มุมคิดวันนี้

ผศ.ดร. สิทธิชัย พินธุมา|1 มิ.ย. 2569
การศึกษาไทยกำลังติดกับดัก “จำเก่ง แต่คิดไม่เป็น” หรือไม่?
“ในโลกที่ทุกคำตอบค้นหาได้ภายในไม่กี่วินาที สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การจำให้มากที่สุด แต่อาจเป็นการคิดให้เป็นมากกว่าเดิม” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “การศึกษาไทย” มักถูกตั้งคำถามอยู่เสมอเกี่ยวกับคุณภาพของผู้เรียน แม้นักเรียนและนักศึกษาหลายคนจะสามารถทำข้อสอบได้ดี มีผลการเรียนอยู่ในระดับสูง หรือจดจำเนื้อหาได้จำนวนมาก แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับพบว่า ผู้เรียนจำนวนไม่น้อยยังขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการเชื่อมโยงความรู้กับสถานการณ์จริง
335 อ่าน
0 แชร์

ผศ.ดร. สิทธิชัย พินธุมา|25 พ.ค. 2569
AI กับงานมหาวิทยาลัย : คนทำงานต้องปรับตัวอย่างไร
“เทคโนโลยีอาจช่วยให้การทำงานรวดเร็วขึ้น แต่ความเข้าใจของมนุษย์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญเสมอ” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “AI” หรือ Artificial Intelligence ได้เข้ามามีบทบาทต่อการทำงานในหลายองค์กร รวมถึงสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่ AI อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ปัจจุบันกลับกลายเป็นเครื่องมือที่หลายคนเริ่มนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสรุปข้อมูล การช่วยร่างเอกสาร การค้นคว้าข้อมูล การแปลภาษา การออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ หรือแม้แต่การช่วยวางแผนการทำงานในแต่ละวัน
125 อ่าน
0 แชร์

ผศ.ดร. จิราภรณ์ อัจฉริยะประสิทธิ์|18 พ.ค. 2569
“เขาย่อมเปรียบเทียบความว่ายามรัก แต่น้ำผักต้มขมชมว่าหวาน” : ว่าด้วยวาทกรรม “ความรัก” ของพระอภัยมณี
"เขาย่อมเปรียบเทียบความว่ายามรัก แต่น้ำผักต้มขมชมว่าหวาน ครั้นรักจางห่างเหินไปเนิ่นนาน แต่น้ำตาลว่าเปรี้ยวไม่เหลียวแล" กลอนบทข้างต้นปรากฏในเรื่อง พระอภัยมณี ของ สุนทรภู่ ตอนที่ 37 เป็นตอนพระอภัยมณีกล่าวเกี้ยวพานางละเวงวัณฬา เจ้าเมืองลังกาด้วยสิเน่หา นางละเวงกล่าวตัดพ้อพระอภัยมณี โดยพูดเปรียบเทียบถึงธรรมชาติของใจคนที่อาจเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนของความรัก ดัง “น้ำผักต้ม” ที่ขมกลับชมว่าหวานได้เมื่อยามรัก และเมื่อยามไร้รัก น้ำตาลที่หวานก็ว่าเปรี้ยวได้ พระอภัยมณีตอบนางด้วยการยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ทิ้งไปไหน “จะเป็นตายอย่างไรไม่ไกลกัน”
1033 อ่าน
7 แชร์

ผศ.ดร. สิทธิชัย พินธุมา|11 พ.ค. 2569
จาก “คนเก่ง” สู่ “คนที่ทำงานเป็น”: การยกระดับการศึกษาไทยผ่านการวัด Soft Skills อย่างเป็นระบบด้วย SkillSight
เมื่อความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป... ในโลกการทำงานปัจจุบัน องค์กรไม่ได้มองหาบุคลากรที่ “มีความรู้” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่ต้องการ “คนที่ทำงานเป็น” สามารถปรับตัว ทำงานร่วมกับผู้อื่น และขับเคลื่อนงานให้สำเร็จได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง เราจึงเริ่มเห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ บัณฑิตจำนวนไม่น้อยมีผลการเรียนดี มีความรู้เชิงวิชาการแน่น แต่กลับเผชิญความท้าทายในการทำงานจริง ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม หรือการรับมือกับแรงกดดัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า“นักศึกษารู้มากแค่ไหน?” แต่คือ “นักศึกษาสามารถนำความรู้นั้นไปใช้ได้ดีเพียงใดในโลกความเป็นจริง?”
392 อ่าน
0 แชร์
.jpg)
ผศ.ดร. วิลาสินี จินตลิขิตดี|4 พ.ค. 2569
สภามหาวิทยาลัย : กลไกสำคัญของการขับเคลื่อนทุกความสำเร็จของมหาวิทยาลัย
เมื่อก้าวเข้าไปในรั้วมหาวิทยาลัย ภาพที่เราเห็น คือ ห้องเรียนที่มีชีวิตชีวา อาจารย์ตั้งใจสอน นักศึกษามุ่งมั่นเรียนรู้เพื่ออนาคต การขับเคลื่อนงานวิจัยและสร้างองค์ความรู้ การบริการวิชาการที่เชื่อมโยงกับชุมชน และบุคลากรที่ทำงานอย่างทุ่มเท สิ่งเหล่านี้คือภาพของมหาวิทยาลัยที่เราคุ้นเคย แต่รู้ไหมว่า ทำไมมหาวิทยาลัยถึงมีทิศทางที่ชัดเจน ทำไมบางช่วงมีการเปิดหลักสูตรใหม่ ปรับโครงสร้าง หรือกำหนดนโยบายสำคัญ เบื้องหลังการขับเคลื่อนเหล่านี้มี “กลไกสำคัญ” ที่คอยกำหนดทิศทาง กำกับดูแล และทำให้ทุกอย่างเดินไปอย่างมีระบบ
10017 อ่าน
7 แชร์

กังสดาร แตงน้อย|27 เม.ย. 2569
วิศวกรสังคม: เมื่อการเรียนรู้ไม่ใช่แค่ “รู้” แต่ต้อง “ลงมือเปลี่ยนสังคม”
ในโลกการศึกษายุคใหม่ คำถามสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ว่านักศึกษารู้มากเพียงใด หากแต่เป็นว่านักศึกษาสามารถนำความรู้นั้นไปใช้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้จริงหรือไม่ เพราะในความเป็นจริง ความรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนของโลกยุคปัจจุบัน หากปราศจากความเข้าใจในผู้คน บริบท และการลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริง แนวคิด “วิศวกรสังคม (Social Engineer)” จึงเกิดขึ้นในฐานะกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนานักศึกษาให้เป็น “ผู้ลงมือทำ” มากกว่า “ผู้รับความรู้” และเป็นแนวทางสำคัญของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
10564 อ่าน
65 แชร์

ผศ.ดร. นรินทร์ ยืนทน|20 เม.ย. 2569
หลงทางในพิพิธภัณฑ์: เมื่อความไม่รู้ (ประวัติศาสตร์) คือจุดเริ่มต้นของความอยากรู้ที่จะเดินทางเพื่อเรียนรู้
หลาย ๆ ครั้งพอเอ่ยถึงคำว่า “พิพิธภัณฑ์” หลายคนก็อาจจะเริ่มหาว หรืออาจนึกถึงคาบเรียนประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยตัวเลขปีพุทธศักราชที่แสนน่าเบื่อ ต้องท่องจำบุคคลและสถานที่สำคัญที่จำยากพอ ๆ กับสูตรแคลคูลัส หรือยิ่งไปกว่านั้นอาจทำให้รู้สึกเหมือนถูกบังคับให้เข้าใจก้อนอิฐก้อนปูนที่ดูไม่ออกว่าสวยตรงไหน แต่วันนี้ ผู้เขียนไม่ได้ชวนมาเรียนประวัติศาสตร์หรอกครับ แต่อยากจะพาทุกท่านมา “หลงทาง” ไปด้วยกัน ในที่ที่เก็บความลับของภูมิปัญญาและความสร้างสรรค์อันชาญฉลาดของมนุษย์เอาไว้ เพราะบางทีความลับของ งานศิลปะ มักจะซ่อนอยู่ในจังหวะที่ยอมรับโดยตรงว่า “เราไม่รู้อะไรเลย”แต่กลับทำให้หัวใจของเราเริ่มขยับใกล้ชิดกับจิตวิญญาณของงานชิ้นนั้นมากกว่าความรู้ที่อักษรบนแผ่นป้ายเคยทำได้...และนี่แหละอาจเรียกว่า “จุดเริ่มต้นของความอยากรู้ที่จะเดินทางเพื่อเรียนรู้”
440 อ่าน
0 แชร์
.jpg)
ผศ.ดร. นรินทร์ ยืนทน|13 เม.ย. 2569
สงกรานต์ 69: ถอดรหัส “เรื่องหมู ๆ” ของนางสงกรานต์ที่ดุดันนาม “รากษสเทวี”
ท่ามกลางไอร้อนที่ระอุขึ้นเรื่อย ๆ ในเดือนเมษายน ช่วงบ่าย ๆ เลยขอขยับมือพิมพ์บทความสลับกับ การจิบกาแฟเย็น ๆ ไปพร้อมกับแสงแดดที่เริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างแข็งขัน ขณะนั่งทำงานพลันสายตาไปสะดุดกับป้ายประกาศเทศกาลสงกรานต์ที่ถูกนำมาขึงไว้ฝั่งตรงข้าม ตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ประกาศก้องว่า “สงกรานต์ ปี 2569” มาถึงแล้ว แต่ในหัวผมกลับไปนึกถึงลูกสาวทั้งเจ็ดของท้าวกบิลพรหมผู้แบกเศียรผู้เป็นพ่อซึ่งในทุก ๆ ปีจะผลัดเวียนกันไปดังที่เรามักเรียกกันว่า “นางสงกรานต์” และแล้วก็ทำให้ผมชะงักเพราะปีนี้คือ “นางรากษสเทวี”
511 อ่าน
4 แชร์

กังสดาร แตงน้อย|6 เม.ย. 2569
การเรียนรู้…ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน กิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในยุค 2026
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การศึกษาในปี พ.ศ. 2569 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนั่งฟังบรรยายในห้องเรียนอีกต่อไป หากแต่กำลังเคลื่อนตัวไปสู่รูปแบบของการเรียนรู้ที่ลึกและกว้างกว่าเดิม เป็นการเรียนรู้แบบองค์รวมที่ไม่ได้มุ่งเพียงความรู้ทางวิชาการ แต่รวมถึงทักษะชีวิต วิธีคิด และตัวตนของผู้เรียนในฐานะ “คนหนึ่งคน” ที่ต้องเติบโตในโลกแห่งความเป็นจริง คำถามสำคัญจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ “เราเรียนอะไร” แต่กลายเป็น “เราจะเติบโตอย่างไรให้พร้อมกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา” และหนึ่งในคำตอบที่ชัดเจนที่สุดของคำถามนี้ คือ “กิจกรรมนักศึกษา”
9580 อ่าน
6 แชร์
