 แชร์

ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|23 มี.ค. 2569
เอื้อนอาชว์ แถมถวัลย์
ตึก 19 เดิมเป็นที่พำนักของเจ้าจอมเอื้อนและเจ้าจอมแถม ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เจ้าจอมเอื้อน เป็นธิดาคนสุดท้องของเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) กับท่านผู้หญิงอู่ (สกุลเดิม วงศาโรจน์) เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2430 ที่จังหวัดเพชรบุรี มีพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน 14 คน จากทั้งหมด 62 คน ต่อมาได้ถวายตัวเป็นพระสนมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นลำดับสุดท้ายในจำนวนพี่น้องท้องเดียวกัน คือ เจ้าจอมมารดาอ่อน เจ้าจอมเอี่ยม เจ้าจอมเอิบ เจ้าจอมอาบ และเจ้าจอมเอื้อน หรือที่เรียกกันในหมู่ชาววังว่า "เจ้าจอมก๊กออ" ที่พำนักอยู่ในสวนสุนันทา เจ้าจอมเอื้อน ถึงแก่อนิจกรรมที่เรือนในสวนสุนันทา เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2470 สิริอายุ 41 ปี
1390 อ่าน
4 แชร์

ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|16 มี.ค. 2569
สุวพักตร์นิเวศน์
ตึก 6 เป็นตำหนักที่มีขนาดใหญ่ในสวนสุนันทา เดิมเป็นที่ประทับของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุวพักตร์วิไลยพรรณ พระราชธิดาพระองค์ที่ 10 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และที่ 2 ในเจ้าคุณพระประยูรวงศ์ (เจ้าคุณจอมมารดาแพ บุนนาค) ประสูติเมื่อ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2416 สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ 7 ณ ตำหนักในสวนสุนันทา พระราชวังดุสิต เมื่อวันพุธ เดือน 9 ขึ้น 5 ค่ำ ปีมะเมีย โทศก จุลศักราช 1292 ตรงกับวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2473 สิริพระชันษา 57 พรรษา ตึกนี้เป็นตึกที่มีขนาดใหญ่ เป็นตึกก่ออิฐถือปูน มีจำนวน 2 ชั้น มีมุขอาคารยื่นออกมาบริเวณกึ่งกลางของตึก มุขชั้นล่างเป็นระเบียงกว้าง และเป็นทางขึ้นไปยังชั้น 2 ส่วนมุขชั้น 2 มีห้องที่สร้างขึ้นบนมุข และมีระเบียงสามารถเดินออกมาได้
429 อ่าน
3 แชร์
.jpg)
ผศ. วีระ โชติธรรมาภรณ์|9 มี.ค. 2569
สิบสามตำหนักในสวนสุนันทา
ตำหนักต่าง ๆ ในพื้นที่สวนป่าสวนสุนันทา มีทั้งสิ้น 32 ตำหนัก ซึ่งเดิมเป็นที่ประทับและที่พำนักของราชสำนักฝ่ายใน ไม่มีการตั้งชื่อตำหนักไว้ ภายหลังใช้เรียกเป็นหมายเลขตึกแทนคำว่า “ตำหนัก” ตึกเหล่านี้กระจายอยู่ตามพื้นที่ทั้งหมด 122 ไร่ ซึ่งตามหลักฐานที่ค้นพบในส่วนของโรงเรียนสุนันทาวิทยาลัย จะมีตึกรวม 13 หลัง ซึ่งได้แก่ ตึก 6 (ที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุวพักตร์วิไลยพรรณ) ตึก 17 (ที่ประทับพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอดิศัยสุริยาภา และเจ้าจอมมารดาอ่อน) ตึก 18 (ที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอรประพันธ์รำไพ) ตึก 19 (ที่พำนักเจ้าจอมเอื้อน) ตึก 20 (ที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงอาทรทิพยนิภา) ตึก 21
741 อ่าน
2 แชร์

ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|2 มี.ค. 2569
เมื่อสวนสุนันทาถูกแบ่งออก
อาณาเขตของสวนสุนันทาในอดีตนั้น ด้านทิศเหนือ จดถนนซางฮี้ (ถนนราชวิถี) ทิศตะวันออก จดถนนดวงดาว (ถนนนครราชสีมา) ทิศตะวันตก จดถนนสามเสน ทิศใต้ จดถนนใบพร (ถนนอู่ทองนอก) มีพื้นที่ทั้งหมด 122 ไร่ เป็นพื้นที่ 4 เหลี่ยม กว้าง 8 เส้น (320 เมตร) ยาว 13 เส้น (520 เมตร) พื้นที่ดังกล่าวมีรั้วกำแพงอิฐขนาดใหญ่ก่อแบบก่ออิฐถือปูนสีแดงล้อมรอบทุกด้าน และมีเสาเป็นระยะ ๆ ห่างช่วงละประมาณ 2.5 เมตร ซึ่งประดับด้วยปูนปั้นรูปดอกไม้ดอกเดียวบริเวณด้านหน้าส่วนบนของทุกเสา กำแพงมีความสูงประมาณ 3.5 เมตร เป็นที่มาของคำว่า “กำแพงแดง” หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พื้นที่ดังกล่าวถูกทิ้งร้างไว้ จวบจน พ.ศ. 2480
340 อ่าน
5 แชร์
.jpg)
ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|23 ก.พ. 2569
จากเทพธิดาสู่ตราพระราชลัญจกร
โรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย เปิดการเรียนการสอนเมื่อ 17 พฤษภาคม 2480 มีเครื่องหมายของโรงเรียนเป็นรูปเทพธิดายืนประณมมือบนก้อนเมฆ ซึ่งใช้ตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงปี พ.ศ. 2508 หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมจึงเป็นรูปเทพธิดา มีความหมายอย่างไร ซึ่งหาคำตอบไม่ได้ ไม่มีบันทึกใด ๆ ได้แต่สันนิษฐานว่าเทพธิดาเป็นสัญลักษณ์แทนสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งเสด็จทิวงคตสู่สวรรคาลัย เครื่องหมายนี้ใช้อยู่บนเสื้อและหัวเข็มขัดของนักเรียน
199 อ่าน
1 แชร์

ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|16 ก.พ. 2569
จากถ้ำถึงหลุมหลบภัย
เขาดินที่เป็นที่ตั้งพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯในสวนสุนันทา หรือเนินพระนาง มิใช่เพียงดินที่กองจากการขุดคูคลองเท่านั้น ได้มีการสร้างถ้ำ (อุโมงค์) ไว้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างทัศนียภาพของสวนป่า ทางเข้าออกมีลักษณะเป็นทรงโค้ง พื้นในถ้ำเสมอกับพื้นด้านนอก หลังคาเป็นทรงโค้งทำด้วยคอนกรีต ถ้ำนี้สามารถเดินทะลุไปมาได้ ซึ่งมีความกว้างภายในประมาณ 3.5-4 เมตร ความสูงประมาณ 2.5-3 เมตร ความยาวของถ้ำจากทางเข้าออกบริเวณลานหอพระถึงทางเข้าออกด้านรั้วกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยาวประมาณ 50 เมตร ปัจจุบันเราไม่เรียกว่า ถ้ำ เราเรียกว่า อุโมงค์
471 อ่าน
6 แชร์
