สวนสุนันทาเมื่อวันวาน

ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|6 ก.ค. 2569
พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ประดิษฐาน ณ “เนินสมเด็จ” ภายในวิทยาลัยครูสวนสุนันทา (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา) โดยได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ สวนสุนันทา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2515 การจัดสร้างพระราชานุสาวรีย์แห่งนี้ มีบันทึกปรากฏอยู่ในหนังสือที่ระลึก เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดพระราชานุสาวรีย์ ณ วิทยาลัยครูสวนสุนันทา เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2515 เวลา 16.00 น. โดยคุณหญิงกรองแก้ว ปทุมานนท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยครูสวนสุนันทาในขณะนั้น ได้เรียบเรียงประวัติการจัดสร้างไว้โดยสังเขป
192 อ่าน
0 แชร์

ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|29 มิ.ย. 2569
มาลินีนพดารา
ตึก 28 ตึกหลังนี้เป็นตึกที่อยู่ถัดไปทางทิศตะวันออกของตึกสายสุทธานภดล ซึ่งเป็นตึกประธานของสวนสุนันทา เดิมเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ามาลินีนพดารา ศิรินิภาพรรณวดี (พระองค์เจ้าหญิงมาลินีนพดารา) เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ 49 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ประสูติเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2428 เมื่อ พ.ศ. 2439
253 อ่าน
2 แชร์

ผศ.วีระ โชติธรรมาภรณ์|22 มิ.ย. 2569
สายสุทธานภดล
ตึก 27 ตึกหลังนี้เป็นตึกขนาดใหญ่ลักษณะเหมือนตึกแฝด มีมุขทางเข้าด้านหน้าตำหนัก 2 มุข กล่าวได้ว่าเป็นตึกประธานของสวนสุนันทา ฝั่งตะวันออกของตึกเป็นที่ประทับของพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏปิยมหาราชปดิวรัดา พระอัครชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว กับเจ้าจอมมารดาเอมน้อย) มีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูมินทรภักดี ต้นสกุลลดาวัลย์ ณ อยุธยา เป็นพระบิดา และเจ้าจอมมารดาจีนเป็นหม่อมมารดา พระนามเดิมคือ หม่อมเจ้าสาย ลดาวัลย์ ประสูติเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2406 สิ้นพระชนม์ ณ ตำหนักที่ประทับ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2472 สิริพระชนมายุได้ 66 พรรษา
177 อ่าน
5 แชร์

รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง|15 มิ.ย. 2569
เพลงประจำสถาบัน (2)
บรรยากาศทางสังคมและวัฒนธรรมของนิสิต นักศึกษา หรือแม้กระทั่งนักเรียนในประเทศไทย ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2500 จนถึงปี พ.ศ. 2511 อยู่ในช่วงเวลาที่เรียกว่า ยุคสายลม แสนแดด (The Age of Wind and Sunshine) ซึ่งเป็นช่วงที่เสรีภาพทางการเมืองถูกจำกัดอย่างเข้มงวด เมื่อการเมืองถูกปิดกั้น พลังของคนหนุ่มสาวจึงถูกถ่ายเทไปยังเรื่องอื่น เช่น ความรื่นเริง ที่มุ่งเน้นกิจกรรมนันทนาการ อย่างงานลีลาศ การประกวดสาวงาม และการแข่งขันกีฬาประเพณี ในส่วนของวิถีชีวิต และแฟชั่นของวัยรุ่น ก็ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอเมริกันอย่างมาก นักศึกษามักถูกมองว่าเป็นอภิสิทธิ์ชน
362 อ่าน
0 แชร์
.jpg)
รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง|8 มิ.ย. 2569
เพลงประจำสถาบัน (1)
เพลงประจำสถาบันการศึกษา อาจถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของการยึดเหนี่ยวจิตใจของนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนครูอาจารย์และบุคลากรในสถาบันนั้น ๆ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีรากฐานดั้งเดิมมาจากการเป็นโรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัย ซึ่งก่อร่างสร้างตัวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 แต่ในระยะนั้นไม่ปรากฏว่า มีเพลงประจำโรงเรียนแต่อย่างใด อาจจะเป็นเพราะในระยะนั้นเป็นช่วงเวลาของการวางรากฐาน พอเริ่มจะเข้าที่ก็ประสบภัยจากสงครามมหาเอเชียบูรพา ต้องระหกระเหินย้ายสถานที่ไปเปิดการเรียนการสอนที่โน่นที่นี่อยู่ตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2485 - 2489 และต้องกลับมาบูรณะอาคารสถานที่อยู่อีกเกือบสองปี โรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัยจึงกลับคืนสู่สภาพเดิมในต้นปี พ.ศ. 2491
361 อ่าน
1 แชร์

รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง|1 มิ.ย. 2569
ตำหนักฝ่ายใน : มรดกสวนสุนันทา สู่รากฐานต้นทุนทางวัฒนธรรม
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินกลับจากยุโรปครั้งที่สอง เมื่อปี พ.ศ.2450 ได้มีพระราชดำริให้ขยายเขตพระราชฐานออกไปยัง “ข้างหลัง” ที่ประทับ คือพระที่นั่งอัมพรสถาน โปรดเกล้าฯ ให้ขยายขอบเขตออกไปในที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 122 ไร่เศษ ทิศเหนือจดถนนซังฮี้ (ราชวิถี) ทิศใต้จดถนนใบพร (อู่ทองนอก) ทิศตะวันออกจดถนนดวงดาว (นครราชสีมา) ทิศตะวันตกจดถนนสามเสน เขียนแบบและกำหนดภูมิทัศน์ให้คล้ายกับพระราชวังเบิร์นสตอฟ ของประเทศเดนมาร์ก และมีลักษณะเป็นสวนป่า มีโขดเขาคูคลอง เหมือนที่วิลลาโนเบล เมืองซานเรโม ประเทศอิตาลี ตั้งพระทัยที่จะให้เป็นสถานที่สำหรับเสด็จประพาสส่วนพระองค์เพื่อสำราญพระราชหฤทัย ปรากฏชื่อสถานที่ว่า “สวนสุนันทา”
195 อ่าน
0 แชร์

รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง|25 พ.ค. 2569
อุโมงค์โบราณในสวนสุนันทา
สวนสุนันทา เป็นเขตพระราชฐานส่วนหนึ่งของพระราชวังดุสิต เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประพาสยุโรปครั้งหลังในปีพ.ศ. 2450 ได้ทอดพระเนตรเห็นสวนของพระราชวงศ์ยุโรปหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ วิลลา โนเบล ซันเรโม ประเทศอิตาลี ทรงพอพระราชหฤทัยมาก จึงทรงเกิดความคิดในการสร้างสวนป่าสำหรับประพาสเป็นการส่วนพระองค์เช่นนั้นบ้าง เมื่อเสด็จนิวัติพระนครในปีพ.ศ. 2451 ได้ทรงจัดวางแบบการสร้างสวนสุนันทาให้เป็นสวนป่าทันที ทรงกำหนดให้สร้างประตูจากถนนบ๊วยในพระราชวังดุสิต ไปสู่สวนสุนันทา เรียกว่าประตูสี่แซ่ หรือประตูสุนันทาทวาร ทรงออกแบบ ตกแต่งพื้นที่เป็นโขดเขาคูคลอง มีสวนดอกไม้ และตำหนักเรียงรายอยู่ทั่วไป โปรดให้ขุดคู คลอง และสระน้ำใหญ่ในสวนสุนันทา และขุดคลองในบริเวณพระราชวังดุสิต พระราชทานชื่อว่าคลองเม่งเส็ง ดินที่ได้จากการขุดคูคลองและสระน้ำในครั้งนั้นได้นำมาตกแต่งเป็นเนินเขาใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ ในปัจจุบัน
211 อ่าน
0 แชร์

รวีโรจน์ สิงห์ลำพอง|18 พ.ค. 2569
สวนสุนันทาในพระราชดำริรัชกาลที่ 5
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป.. ครั้งแรกที่เสด็จไปในปี พ.ศ. 2440 นั้น ทรงพระราชปรารภว่า ที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน และพระราชวงศ์ในยุโรปนั้น สวยงามสะดวกสบาย มีความเป็นส่วนตัวและอยู่กับธรรมชาติ มีลักษณะเป็นที่ประทับที่แวดล้อมด้วยสวนอุทยาน เมื่อเสด็จนิวัติพระนครในปีถัดมา ได้ทรงพิจารณาในเรื่องที่ประทับอย่างจริงจัง ทรงพบว่า "พระบรมมหาราชวังไม่เป็นที่ทรงพระสำราญอีกต่อไป" เพราะสร้างต่อเติมกันมาตั้งแต่ครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระที่นั่งที่ประทับ และตำหนักเจ้านายฝ่ายใน สร้างบดบังกันไปมา คับแคบและแออัด อากาศผ่านไม่สะดวก เป็นเหตุให้ไม่ทรงพระสำราญ และผู้ที่ประทับหรือพักอาศัยอยู่มักประชวรและเจ็บป่วยอยู่เสมอ ดังนั้น ในปีพ.ศ.2441 จึงทรงพระราชดำริถึงการหาที่ประทับใหม่ มีรับสั่งให้ซื้อที่ดินจากชาวบ้านและข้าราชการ ซึ่งที่ดังกล่าวนี้เป็นเขตสวนและไร่นาช่วงระหว่างคลองผดุงกรุงเกษม ถึงคลองสามเสนทางด้านตะวันออกจนจรดทางรถไฟ ด้วยเงินพระคลังข้างที่ ซึ่งเป็นพระราชทรัพย์ใช้จ่ายส่วนพระองค์ พระราชทานนามสถานที่นี้ว่า "วังสวนดุสิต" และสร้างพระที่นั่งสำหรับเสด็จประทับ ตลอดจนตำหนักของเจ้านายฝ่ายในที่ตามเสด็จออกมาประทับด้วย จนได้สร้างพระที่นั่งวิมานเมฆ และพระที่นั่งอัมพรสถาน ได้ประทับตลอดมาในช่วงปลายรัชกาล
542 อ่าน
0 แชร์

ผศ. วีระ โชติธรรมาภรณ์|11 พ.ค. 2569
สดับสนธิ์เฉียดเกษม
ตึก 26 ตึกนี้ตั้งตามแนวกำแพงด้านตะวันตก ถัดไปจากตึก 25 (เหมวดีพิทักษ์) ตึกนี้เป็นที่พำนักของเจ้าจอมมารดาสดับ ในรัชกาลที่ 5 (เจ้าจอมคนสุดท้ายแห่งรัชสมัย) และท่านเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์เฉียด ในรัชกาลที่ 5
545 อ่าน
0 แชร์
